บุกตลาดจีน ต้องรู้จัก Taobao เว็บอีคอมเมิร์ซยอดนิยมของคนจีนทุกระดับ

  • 14
  •  
  •  
  •  
  •  

ทำไม Taobao จึงเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่คนจีนชอบใช้ที่สุด

ที่มาภาพ shutterstock / โดย Epov Dmitry

ส่วนประเด็นสำคัญในวันนี้ จะเป็นการสัมภาษณ์เกี่ยวกับการบุกตลาดจีนทางออนไลน์ โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ Toabao ซึ่งเป็นเว็บซื้อขายสินค้าออนไลน์ยอดนิยมของคนจีน และกำลังได้รับความสินใจสำหรับคนไทยในเวลานี้ด้วยครับ ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และมีคำแนะนำอย่างไรบ้าง

เว็บไซต์ Taobao (เถาเป่า) คืออะไร ช่วยแนะนำหน่อยครับ

แน่นอนว่าสำหรับเว็บไซต์ Taobao.com ในเวลานี้คนทำตลาดจีนไม่มีใครที่ไม่รู้จักครับ เพราะเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมด้าน E-Commerce จากเครือ Alibaba โดยเปิดตัวมาตั้งแต่ในปี 2003

แต่เนื่องจาก Taobao.com เป็นเว็บไซต์สำหรับร้านค้าปลีกที่มุ่งภายในประเทศจีนเป็นหลัก ไปเน้นขายสินค้าสำหรับ SME และให้คนทั่วไป ดังนั้นพวกสินค้าที่เป็นแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ก็เลยไม่ได้วางขายที่นี่ (กลุ่มแบรนด์เนมจะไปอยู่ใน Tmall) แต่ก็มีการสั่งสินค้าจาก Taobao ไปนอกประเทศได้ครับ และกำลังได้รับความสนใจมากด้วย

แต่ร้านค้าใน Taobao จะเป็นค้าปลีก ไม่ใช่ค้าส่ง ดังนั้นจึงเหมาะกับการสั่งจำนวนน้อย หรือสั่งมาทดลองตลาดมากกว่าจะสั่งเพื่อนำมาขายต่อจริงจังครับ ซึ่งถ้าต้องการมองหาสินค้าเพื่อนำมาขายต่อจำนวนมาก ควรไปดูในเว็บไซต์สำหรับขายส่งอย่าง Aliexpress และ 1168 หรือจะบินไปดูในงานนำแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในกว่างโจวเองเลยก็ได้

จุดเด่นของ Taobao คืออะไร

มาจากคอนเซปต์ของเว็บไซต์เอง นั่นก็คือ ใครก็สามารถนำสินค้ามาเปิดร้านขายบนเว็บได้

ซึ่งนี่ก็เลยทำให้กลายจุดเด่นที่สุดไปด้วย นั่นก็คือทำให้สินค้าบนเว็บจะมีราคาถูกมาก เพราะเป็นการซื้อโดยตรงจากผู้ผลิต เจ้าของโรงงาน หรือร้านค้าท้องถิ่นโดยตรงครับ

ดังนั้นในปัจจุบัน Taobao กลายเป็นเว็บ E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เพราะมีพ่อค้าแม่ค้าและผู้ผลิตจากทั่วประเทศนำของมาขายอยู่ในนี้ ใครๆก็สามารถนำของมาขายได้ด้วย

ส่วนการชำระเงินก็สามารถทำได้ง่ายๆผ่านแอพของ Alipay

จริงหรือไม่ที่ว่า Taobao ได้รับความนิยมสูงมาก และเพราะอะไรครับ 

ส่วนตัวมองว่ามีหลายปัจจัยครอบคลุมครับ ถ้าให้ลองสรุป ก็จะมี

  • สินค้าราคาถูกมาก ข้อนี้อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้ว เพราะสินค้าส่วนใหญ่มาจากเจ้าของ โรงงาน หรือผู้ผลิตโดยตรง แต่ก็ทำให้การแข่งขันรุนแรงด้วยเหมือนกัน
  • ใช้งานง่าย ซื้อและจ่ายได้ด้วยมือถือเครื่องเดียว นั่นคือการจ่ายทาง Alipay
  • การขนส่งทั่วประเทศ เป็นสาเหตุข้อหนึ่งที่ทำให้ Taobao ประสบความสำเร็จมากก็คือการยกระดับระบบขนส่งไปทั่วประเทศในเวลารวดเร็ว จากที่เริ่มต้นให้บริการส่งภายในเมืองเซี่ยงไฮ้โดยใช้เวลาเพียงวันเดียว ซึ่งวิสัยทัศน์ตรงนี้คล้ายกับ Amazon ของสหรัฐอเมริกาครับ
  • เข้าถึงร้านท้องถิ่นและ SME อย่างที่กล่าวมาคือ เป็นเว็บสำหรับค้าปลีกออนไลน์ ซึ่งไม่ได้มุ่งจับสินค้าแบรนด์เนม แต่ยังมีความพยายามที่จะให้เข้าถึงเมืองต่างๆและในชนบท ไปจนถึงเกษตรกร ร้านท้องถิ่น เจ้าของกิจการรายย่อย
  • รัฐบาลจีนมีส่วนช่วยสนับสนุนเต็มที่ ซึ่งข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้ เพราะมีผลทำให้เว็บไซต์ E-Commerce จากตะวันตกเจาะในตลาดจีนไม่ได้ แต่ก็มีข้อดีคือ ทำให้เราสามารถสำรวจได้เลยว่า พฤติกรรมและรสนิยม ความชอบ ของคนจีนที่มีต่อการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นแบบไหน

ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนทำให้คนจีนใช้งาน Taobao แทบจะทั่วประเทศครับ

สินค้าแบบไหนที่คนจีนชอบซื้อครับ

อันที่จริงแล้ว ในแต่ละเมือง แต่ละมณฑลของจีน มีความแตกต่างกันมากครับ หลายคนเข้าใจผิดว่า ตลาดจีนเป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ตรงกันข้ามเลย

แต่ก็จะพบว่าสินค้าใน Taobaoที่ขายดีอันดับต้นๆมักจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์จากในท้องถิ่น เสื้อผ้า รองเท้าเครื่องประดับ ของใช้ในครัวเรือน ผลไม้อบแห้ง ขนม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งในบ้าน เป็นต้น

ระบบการจ่ายเงิน เป็นอย่างไรครับ

โดยปกติแล้ว เว็บ Taobao จะผูกร่วมอยู่กับแอพ Alipay เพราะอยู่ในเครือ Alibaba ด้วยกัน

ปัจจุบันคนจีนจะโหลดไว้ในมือถือกันอยู่แล้ว ลูกค้าก็จะสามารถโอนเงินผ่าน Alipay ใน Account ของตัวเองได้เลยทันที

ผู้ที่อยากบุกตลาดจีน แล้วอยากเปิดร้านค้าบน Taobao จะทำได้อย่างไรครับ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า การเปิดร้านค้าขายของบน Taobao มีเงื่อนไขสำคัญคือ

คุณต้องสมัครโดยกรอกข้อมูลที่มีเลขที่บัตรประชาชนจีน และ เบอร์โทรศัพท์ของจีนครับ

ดังนั้นถ้าไม่มีข้อมูลสองข้อนี้ คุณจะไม่สามารถสมัครเพื่อเปิดร้านค้าใน Taobao ได้ แต่จะสั่งซื้อของได้อย่างเดียวครับ แล้วอีกอย่างคือ Taobao เป็นเว็บภาษาจีนเท่านั้นครับ

สรุปแล้ว

ถ้าคุณไม่มีความรู้ภาษาจีน หรือไม่เคยทำธุรกิจ E-Commerce มาก่อน แล้วอยากเปิดร้านบน Taobao แนะนำว่าให้จ้างที่ปรึกษาหรือบริษัทที่ทำการตลาดจีนทางออนไลน์โดยตรงจะดีกว่าครับ

TMall and Taobao เป็นสองผู้เล่นหลักในตลาด E-commerce

The Alibaba Group, ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในอีคอมเมิร์สของจีน กับหุ้นใน Taobao and Tmall ที่ทั้งสองถือได้ว่าครองตลาดอีคอมเมิร์สของจีนก็ว่าได้ มันเป็น 80% ของทั้งตลาดและมีกิจกรรมทางธุรกิจเกิดขึ้นกว่า 100,000,000 ครั้งต่อวัน

ความแตกต่างระหว่าง Taobao และ Tmall

ที่มาภาพ shutterstock / โดย Ricky Of The World

Taobao

เป็นแหล่งค้าขายออนไลน์ขนาดใหญ่ที่คนสามารถซื้อขายสินค้า ลูกค้า หรือแม้กนระทั่งธุรกิจได้ แต่แพลตฟอร์มนี้ขับเคลื่อนด้วยเงิน ถ้าคุณเลือก Taobao,คุณจะต้องสู้กับธุรกิจท้องถิ่นเล็กๆมากมายที่เสนอราคาต่างกันออกไป คุณอาจจะเป็นที่โดดเด่นได้ยาก

TMall

ตรงข้ามกับ Taobao, Tmall เฉพาะเจาะจงสำหรับผู้เชี่ยวชาญและคุณจะต้องมีใบอนุญาตผู้ถือลิขสิทธิ์ในการขายสินค้าของคุณ นอกจากนี้คุณจะต้องมีบริษัทของในพื้นที่ท้องถิ่นต่างๆของคุณเองหรือไม่ก็ต้องทำงานกับบุคคลที่สามในการบริการในท้องถิ่นนั้นๆ คุณต้องมีเอกสารราชการในการขายสินค้าและสิทธิ์ในการขายสินค้านั้นในประเทศจีนด้วย

Tmall ขับเคลื่อนด้วยแบรนด์ มันมีช่องสำหรับบริษัทต่างชาติให้เข้ามามีบทบาทในจีนได้ เพราะฉะนั้น TMall เป็นแพลตฟอร์มที่ค่อยข้างแพง ถ้าคุณอยากจะขายของใน Tmall คุณต้องลงเงินค่อนข้างสูง มันอาจจะยากหน่อยที่คุณจะแพลนกลยุทธฺ์และทุนในการทำกลยุทธ์นั้นๆไว้เลย คุณต้องรู้ก่อนว่าใครคือกลุ่มเป้าหมายของคุณ เป้าหมายระยะยาวคืออะไร แล้วคุณอยากจะโปรโมท โฆษณาแบรนด์ของคุณยังไง คุณจะสามารถเลือกแพลตฟอร์มที่เหาะสมได้จากการวางกลยุทธ์ของคุณ

JD.com

ที่มาภาพ shutterstock / โดย karanik yimpat

Jindong เป็นคู่แข่งตัวสำคัญในจีน มันเป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่, 25% แต่มันลิงค์กับเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ภายในบ้านสะมากกว่า

หาผู้ร่วมทุน

หาช่องทางให้สินค้าตัวหนึ่งเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์สและทำให้มันมีอิทธิพลนั้นก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องต้องผ่านหลายขั้นตอนและต้องใช้เวลา มันอาจจะใช้เวลานาน โดยเฉพาะสำหรับบริษัทชาวต่างชาติ (Wholly Foreign Owned Enterprise/WFOE) มากกว่านั้นถ้าสมมติคุณอยากขายของใน TMall คุณอาจต้องร่วมกับสื่อกลางต่างๆเพื่อจะเข้าไปปรากฏในตลาดอีคอมเมิร์ส การหาผู้ร่วมทุนสามารถช่วยคุณได้ วิธีนี้ช่วยซื้อเวลาในการพัฒนากลยุทธ์และเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้ได้ส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือคุณต้องเสียการควบคุมส่วนหนึ่งไปให้ผู้ร่วมทุนนั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณต้องรู้ว่าอะไรที่สำคัญที่สุดและกลยุทธ์ไหนที่คุณอยากใช้ ถ้าคุณอยากจะหลีกเลี่ยงสื่อกลางนี้ คุณต้องอาจต้องเซ็นสัญญาเกี่ยวกับกฏหมายข้อบังคับของจีน คุณอาจต้องให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นช่วย และทำสัญญาภาษาอังกฤษออกมาด้วยเพื่อดูให้แน่ชัดว่าเหมือนกับในเวอร์ชั่นภาษาจีนที่คุณกำลังจะเซ็น นอกจากนั้น คุณต้องรู้ว่าคุณจะส่งเสริมแบรนด์ของคุณยังไง จะทำยังไงให้เข้าตลาดอีคอมเมิร์สให้ได้

(ไม่ว่าจจะเป็นการเลือกใช้ TMall, Taobao หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ), คุณจะจัดการปัญหาการขนส่งได้ยังไง และนโยบายการคืนสินค้า เป็นต้น

TMALL, แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับบริษัทชาวต่างชาติ

TMall ดึงดูดลูกค้าที่ฉลาดและค่อนข้างมีฐานะมากกว่าและนั่นเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของบริษัทชาวต่างแต่เพราะวัฒนธรรมที่คนจีนมี อาจทำให้ยากขึ้นในการเข้าหาพวกเขา พวกเขาใจเย็นและค่อนข้างทำอะไรอย่างช้าๆ และคุณก็ต้องปรับให้เข้ากับสิ่งนี้ให้ได้ด้วย เพราะเวลาซื้อของพวกเขาก็จะระวัง ทำทุกขั้นตอนช้าๆ เช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงเห็นวันที่ส่งของมักช้าออกไปหลายวันสำหรับการส่งออเดอร์ในTMall

จริงๆแล้ว TMall อนุญาตให้ลูกค้าซื้อสินค้าผ่านบริษัทนั้นๆได้โดยตรงถ้าบริษัทนั้นมีลิขสิทธิ์ที่น่าเชื่อถือและมากพอ อันนี้จึงเป็นโอกาสหนึ่งที่บริษัทชาวต่างชาติสามารถนำไปใช้เพื่อเข้าสู่ตลาดจีนได้เหมือนกัน

TMall ยังเป็นแหล่งที่คุณได้โอกาสในการโปรโมทแบรนด์ ชื่อเสียงออนไลน์ และสินค้าของคุณในตลาดจีนได้ แต่มันคุณต้องมีต้นทุนค่อนข้างสูงสำหรับการโปรโมทแบรนด์คุณใน TMall แต่มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและสำคัญมาก

เป็นที่กล่าวถึงกันมาเกือบทศวรรษแล้ว สำหรับโมเดลที่มาจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐของจีนและเครือ Alibaba ในการใช้ช่องทาง E-Commerce เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการทำตลาด ยอดขาย และการยกระดับและขยายกิจการในระดับท้องถิ่นของจีนให้ไปสู่ความเป็น Smart City มากขึ้น ซึ่งในกรณีนี้เป็นการใช้ในระดับท้องถิ่นเป็นหลัก แนวทางนี้เรียกว่า “หมู่บ้าน Taobao”

นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2009 ผลปรากฏว่าโมเดลนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ส่งอิทธิพลและผลกระทบต่อธุรกิจ E-Commerce ในจีน โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายย่อยและขนาดกลางที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทีนี้เราลองมาดูสถิติตัวเลขที่รายงานใน Chinainternetwatch จากในไตรมาสแรกของต้นปี 2018 กันดูว่า มีอะไรน่าสนใจบ้าง

เติบโตในสามมณฑลทางภาคตะวันออกติดชายฝั่งทะเล

จำนวนของหมู่บ้าน Taobao เริ่มเพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในสามมณฑลสำคัญทางภาคตะวันออกติดทะเล ได้แก่ เจ้อเจียง กวางตุ้ง เจียงซู ตามด้วย ซานตง ฟูเจี้ยน

ใน 1-2 ปีที่ผ่านมา จำนวนหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการสำรวจในปี 2017 พบว่ามีมากกว่า 2,118 แห่ง จากใน 24 จังหวัดที่เข้าร่วม

ซึ่งเฉพาะในสามมณฑลทางภาคตะวันออก มีการเติบโตมากกว่าร้อยละ 69 จากปีที่ผ่านมา

แล้วในจำนวนหมู่บ้าน Taobao กว่าร้อยละ 95 พบว่ามียอดการซื้อขายสินค้าสูงถึง 600 ล้านรายการ

สินค้ากลุ่มไหนบ้างที่ขายดี

สำหรับกลุ่มของสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมในการซื้อขาย จะเป็นพวกผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น หรือสามารถผลิตได้ในครัวเรือน หรือกับกิจการขนาดย่อม อาทิ อาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย เฟอร์นิเจอร์ กลุ่มของใช้ในครัวเรือ ของตกแต่งในบ้าน กระเป๋า หนังสือ เป็นต้น

ช่วยให้ชาวบ้านในชนบทฐานะดีขึ้นจริงหรือ

เรื่องนี้คงต้องว่ากันด้วยสถิติและรายงานที่มีการระบุว่า ในปี 2017 หมู่บ้าน Taobao ทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการสามารถสร้างยอดขายเป็นมูลค่ากว่า 120 พันล้านหยวน ซึ่งก็น่าจะช่วยเพิ่มและยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นและชนบทของจีนได้ไม่น้อย

