สรุปงาน Phist 2026 – ภูเก็ต
PHIST 2026 ทำให้เห็นว่า Sustainability ในธุรกิจท่องเที่ยวกำลังขยับจากเรื่องสิ่งแวดล้อม ไปสู่เรื่องของการแข่งขันทางธุรกิจโดยตรง ทั้งต้นทุน ภาพลักษณ์ ประสบการณ์นักท่องเที่ยว และความสามารถในการแข่งขันของเมือง
แนวคิด “Whole Village” ของ PHIST จึงมองว่า ความยั่งยืนไม่สามารถเกิดจากโรงแรมหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ โรงแรม ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ Destination
สำหรับภูเก็ต เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เพราะคุณภาพของเมือง สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับ ล้วนมีผลต่อความแข็งแรงของภูเก็ตในฐานะ Destination โดยตรง

เวลาพูดถึง Sustainability ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจยังเป็นเรื่องการลดพลาสติก ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ หรือกิจกรรม CSR ของโรงแรมแต่ละแห่ง
แต่จากที่ Marketing Oops! ได้ร่วมงาน PHIST 2026 Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism ที่ภูเก็ต สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ บทสนทนาเรื่อง Sustainability กำลังขยับไปไกลกว่านั้นมาก เพราะสำหรับเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต เรื่องสภาพภูมิอากาศ ขยะ คุณภาพอากาศ น้ำ ชุมชน ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้เป็นเพียง “ประเด็นสิ่งแวดล้อม” แต่กำลังกลายเป็น ปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของ Destination และธุรกิจทั้งหมดที่อยู่ใน Ecosystem เดียวกัน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ PHIST ในปีนี้พยายามผลักแนวคิด “Whole Village” หรือการมองว่า Sustainability ใหม่ว่าไม่สามารถเป็นหน้าที่ของโรงแรมใดโรงแรมหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของธุรกิจทั้งเมือง
จากงาน Sustainability สู่ Platform ของอุตสาหกรรม
PHIST จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 9 และปีนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน พร้อม 26 Sessions, วิทยากร 93 คน, ผู้จัดแสดง 43 ราย และองค์กรไม่แสวงหากำไรอีก 13 แห่ง
โดยมรายชื่อวิทยากรครอบคลุมตั้งแต่ KP Ho ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร Banyan Group, ดร. ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไปจนถึง Phil Smith ผู้จัดการทั่วไป PARKROYAL COLLECTION Marina Bay Singapore
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงขนาดของงาน แต่คือ PHIST กำลังพยายามขยับจาก Conference ที่พูดเรื่อง Sustainability ปีละครั้ง ไปสู่การเป็น Platform ที่เชื่อม Hotel, Business, Government, NGO, Education และ Community เข้าด้วยกัน
เนื่องจากทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวไม่ได้ประเมินความยั่งยืนจากโรงแรมเพียงแห่งเดียว แต่ประเมินจากประสบการณ์ของ “ทั้ง Destination” หรือ “ทั้งเมือง” เช่น ทะเลสะอาดหรือไม่ เมืองมีการจัดการขยะได้หรือไม่
คุณภาพอากาศเป็นอย่างไร หรือ ชุมชนจะได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวจริงหรือไม่ ทำให้ทั้งหมดนี้มีผลต่อ Brand ของภูเก็ตซึ่งไม่ต่างจากแคมเปญโฆษณาหรือ Tourism Marketing
Sustainability กำลังกลายเป็นเรื่อง Competitiveness
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่เห็นจาก PHIST 2026 คือ วิธีคิดเรื่อง Sustainability กำลังเปลี่ยนไป จากสิ่งที่หลายธุรกิจเคยมองว่าเป็น “ต้นทุนที่ต้องรับเพิ่ม” ไปสู่การเป็น Competitive Advantage ที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
หรือพูดอีกแบบคือ จาก Sustainability as a Cost สู่ Sustainability as a Competitive Advantage
Bill Barnett ผู้ก่อตั้ง PHIST และกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า สิ่งที่พิสูจน์ Sustainability ไม่ใช่ภาพลักษณ์หรือคำโฆษณา แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ระบบจัดการขยะ คุณภาพอากาศ ไปจนถึงแนวชายฝั่งที่ยังคงอยู่ในอีกสิบปีข้างหน้า
นี่เป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับคนทำ Brand เช่นกัน
เพราะที่ผ่านมา Sustainability ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Corporate Communication หรือ Brand Purpose ค่อนข้างมาก แต่จากนี้ สิ่งที่ผู้บริโภค นักลงทุน Partner และแม้แต่นักท่องเที่ยวจะมองว่าสิ่งที่แบรนด์พูดนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้น คือ วัดผลได้หรือไม่

3 ความเสี่ยงที่กำลังกลายเป็น “ต้นทุนธุรกิจ”
PHIST ชี้ให้เห็น 3 ปัจจัยที่กำลังสร้างแรงกดดันต่อภาคท่องเที่ยวไทย
- Climate Risk ไม่ใช่ความเสี่ยงระยะไกลอีกแล้ว
ประเทศไทยกำลังเผชิญทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และอากาศร้อนจัดภายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันมากขึ้น ข้อมูลที่นำเสนอในงานระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใน 5 จังหวัดภาคใต้ช่วงปลายปี 2568 ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 236,000 คน ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำสำรองที่สามารถใช้ได้ทั่วประเทศยังมีแนวโน้มลดลงจากภาวะภัยแล้ง
สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว เรื่องนี้หมายถึงตั้งแต่ต้นทุนดำเนินงาน ความพร้อมของ Destination ไปจนถึงความมั่นใจของนักเดินทาง
- Air Pollution กลายเป็น Economic Issue
PM2.5 ไม่ได้จบแค่เรื่องสุขภาพ เมื่ออากาศมีปัญหา โรงเรียนต้องปิด คนทำงานมี Productivity ลดลง และนักท่องเที่ยวอาจเปลี่ยน Destination ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ถูกนำเสนอ ระบุว่าปัญหาหมอกควันอาจสร้างความเสียหายให้กรุงเทพฯ ราว 3,000–6,000 ล้านบาทต่อเดือน
นั่นทำให้อากาศที่สะอาด (Clean Air) จะไม่สำคัญเพียงแค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความสามารถในการแข่งขันของเมืองด้วย
- ขยะคือ Infrastructure ของเมืองท่องเที่ยว
อีกตัวเลขที่สะดุดตาคือ จากสถานที่กำจัดขยะในประเทศไทยทั้งหมด 2,074 แห่ง มีเพียง 111 แห่ง หรือราว 5% ที่มีการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
สำหรับเมืองอย่างภูเก็ตที่ Brand ของเมืองผูกกับทะเล ชายหาด และธรรมชาติอย่างมาก Waste Management จึงไม่ใช่ Back Office ของเมือง แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “Product Experience” ของ Destination โดยตรง
“Whole Village” เมื่ออนาคตของ Destination ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
Bjorn Courage ประธาน Phuket Hotels Association อธิบายว่า อุตสาหกรรมโรงแรมไม่สามารถแก้ปัญหาของ Destination ด้วยการที่แต่ละโรงแรมทำงานแยกกันได้ และนี่คือที่มาของแนวคิด Whole Village
แม้หลายโรงแรมจะเริ่มทำเรื่อง Sustainability ในส่วนของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดพลาสติก ประหยัดพลังงาน หรือทำงานร่วมกับชุมชน แต่ถ้าปัญหาในระดับเมืองยังไม่ได้รับการแก้ ทั้งเรื่องขยะ คุณภาพอากาศ หรือโครงสร้างพื้นฐาน ผลลัพธ์โดยรวมก็ยังไปได้ไม่ไกล
แนวคิด Whole Village จึงมองว่า Sustainability ต้องเกิดจากความร่วมมือของทั้งระบบ ตั้งแต่ภาครัฐ โรงแรม ภาคธุรกิจ ชุมชน NGO สถาบันการศึกษา ไปจนถึงนักท่องเที่ยว
จุดที่นักการตลาดควรจับตา: Destination ก็เปรียบเสมือน Brand
ในมุมของ Marketing Oops! เรื่องนี้ไปไกลกว่า Sustainability เพราะภาพลักษณ์ของภูเก็ตไม่ได้เกิดจากแคมเปญการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์จริงของนักท่องเที่ยวด้วย
ถ้าภูเก็ตต้องการเป็น Premium Destination แต่ยังมีปัญหารถติด ขยะ หรือคุณภาพชายหาดลดลง ต่อให้สื่อสารการตลาดได้ดีแค่ไหน ภาพที่แบรนด์ต้องการสร้างก็อาจไม่ตรงกับประสบการณ์จริง
ในทางกลับกัน หาก Sustainability ถูกเชื่อมกับการพัฒนาเมืองอย่างจริงจัง ก็จะส่งผลทั้งต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว นักลงทุน และความสามารถในการแข่งขันกับ Destination อื่นในภูมิภาค
ดังนั้น Sustainability จึงไม่ใช่เรื่องของฝ่าย ESG เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับทั้ง Brand, Operations, Investment และ Growth Strategy
.
สิ่งที่ PHIST 2026 กำลังสะท้อนให้เห็น
หลังจากได้ฟังหลายๆ Session จากงาน Phist 2026 สิ่งที่เห็นชัดคือ การทำ Sustainability แบบแยกเป็นโครงการของแต่ละโรงแรหรือองค์กรเริ่มจะไม่พอ เพราะประเด็นอย่าง Climate Adaptation, Clean Air, Waste Management รวมถึง Energy, Water, Carbon, Plastic, Biodiversity และ Community ล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย
นี่จึงเป็นบทบาทสำคัญของ PHIST คือการผลักดัน Sustainability จากความพยายามของแต่ละองค์กร ไปสู่การทำงานร่วมกันในระดับเมือง
สำหรับภูเก็ต เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะความแข็งแรงของแบรนด์ภูเก็ตขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมืองและประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวได้รับโดยรวม โดยในระยะยาว คุณภาพของเมืองและประสบการณ์นักท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความแข็งแรงของภูเก็ตในฐานะ Destination
.
คำถามที่พบบ่อย
PHIST 2026 คืออะไร?
PHIST หรือ Phuket Hotels for Islands Sustaining Tourism เป็นเวทีที่พูดถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดย PHIST 2026 จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน พร้อมวิทยากรจากทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ โรงแรม และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม
แนวคิด “Whole Village” ของ PHIST คืออะไร?
Whole Village คือแนวคิดที่มองว่า Sustainability ของเมืองท่องเที่ยวไม่สามารถเกิดจากการที่โรงแรมหรือธุรกิจแต่ละแห่งต่างคนต่างทำ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ โรงแรม ภาคธุรกิจ ชุมชน NGO สถาบันการศึกษา และนักท่องเที่ยว
ทำไม Sustainability ถึงสำคัญต่อธุรกิจท่องเที่ยว?
เพราะ Sustainability เชื่อมโยงกับหลายเรื่องที่กระทบธุรกิจโดยตรง ตั้งแต่ต้นทุนการดำเนินงาน คุณภาพสิ่งแวดล้อม ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ไปจนถึงภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันของ Destination ในระยะยาว
Sustainability as a Competitive Advantage หมายถึงอะไร?
หมายถึงการมอง Sustainability จากเดิมที่ธุรกิจอาจเห็นว่าเป็นต้นทุนเพิ่มเติมหรือเรื่อง CSR ไปสู่การเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งด้านภาพลักษณ์ ประสบการณ์ของลูกค้า ความเชื่อมั่น และความแข็งแรงของธุรกิจในระยะยาว
PHIST 2026 มองความเสี่ยงอะไรเป็นเรื่องสำคัญ?
ประเด็นหลักที่ PHIST 2026 ให้ความสำคัญ ได้แก่ Climate Risk, Air Pollution และ Waste Management เพราะทั้งสามเรื่องเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิต และต้นทุนของธุรกิจมากขึ้น
ทำไมเรื่อง Sustainability ถึงสำคัญกับภูเก็ตเป็นพิเศษ?
เพราะภูเก็ตเป็น Destination ที่พึ่งพาทะเล ชายหาด ธรรมชาติ และประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก หากเมืองมีปัญหาเรื่องขยะ คุณภาพอากาศ โครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งแวดล้อม ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความสามารถในการแข่งขันของภูเก็ตโดยตรง
นักการตลาดควรมอง Sustainability อย่างไร?
Sustainability ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเรื่องของ ESG หรือ Corporate Communication แต่ควรเชื่อมโยงกับทั้ง Brand, Operations, Investment และ Growth Strategy เพราะสิ่งที่แบรนด์พูดจะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อประสบการณ์จริงของลูกค้าสอดคล้องกับสิ่งที่สื่อสารออกไป

