103.58.148.118

Industry Insight

Ξ Leave a comment

7 เทรนด์ดิจิตอลมาร์เกตติ้งที่จะมาแรงในปีนี้

posted by  23,488 views

digital_marketing_trends_truths

มาร์เกตเตอร์หลายคนไม่ใส่ใจเทรนด์ของโลกดิจิตอลที่จะมาปฏิวัติวงการทำให้พลาดโอกาสดีๆ หลายอย่างไป

การดูเทรนด์ของดิจิตอลมาร์เกตติ้งเป็นสิ่งสำคัญมาที่จะทำให้คุณรู้ว่า “กระแส” ของโลกไปทางไหน แล้วคุณจึงจะเลือกได้ว่าจะแหวกว่ายตามกระแสหรือทวนกระแสมัน

ต่อไปนี้เป็นเทรนด์มาร์เกตติ้งที่จะมาแรงในปีนี้ทั้ง 7 เทรนด์ ลองอ่านและคิดว่าเทรนด์ไหนน่าจะเกิดประโยชน์กับบริษัทของคุณมากที่สุดกันดีกว่า

1.ดิจิตอลมาร์เกตติ้งแบบไม่ให้ข้อมูลอะไรเลยจะไม่ได้ผลอีกแล้ว

แบรนด์ส่วนใหญ่เริ่มรู้ว่าการทำการตลาดออนไลน์ต้องใช้คอนเทนต์และข้อมูลเป็นตัวตั้งก่อนเพื่อใช้มันสร้างจุดยืนให้แบรนด์และจูงใจผู้บริโภคให้เข้ามาหาข้อมูลของแบรนด์

การใช้ข้อมูลจะช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้ากับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ เช่น หากคุณเสนอเรื่องภาพยนต์ก็แสดงว่าคุณต้องการสื่อสารกับลูกค้าที่ชอบดูภาพยนต์เช่นกัน นอกจากนี้การมีธีมที่นำเสนอก็ทำให้ผู้บริโภคแวะเวียนกลับมาอ่านคอนเทนต์ของคุณอีกบ่อยๆ

นอกจากนี้ข้อมูลยังช่วยให้มาร์เกตเตอร์สามารถดูได้ว่าคอนเทนต์ ช่องทาง หรือแฟลตฟอร์มไหนที่เวิร์คสำหรับแบรนด์และเหมาะจะอยู่ในแผนกลยุทธ์ระยะยาว

2.Facebook อาจมีพลังมากกว่า Google แล้ว

Facebook เป็นสื่อโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งของโลกและตอนนี้โอกาสที่จะหาโพสต์หรือแอดเคาท์ Facebook เจอบน Google ก็เพิ่มโอกาสมากขึ้นแล้ว แถมยังมีฟีเจอร์ Facebook Search ของตัวเองอีกด้วย

นอกจากนี้ Facebook ก็มีฟีเจอร์ Graph search เพื่อค้นหาข้อมูลด้านสถิติโดยเฉพาะ มาร์เกตเตอร์ที่อยากหาความรู้เพิ่มเติมสามารถลองเข้าไปใช้งานกันได้ครับ

3.E-commerce จะต้องมาพึ่งโซเชียลมีเดียมากขึ้น

ตอนนี้โมบายกลายเป็นช่องทางหลังที่ลูกค้าใช้ช็อปปิ้งสินค้ากันใหญ่ โดยเฉพาะบน Facebook และ Twitter

มาร์เกตเตอร์ต้องเริ่มศึกษาฟีเจอร์บนโซเชียลมีเดียที่สนับสนุนการขายสินค้าออนไลน์แล้วเพราะต่อไปแฟลตฟอร์มที่ขายสินค้าออนไลน์แบบปกติน่าจะเริ่มหมดไป ร้านค้าออนไลน์จะขึ้นมาอยู่กับโซเชียลมีเดียมากยิ่งขึ้น

4.ต้องเปลี่ยนตัวเองมาสู่โมบายมากขึ้น

Google อัพเดท search algorithm ตั้งแต่ต้นปี 2015 เพื่อให้แฟลตฟอร์มรองรับการทำงานบนโมบายมากยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ดิจิตอลมาร์เกตเตอร์ต้องสร้างแบรนด์เว็บไซต์และอื่นๆ ที่เป็นมิตรกับโมบายมากขึ้น หากคุณพลาด Google ก็อาจค้นหาคุณไม่เจอบนโมบายและอาจเกิดขึ้นบนพีซีทั่วไปด้วย

5.ต้องเริ่มใช้เครื่องมือการตลาดแบบ automation

แรงคนเพียงอย่างเดียวในการตลาดแบบดิจิตอลไม่เพียงพออีกแล้ว

การใช้เวลาในแต่ล่ะวันเพื่อติดตามข้อมูล แฟลตฟอร์ม ช่องทางและตลาดเฉพาะเพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ดีนั้นบางครั้งอาจไม่ได้ให้ผลที่ดีตามที่ลงแรงไป เครื่องมือ Marketing automation จะช่วยให้คุณวางตารางงาน ดูประสิทธิภาพของแคมเปญโดยรวมและช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นกับการขายคอนเทนต์เหล่านั้น

6.เจอข้อความที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยมากขึ้น

Snapchat กำลังส่งฟีเจอร์ข้อความที่สามารถ “ลบออก” ได้ซึ่งผู้ใช้หลายคนตอบรับอย่างดี

ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์ในการทำโปรโมชั่น การแข่งขัน และการทำ moment marketing ที่ต้องการให้เกิดอีเวนท์หรือแอ็คชั่นทันทีในตอนนั้น

ในอนาคต น่าจะมีแอพฯ ที่สามารถทำข้อความที่สามารถหายไปได้ตามเวลาที่กำหนดออกมาซึ่งจะทำให้มีช่องทางในการทำการตลาดแบบใหม่ที่ครีเอทกว่าเดิมเยอะ

7.เลิกพิมพ์ข้อความและหันไปสร้างภาพกันดีกว่า

ผู้ใช้หลายคนเบื่อการอ่านข้อความบนหน้าจอมือถือเล็กๆ แล้วล่ะ

ดังนั้นต่อไปนี้แฟลตฟอร์มที่เน้นภาพเป็นหลักอย่าง Instagram, Tumblr และ Pinterest น่าจะมาแรงและมีแบรนด์หลายแบรนด์เริ่มเข้าไปทำการตลาดแล้ว คอนเทนต์ของมาร์เกตเตอร์ต้องปรับตัวเน้นภาพให้มากขึ้นแล้วล่ะ

Source

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เตาะแตะในโรงเรียนชายล้วนแถวยศเส ก่อนเติบโตต่อในมหาวิทยาลัยริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ที่สุดจับพลัดจับผลูเข้าทำงานในนแวดวงสื่อสารมวลชนมาแล้วกว่า 4 ปี โต้ลมโต้ฝนทั้งในวงการข่าวต่างประเทศ เยาวชน ธุรกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ แต่สุดท้ายกลับลำมาหลงรักวงการมาร์เก็ตติ้งที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปขี่จิงโจ้เรียนปริญญาโทมา เลยตัดสินใจหันหางเสือออกสู่การผจญภัยครั้งใหม่อีกสักตั้ง

User Name: อุ้งทีนหมี

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ seven = 13

Recent Posts

Facebook