มีกรณีตัวอย่างเช่น หมู่บ้าน Dinglou ในอำเภอ Cao เป็นหนึ่งในโครงการหมู่บ้าน Taobao มีประชากรราว 1,100 คน เวลานี้พวกเขามีคนที่มีฐานะมากขึ้นจนสามารถซื้อรถยนต์มาใช้ได้มากกว่า 240 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 21.8 ต่อประชากร 100 คน ซึ่งมากกว่าพื้นที่อื่นๆในจังหวัดเดียวกัน

หรือตัวอย่างที่อำเภอก่วนเถา มณฑลเหอเป่ย หลังจากเริ่มเป็นหนึ่งในต้นแบบของโครงการ พวกเขาใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็สามารถยกระดับการจำหน่ายสินค้าในระบบออนไลน์ให้เพิ่มมากขึ้นได้ กระทั่งได้รับเงินทุน 15 ล้านหยวนจากรัฐบาลจีนเพื่อตั้งศูนย์บริการสำหรับ E-Commerce และศูนย์การแสดงสินค้า O2O  ในปัจจุบันที่นี่มียอดจำหน่ายสั่งซื้อสินค้าทาง Taobao มากกว่า 4 แสนรายการ เป็นมูลค่ารวมมากกว่า 29.8 ล้านหยวน

Taobao จะไม่สามารถใช้ wechat จ่ายเงินได้จ้า ต้องผ่าน Alipay ในการจ่ายหรือบัตรธนาคารจีนจ้า แต่ถ้าอยากใช้ กระเป๋าเงินของ wechat ระบบจะบังคับดังนี้

กฎวีแชท

ที่มาภาพ shutterstock / โดย Piotr Swat
  • กรณีที่ไม่ได้ทำการผูกบัตรธนาคารจีนกับวีแชท จะสามารถส่งเป็น อั่งเปา ได้เดือนละ1000หยวน/วัน/เดือน เท่านั้น และไม่สามารถเอาเงินออกมาเข้าบัตร หรือ โอนให้ใครได้ นอกจากการส่งอั่งเปา เท่านั้น
  • ในกรณีที่ทำการผูกบัตรธนาคารไว้ จะสามารถทำการ โอนมาเป็น อั่งเปาได้ครั้งละ 200 หยวน เดือนละ 100 ครั้ง เท่านั้น หรือสามารถทำการโอนได้  50,000หยวนต่อเดือนเท่านั้น
    วีแชท สามารถผูกบัตรธนาคารได้เฉพาะในจีนเท่านั้น Alipay ก็เช่นกันจ้า

แต่ alipay ถ้าคุณไม่ได้ทำการยืนยันตัวตน การใช้จ่ายจะมีข้อจำกัด เมื่อถึงระดับนึงคุณจะโดนระบบล็อก เงินจะโดนอายัด ไม่สามารถรับได้ โอนมาได้ หรือใช้จ่ายได้ จ้า

ถ้าทางร้านบอกว่าให้ไปจ่ายใน wechat ได้เช่นนั้นไม่ใช่ อาจจะโดนหลอกได้จ้า นอกจากสั่งของจากทางพวกขายของทาง wechat หรือ จากทางอื่นที่ไม่ใช่เวบไซต์ที่เป็นระบบ แต่ไม่แนะนำเท่าไรนอกจากเป็นลูกค้าประจำหรือสั่งอยู่ประจำอยู่แล้วจะเสี่ยงต่อการโดนโกงเงินจ้า

ทางคุณสามารถใช้ไอดี Alipay เพื่อนคนจีนเพื่อทำการจ่ายเงินได้จ้า เพียงแค่แลกเงินกับที่รับแลก และให้เขาโอนเข้า alipay ของเพื่อน เพื่อทำการจ่าย แต่ alipay นี้ต้องผูกกับ Taobao ด้วย 

Q: แล้วทำไมการบุกตลาดจีน จำเป็นต้องใช้ WeChat ครับ

Levelupthailand: ให้สามเหตุผลหลัก อันดับแรก และเรียบง่ายที่สุดคือเป็นแอพที่คนจีนใช้งานมากที่สุดในเวลานี้ครับ มีรายงานจากบริษัท Tencent เปิดเผยว่า จำนวน User ล่าสุดเมื่อต้นปี 2018 อยู่ที่ 1,000 ล้านคน และ ใช้งาน Activate เฉลี่ยเดือนละ 600 ล้านคน จากประชากรจีนทั้งหมด 1,300 ล้านคน

