Case Study แคมเปญการตลาดแบบ #บ้าบิ่น แต่ช่วย ROI ตามโมเดลของ Domino’s Pizza

  • 612
  •  
  •  
  •  
  •  

 

“ในยุคที่คู่แข่งธุรกิจอยู่รายล้อมเรา สิ่งเดียวที่ทำได้ คือ ทำให้ตัวเองโดดเด่นออกมา (stand out)”

ประโยคนี้เป็นมุมคิดของ CEO หลายๆ คนที่พยายามสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ซึ่ง Jack Ma co-founder, Alibaba Group เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำที่ใช้หลักคิดนี้ในการดำเนินธุรกิจมาตลอด

คล้ายๆ กับกูรูจาก Business Driven Dream ที่พูดว่า “อยากโดดเด่นก็ต้องก้าวให้ต่าง ใช้ชีวิตทำธุรกิจให้ต่าง ที่สำคัญคิดให้แตกต่างจากคน”

โดยได้พูดถึง Domino’s Pizza ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มักจะเซอร์ไพรส์เราหลายๆ อย่าง ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจ ทั้งการเปิดบริการคำสั่งออเดอร์ด้วยเสียง (voice ordering), รถส่งพิซซ่า Domino’s DXP ที่บรรจุได้มากถึง 80 กล่อง จนไปถึง การใช้ระบบ AI ในการรับโทรศัพท์ – รับออเดอร์ – ตรวจสอบความถูกต้องของออเดอร์ เป็นต้น

แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ การทำมาร์เก็ตติ้งแบบ insane (บ้าบิ่น) ซึ่งนักการตลาดหลายคนเคยยกเคสของ Domino’s Pizza ในกรณีการทำการตลาดแบบสุดโต่งมาแล้ว

 

ตัวอย่างแคมเปญบ้าบิ่นแต่ปัง! ของ Domino’s Pizza

ต้องบอกก่อนว่าที่จริง Domino’s Pizza มีหลายโปรเจ็กต์มากที่ได้รับความสนใจเกี่ยวกับการทำการตลาดที่ผ่านมา แต่ที่อยากหยิบแคมเปญ #PavingforPizza มาพูดตอนนี้ก็เพราะว่า ROI หรือ Return on Investment: การวัดผลตอบแทนจากการลงทุน กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากหลายธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขาที่ใช้ drive ธุรกิจในปัจจุบัน

แคมเปญดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2018 แต่ยังเป็นที่พูดถึงอยู่บ่อยๆ ในวงการ marketer ซึ่งเป็นมูฟเมนต์ของ Domino’s Pizza ที่ร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในรัฐที่พิซซ่ารายนี้เข้าไปช่วยเหลือ Domino’s Pizza ออกโรงซ่อมถนนที่พุพัง เป็นหลุมเป็นบ่อในแต่ละพื้นที่ด้วยงบประมาณของตัวเอง

และพื้นที่ในรัฐที่ Domino’s Pizza เข้าไปช่วยเหลือ ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลของ National Transportation Research Group อธิบายได้ว่าทำไมต้องในอเมริกา? ก็เพราะว่าประมาณ 37% ของถนนสายหลักในสหรัฐฯ อยู่ในสภาพไม่ดี และคุณภาพระดับปานกลาง และในแต่ละปีคนอเมริกันต้งเสียเงินไปกับค่าซ่อมแซมยานพาหนะ ราวๆ 107,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีด้วย

ขณะที่ นักการตลาดมักพูดขำๆ กันติดปากในช่วงที่มีแคมเปญนี้ว่า Domino’s Pizza ผันตัวเองจากนักปรุงพิซซ่าที่ใช้ชีสยืดเหนียว มาสู่ นักซ่อมถนนในธุรกิจปูนซีเมนต์ และนี่คือเหตุผลที่ Domino’s Pizza บอกกับเราสำหรับแคมเปญนี้

“เราต้องการให้โครงการพื้นฐานของทุกคนดีขึ้น(ถนน) เพื่อจะไม่ให้พิซซ่าของเราได้รับความเสียหายในขณะที่จัดส่ง”

 

 

 

ผลลัพธ์จากแคมเปญ #PavingforPizza ดีเกินคาด!

นี่คือสรุปคร่าวๆ จากผลลัพธ์ที่ Domino’s Pizza ได้รับจากการทำแคมเปญนี้

  • สัปดาห์แรกที่เปิดตัวแคมเปญ กว่า 35,000 ครั้งบนโซเชียลมีเดียที่มีการ mentioned ถึง Domino’s Pizza
  • ยอดขายพิซซ่าในสหรัฐฯ รวมกันเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่าตัว (เกือบจะพอๆ กับช่วงที่มีเทศกาล เช่น วันปีใหม่)
  • จุดประกายการพูดถึงสภาพถนนทั่วทั้งสหรัฐฯ ผ่านการประชุม – ดีเบต ฯลฯ
  • แคมเปญนี้ถูกพูดถึงในสื่อดังทั่วโลก เช่น USA Today, Bloomberg, Washington Post, dw (เยอรมนี), JapanTimes ฯลฯ
  • หลายแบรนด์ดังพูดถึงกรณีการคิดแคมเปญของ Domino’s Pizza และการลงทุนแบบ ROI
  • มีหลายองค์กรท้องถิ่นในสหรัฐฯ และหลายประเทศที่สนใจให้ Domino’s Pizza เปิดแคมเปญนี้เฟสที่ 3

สำหรับบางธุรกิจที่คิดในใจว่า คงทำแบบ Domino’s Pizza ไม่ได้เพราะกระเป๋าเงินไม่หนักพอเหมือนเขา จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เหล่าสตาร์ทอัพ หรือธุรกิจ SMEs สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องลด scale ของแคมเปญลง โดยลองสมมุติตัวเองว่าเป็น ร้านขายเบเกอรี่ก็ได้ แล้วลองแจกเค้กฟรีๆ ให้กับบางธุรกิจในท้องถิ่น พร้อมกับโลโก้ร้าน จะเห็นผลลัพธ์ความสนใจ หรือการพูดถึงเกี่ยวกับแบรนด์เรามากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำธุรกิจ

 

Credit: vulture/Shutterstock

 

 

 

ที่มา: theguardian, prweek

 


  • 612
  •  
  •  
  •  
  •  
prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม