‘Culture of Innovation’ กลายเป็นเคล็ดสำคัญของธุรกิจ ผลสำรวจ ‘Microsoft’ ชี้ องค์กรไทยเกินครึ่งยังมีแนวคิดแบบเก่า

  • 710
  •  
  •  
  •  
  •  

innovation

แม้ นวัตกรรม จะถูกยกให้เป็นเครื่องมือสร้างความสำเร็จในปัจจุบัน แต่จากผลสำรวจที่ Microsoft และ IDC เอเชีย แปซิฟิก ทำในหัวข้อ “วัฒนธรรมนวัตกรรม – รากฐานสู่การปรับตัวและฟื้นฟูของธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” (Culture of Innovation: Foundation for business resilience and economic recovery in Asia Pacific) กลับพบว่า ทัศนคติเกี่ยวกับนวัตกรรมในภาคธุรกิจของไทยยังคงตามหลังมุมมององค์กรแนวหน้าในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 3 ปี

ผลสำรวจดังกล่าวได้สอบถามความเห็นและมุมมองผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจ รวม 3,312 คน และพนักงาน 3,495 คน ในองค์กรภาคเอกชนจาก 15 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นผู้บริหารในประเทศไทย 200 คน และพนักงานอีก 237 คน ซึ่งทำการสำรวจทั้งช่วงก่อนและหลังเกิดการระบาด COVID-19 โดยพบว่า Culture of Innovation ขององค์กรแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ People บุคลากร, Process กระบวนการทำงาน, Data ข้อมูล และ Technology เทคโนโลยี ซึ่งแบ่งความพร้อมออกเป็น 4 กลุ่ม คือ สเตจ 1: กลุ่มองค์กรแบบเก่า สเตจ 2: กลุ่มมือใหม่ด้านนวัตกรรม สเตจ 3: กลุ่มผู้ปรับตัว และสเตจ 4: กลุ่มผู้นำ ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจ เช่น…

– ธุรกิจในไทยปรับเปลี่ยนแนวคิดและมุมมองการทำงานไปไม่น้อย โดย 40% มองว่า COVID-19 คือโอกาสในการผลักดันรายได้ให้เติบโตเร็วกว่าคู่แข่ง จนนำไปสู่ส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะองค์กรที่มีมุมมองเชิงบวกจะเล็งเห็นโอกาสท่ามกลางสถานการณ์จะพัฒนาศักยภาพได้รวดเร็วโดยเฉพาะด้าน Culture of Innovation

– ช่วงก่อน COVID-19 มีธุรกิจไทยกว่า 59% จัดอยู่ในกลุ่มองค์กรแบบเก่า แต่ลดเหลือ 48% หลังจากการระบาด

– ขณะเดียวกัน กลุ่มมือใหม่ด้านนวัตกรรมก็เพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 47% ส่วนกลุ่มผู้นำ ก็เพิ่มเป็น 2% จากเดิมที่ไม่มีอยู่ในประเทศไทยเลย

– ภาพรวมของไทยในการยกระดับ Culture of Innovation ถือว่าพัฒนาขึ้น อยู่มีสัดส่วนอยู่ที่ 12%

– 1 ใน 3 ขององค์กรกลุ่มผู้นำ มั่นใจว่าจะสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากโรคระบาด ขณะที่ 45% เชื่อว่าธุรกิจจะฟื้นตัวจากผลกระทบครั้งนี้ภายใน 6 เดือน อย่างไรก็ตาม พบว่าองค์กรเริ่มมีแผนพิจารณาโมเดลการทำธุรกิจใหม่แล้ว

– กว่า 84% ขององค์กรกลุ่มผู้นำ เชื่อว่าโมเดลธุรกิจของพวกเราจะเปลี่ยนแปลงภายใน 10 ปีจากนี้ โดย 45.4% มองว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนภายใน 5 ปี ส่วนธุรกิจในไทยมี 64% ที่คิดจะเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจภายใน 10 ปี และ 27% ที่มองว่าจะเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี ขณะที่อีก 25% ยังล่าช้าในการพิจารณาโมเดลธุรกิจในอนาคต เทียบกับในกลุ่มองค์กรผู้นำระดับภูมิภาคที่มีเพียง 7.7%

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์
ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Microsoft ประเทศไทย

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ Microsoft ประเทศไทย อธิบายว่า การทำธุรกิจในยุคนี้ไม่มีทางเป็นเหมือนเดิม องค์กรจำต้องมี Speed และ Agility เพื่อตอบโจทย์ให้ทันสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกับสถานการณ์ตอนนี้ ความท้าทายของภาคธุรกิจคือต้อง Think Big เพิ่มโอกาสให้ตนเอง แม้ว่าทุกคนจะมุ่งสู่การทำออนไลน์และการเป็น Lean Organization แต่สิ่งสำคัญต้องให้ความสำคัญกับ Bussiness Model ควบคู่กันไปด้วย

จด – จำ – นำไปใช้! สูตร 4×4 ปรับวัฒนธรรม พลิกกลยุทธ์

จากผลสำรวจพบว่าองค์กรธุรกิจในไทยจำนวนไม่น้อยเพิ่งเริ่มต้นคำนึงถึงการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กร โดยพบว่าไทยมีความพร้อมน้อยที่สุดด้านบุคลากรด้วยค่าเฉลี่ย 1.56 คะแนน และเทคโนโลยี 1.60 คะแนน จากคะแนนเต็ม 4.0 ซึ่งหากพิจารณาแผนงานในอนาคตจะพบว่า องค์กรไทยมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นอันดับแรก (35%) ตามด้วยข้อมูล (26%) บุคลากร (25%) และกระบวนการทำงาน (14%)

Microsoft จึงแนะนำสูตร 4×4 เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร ทั้งด้านบุคลากร กระบวนการทำงาน ข้อมูล และเทคโนโลยี คือ

บุคลากร

1. สนับสนุนแนวคิดที่นอกกรอบอย่างสร้างสรรค์

2. สร้างแรงจูงใจด้วยการประเมินผลงานบุคลากรในด้านนวัตกรรม

3. สร้างความหลากหลายในหมู่พนักงานด้วยบุคลากรที่มีความสามารถ มุมมอง วัย และปูมหลังแตกต่างกัน

4. เปิดรับทักษะใหม่ ๆ เชิงดิจิทัล และความร่วมมือกับองค์กรภายนอกเพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กร

กระบวนการทำงาน

1. ปรับเปลี่ยนระบบงานสำคัญให้กลายเป็นกระบวนการอัตโนมัติอย่างเหมาะสม

2. ผสมผสานกระบวนการด้านนวัตกรรมกับการทำงานวันต่อวันให้รวมกันเป็นหนึ่ง

3. วางโครงสร้างให้ระบบและขั้นตอนการทำงานเอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม

4. กระจายความรู้ความเข้าใจด้านนวัตกรรมให้ทั่วถึงทั้งองค์กร

ข้อมูล

1. ยกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการตัดสินใจภายในองค์กรด้วยข้อมูล

2. พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่มีพื้นฐานอยู่บนการใช้ข้อมูลแบบบเรียลไทม์

3. ตรวจสอบความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของข้อมูลให้ทั่วถึง

4. ปรับแต่งประสบการณ์ให้ตรงกับความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละคนด้วยข้อมูล

เทคโนโลยี

1. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

2. ขยับขยายระบบงานที่มีอยู่เดิมขึ้นสู่คลาวด์

3. ผนึกรวมโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีขององค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว

4. ประเมินศักยภาพด้านนวัตกรรม ในรูปของผลตอบแทนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี

ทั้งนี้ มีตัวอย่างองค์กรธุรกิจในไทยที่ปรับใช้นวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ คือ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด ผู้ให้บริการแท็กซี่ Cabb

วิวัฒน์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา
วิวัฒน์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานสารสนเทศ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน)

COVID-19 ตัวเร่ง ‘7-Delivery’ ได้แจ้งเกิดในสนามออนไลน์

โดย คุณวิวัฒน์ พงษ์ฤทธิ์ศักดา รองกรรมการผู้จัดการ สายงานสารสนเทศ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า บริษัทมีแนวคิดในการรุกธุรกิจออนไลน์มาตั้งแต่ก่อนเกิดโรคระบาด กระทั่ง COVID-19 เกิดขึ้นจึงเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดบริการ 7-Delivery ส่งสินค้าถึงบ้าน เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้คนไม่ต้องการเดินทางออกจากบ้านเพราะต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