อันดับสองคือ เพราะ WeChat เป็น All-in-One Platform หมายถึงว่า ทุกวันนี้คนจีนไม่ได้ใช้ WeChat แค่เพื่อการแชทส่งข้อความหากันเป็นหลักอย่างเดียว แต่ใช้งานในหลายมิติ เช่น โอนเงิน ทำธุรกรรมการเงิน ซื้อสินค้าออนไลน์ แชร์คลิปวีดีโอ ส่งภาพ และมี WeChat -Miniprogram ที่ทำให้เข้าใช้งานแอพอื่นๆได้โดยไม่ต้องไปเสียเวลาดาวโหลดอีก เช่น เรียกแท็กซี่ ดูหนัง ฟังเพลง เข้าร้านออนไลน์ของ JD.com เป็นต้น

อันดับสาม ก็จากคำถามแรกครับ เพราะเวลานี้จีนกำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดมากขึ้นทุกที คนจีนพกแค่มือถือเครื่องเดียว ก็ทำธุระต่างๆ หรือจ่ายเงินได้เลยโดยไม่ต้องพกเงินสดเท่าไรแล้ว แค่มี WeChat, Alipay และแอพอื่นๆที่จำเป็นติดเครื่อง

แล้ว WeChat Pay คืออะไรครับ

Levelupthailand: WeChat Pay จะเป็นส่วนของการชำระเงินออนไลน์โดยผ่านทางแอพของ WeChat ซึ่งมีลักษณะเป็น All-in-One Platform คือเป็นการจ่ายแบบเสร็จกระบวนการทั้งหมดภายในแอพเดียวครับ ซึ่งปกติแล้วในมือถือของคนจีนจะมีดาวโหลด WeChat มาใช้งานติดเครื่องกันตั้งแต่แรก

Q: ในประเทศไทย ร้านค้าประเภทไหนที่นิยมใช้ WeChat เพื่อชำระค่าบริการครับ

Levelupthailand: สำหรับในประเทศไทย ต้องยอมรับว่ายังมีเครื่องและอุปกรณ์ที่ให้บริการรองรับการชำระเงินผ่าน WeChat Pay ไม่มากนัก แต่จากในปี 2017-2018 ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยก็กำลังเร่งวางเครื่องกระจายไปตามร้านค้าปลีกทั่วประเทศเพื่อรองรับบริการนี้ประมาณ 200,000 เครื่อง

สำหรับร้านค้าใหญ่ที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็นหนึ่งในลูกค้าหลักเวลานี้อย่างเช่นร้านของฝาก Duty Fee ของ King Power ก็ได้นำร่องจ่ายด้วย WeChat Pay เรียบร้อยแล้วครับ เช่นเดียวกับกลุ่มร้านอาหารและร้านค้าบางประเภทที่นักท่องเที่ยวจีนชอบไปใช้บริการ หรือร้านในสนามบิน เป็นต้น

Q: ขายได้แล้ว จะเอาเงินออกจาก WeChat Pay อย่างไร

Levelupthailand: ต้องเปิดบัญชีซึ่งจะผูกอยู่กับ WeChat Pay หรือใช้วิธีโอนเงินผ่านทางเอเจนซี่แล้วให้โอนกลับมา ซึ่งจะมีค่าบริการอยู่ โดยที่เราสามารถหาเอเจนซี่เหล่านี้เพื่อใช้บริการได้ครับ

สำหรับข้อควรระวังคือ ความน่าเชื่อถือของเอเจนซี่ ทั้งนี้ ทางบริษัท Levelupthailand ก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาแก่ผู้สนใจบุกตลาดจีน และต้องการตัวแทนที่มีความน่าเชื่อถือครับ

 

 

เขียนโดย อิทธิชัย อรรถกระวีสุนทร
Expertise: China Marketing
อ่านบทความ Exclusive เพิ่มเติมได้ที่นี่

Copyright © MarketingOops.com


  • 14
  •  
  •  
  •  
  •  
Ittichai
Ittichai
ผู้ก่อตั้ง บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านการตลาดจีน เจ้าของเพจ Level Up Thailand, Level Up China และ เว็บไซต์ Level Up Thailand (https://www.levelupthailand.com) มีความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ในจีน เป็นนักพูดสร้างสรรค์ และผู้เขียนหนังสือ “บุกตลาดจีนด้วยโซเชียลมีเดีย”