103.58.148.118

Digital Life

Ξ Leave a comment

5 บริษัทล้ำเทรนด์ที่ใช้ AI มาร่วมทำงานด้วย เห็นแล้วจะหนาว!!!

posted by  1,073 views

pepperrobot-700x430

เป็นที่ยอมรับแล้วว่าหุ่นยนต์เป็นที่ต้องการในหลายอุตสาหกรรม ยิ่งหุ่นยนต์ที่มีระบบ AI ยิ่งมีศักยภาพสูงในการทำงาน จนเรียกได้ว่า เข้ามาแย่งงานของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะความสามารถในเรื่องของความอดทน ไม่หือไม่อือ ไม่งี่เง่า ไม่เหนื่อย ที่สำคัญคือไม่บ่นในทุกกรณี ยิ่งมีระบบ AI เข้ามาด้วย ความผิดพลาดในการทำงานยิ่งลดลงกว่ามากเมื่อเทียบกับการทำงานโดยคน

ซึ่งปัจจุบันหุ่นยนต์ที่มีระบบ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในหลายอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ภาคการผลิตเพียงอย่างเดียว นี่คือ 5 บริษัทที่มีการนำเอาหุ่นยนต์ที่มีระบบ AI เข้ามาทำงานแล้วในปัจจุบัน แถมยังได้งานที่มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการอีกด้วย

 

1. McCann Agency – AI Creative

AICD

เรียกได้ว่าเป็นบริษัทเอเจนซี่แรกๆ ของโลกที่มีการนำระบบ AI เข้ามาใช้ในการคิดสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาภายใต้โครงการ “Creative Genome Project” ที่ได้เริ่มขึ้นในปี 2015 โดยหุ่นบนต์ตัวนี้มีชื่อว่า“AI-CD”

นอกจากนี้บริษัท Mondelez ยังร่วมสนับสนุนโครงการในครั้งนี้ ด้วยการให้ Mitsuru Kuramoto หัวหน้าฝ่าย Creative และหุ่นยนต์ AI คิดงานโฆษณาทางทีวีขึ้นมาคนละหนึ่งชิ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ Clorets Mint Tab โดยที่ทาง Mondelez ต้องกรอกข้อมูลที่เกี่ยวผลิตภัณฑ์และความคาดหวังจากโฆษณาชิ้นนี้ เพื่อให้ระบบ AI ประมวลผล พร้อมทั้งยังได้ทำแบบสอบถามถึงความชอบของผู้ชมต่อโฆษณาทั้ง 2 ชิ้น ผลที่ได้คือ โฆษณาของ Mitsuru ชนะระบบ AI ไปด้วยคะแนนที่มากกว่าเพียง 4% เท่านั้น

 

Ads จากระบบ AI

 

Ads จาก Mitsuru Kuramoto

 

2. Yotel – Robotic Bellhop

Yobot

สำหรับหุ่นยนต์ระบบ AI ตัวนี้จะเน้นการให้บริการเป็นหลัก ซึ่ง Yotel คือโรงแรมที่มีสาขาต่างๆ มากมายในทั่วโลกนอกจากนี้ยังเปิดบริการรับฝากกระเป๋าอีกด้วย ที่เด็ดคือบริการรับฝากกระเป๋าจะใช้หุ่นยนยต์ที่ชื่อว่า “YOBOT” ปัจจุบันมีหุ่นยนต์ให้บริการที่ Yotel สาขานิวยอร์คเท่านั้น โดย YOBOT จะมีหน้าที่ในการบริหารจัดการช่องเก็บสัมภาระถึง 150 ช่อง ซึ่งแต่ละช่องจะถูกกำหนดด้วยหมายเลขรหัสและนามสกุลของผู้ใช้บริการ เมื่อจะนำของมาเก็บหรือต้องการรับของก็เพียงเลขรหัสและนามสกุลผู้ใช้บริการ เท่านี้ YOBOT ก็พร้อมบริการอย่างเต็มที่ไม่เพียงเท่านี้ที่ Yotel ใช้ระบบ AI ในการเช็คอินและเช็คเอ้าท์แทนการใช้พนักงานโรงแรมอีกด้วย

 

 

3. Medical – Robot Surgeons

Robot Surgeons

หุ่นยนต์ทางการแพทย์แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ในอดีตหุ่นยนต์ทางการแพทย์ยังมีบทบาทไม่มาก แต่ในอนาคตบทบาทของหุ่นยนต์ทางการแพทย์จะเทียบเท่ากับผ็ช่วยแพทย์ในการผ่าตัด ซึ่งมีความแม่นยำสูงสามารถเข้าทำการผ่าตัดในจุดที่มีความละเอียดซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาดจากการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน สำหรับสหรัฐฯหุ่นยนต์ทางการแพทย์ถูกนำมาใช้ในศูนย์การแพทย์ที่สำคัญในหลายๆ รัฐ และมีแนวโน้มที่หุ่นยนต์จะเข้าในทุกศูนย์การแพทย์ทั่วประเทศสหรัฐฯ อีกด้วย

 

 

4. SPREAD Co. – Robot Farm

Robot Farm

ในประเทศญี่ปุ่น เกษตรกรรมถือเป็นงานที่ไม่ใช่คนธรรมดาจะทำกันได้ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า ที่ดินประเทศญี่ปุ่นมีราคาสูงมาก ฉะนั้นเกษตรกรจึงได้รับความเคารพและหลายคนก็ให้ความสำคัญกับเกษตรกรรม ไม่เว้นแม้แต่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่มีระบบ AI โดยบริษัท SPREAD Co. บริษัทที่ทำเกษตรกรรมในอาคารระบบปิด เปิดตัว Robot Farm หุ่นยนต์เกษตรกรที่เมืองกาเมโอกะ จังหวัดเกียวโต ซึ่งหุ่นยนต์นี้จะทำหน้าที่ในการดูแลพืช ตั้งแต่การใส่ปุ๋ย ตรวจสอบโรค ไปจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต มีเพียงขั้นตอนการหว่านเมล็ดเพื่อเริ่มปลูกเท่านั้นที่เป็นฝีมือของมนุษย์ หากใช้คนในการดูแลจะสามารถผลิตผักกาดหอมได้ 21,000 ต้นต่อวัน แต่หากใช้หุ่นยนต์เกษตรกรจะสามารถผลิตผักกาดหอมได้ถึง 50,000 ต้นต่อวันที่สำคัญยังสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานได้ถึง 50%

 

 

5. CaliBurger – Robot Chef

flippy

ไม่เพียงแต่หุ่นยนต์จะสามารถให้บริการ คิดคิดงาน Creative แม้แต่เกษตรกรและคุณหมอหุ่นยนต์สามารถทำได้หมด และอีกอุตสาหกรรมที่หุ่นยนต์ยังสามารถเข้าไปทำงานได้อีกด้วยคือด้านอาหาร โดยร้านขายเบอร์เกอร์ในเครือ CaliBurger มีการนำหุ่นยนต์ที่ชื่อ“Flippy” ซึงถูกสร้างขึ้นโดย Miso Robotics สำหรับ Flippy เป็นหุ่นยนต์บนรถเข็นมีหน้าที่หลักในการย่างเนื้อเบอร์เกอร์ให้สุกพอดี ผ่านเซ็นเซอร์ความร้อนที่แขนหุ่นยนต์ แต่ Flippy ยังสามารถทำได้มากกว่านั้นไม่ว่าจะเป็นการทอด การหั่นผักหรือการจัดวางใส่จาน นอกจากนี้ CaliBurger ยังเตรียมนำ Flippy ไปยังสาขาต่างๆ อีก 50 แห่ง

 

 

Source: Entrepreneur

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

ถ้าสื่อ Offline คือชีวิต สื่อ Online ก็คงเป็นจิตใจ แต่ถ้าจะให้มีชีวิตและจิตใจ คลิกไปที่ Marketing Oops! แล้วเจอกานนนนนนนนนน

User Name: Watokung

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


two + = 8

Recent Posts

Facebook

PR News