“เราไม่เคยคิดว่าวันนึงคนจะไม่เดินเข้าร้าน 7-Eleven แม้จะมีสาขาใกล้ ๆ บ้าน นั่นทำให้เรานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้บริการผ่านแอป 7-Delivery ซึ่งต้องยอมรับว่าร้าน 7-Eleven ไม่ได้ขยับตัวเข้าหาเทคโนโลยีมานาน แต่เมื่อต้องทำเราก็ดำเนินงานอย่างเต็มที่ ภายใต้หลักการใช้เทคโนโลยีที่ว่าเราไม่ล้ำสมัยแต่ไม่ล้าสมัย และสิ่งสำคัญคือคำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก ทำให้เราได้เห็นข้อมูลว่ามีหลากหลายอาชีพที่ต้องการ 7-Delivery เพราะเขาไม่สามารถปลีกตัวออกมาในเวลางานได้ เช่น พยาบาล พ่อค้าแม่ขาย หรือแม้แต่ รปภ. ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้กลายเป็นลูกค้าหลักและชื่นชอบบริการ 7-Delivery เป็นอย่างมาก”

ความท้าทายที่สำคัญในยุค Digital Transformation คือ บุคลากร เพราะธุรกิจ 7-Eleven ต้องเปลี่ยนจากออฟไลน์สู่ออนไลน์อย่างรวดเร็ว บุคลากรอาจไม่คุ้นเคย ดังนั้น บริษัทจึงต้องก้าวผ่านความท้าทายด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับความต้องการของมนุษย์ เพื่อคงความเข้าใจลูกค้าเอาไว้ รวมถึงการส่งเสริมรูปแบบการใช้จ่ายใหม่ ๆ เช่น การชำระเงินแบบดิจิทัล แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องกระตุ้นให้พนักงานกล้าคิดกล้าทำมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนแนวคิดในการดำเนินงานให้ทันยุคสมัย

ศรายุทธ เรืองสุวรรณ
ศรายุทธ เรืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด

‘แท็กซี่ Cabb’ กับการใช้เทคโนโลยี และรอเวลา ‘สำเร็จ’

คุณศรายุทธ เรืองสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด ผู้ให้บริการแท็กซี่ Cabb เล่าว่า จากกำหนดการเดิมที่ตั้งใจจะเปิดให้บริการในช่วง ก.พ. หรือ มี.ค. แต่เมื่อมีโรคระบาดและผู้คนไม่สามารถเดินทางได้ เราก็เลือกจะรอจนกว่าจะถึงช่วงที่ผู้คนเริ่มกลับมาเดินทางได้ตามปกติ พร้อมกับนำเสนอจุดเด่นแท็กซี่ Cabb ซึ่งมีการแยกพื้นที่อย่างชัดเจนระหว่างคนขับและผู้โดยสาร มีระบบการชำระเงินโดยไม่ต้องใช้เงินสด การเรียกใช้บริการผ่านแอป เป็นต้น ซึ่งทุกฟังก์ชันใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ความง่ายและความสะดวกในการใช้งาน

“ธุรกิจของเราเริ่มต้นด้วยบุคลากรไม่ใช่ทรัพย์สิน วันนี้ทั้งองค์กรมีบุคลากร 53 คน แต่รับผิดชอบยอดค่าโดยสาร 7 หลักต่อวัน เพราะเราสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า มีการติดตาม ตรวจสอบข้อมูลและปัญหาทุกวัน เพื่อทำให้ Cabb ตอบโจทย์การใช้งานในแต่ละวัน ภายใต้โมเดลธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบุคลากรของเรา โดยใช้ข้อมูลเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเชื่อมโยงทุกส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ”

การให้บริการแท็กซี่ Cabb เก็บข้อมูลสถิติตั้งแต่การเรียกรถและใช้บริการของลูกค้าตลอดวัน เพื่อนำมาเพิ่มหรือลดทรัพยากร พัฒนาระบบจัดการบริการ การจับคู่ระหว่างผู้โดยสารและผู้ขับ ขณะเดียวกัน ยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น กล้องรักษาความปลอดภัยที่บันทุกภาพนิ่งของลูกค้าเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว การยืนยันตัวตนผู้ขับด้วยบัตรประชาชน การติดตามตำแหน่งรถด้วย GPS หรือปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่จะแจ้งเตือนมายังห้องควบคุมของบริษัทและเจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบกได้ด้วย


  • 710
  •  
  •  
  •  
  •  
Ms.นกยูง
Ms.นกยูง
เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุน เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้... ชวนคุณมาทำความรู้จักหลากหลายเรื่องราว ทั้งสาระและสีสันบนโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน