ปิดฉากช่อง “Money Channel” รับแนวโน้มพฤติกรรมคนดูเปลี่ยน-สื่อทีวีร่วง!

  • 395
  •  
  •  
  •  
  •  

money channel

ใครที่ติดตามข่าวสารด้านการลงทุน อาจจะรู้สึกเสียดายไม่น้อย! เมื่อล่าสุด “บริษัท แฟมมิลี่โนฮาว จำกัด” เจ้าของสถานีโทรทัศน์ “มันนี่ชาแนล” (Money Channel) นำเสนอคอนเทนต์ด้านการลงทุน ออกอากาศตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ได้ประกาศยุติการออกอากาศของสถานีมันนี่ชาแนล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยในจดหมายถึงผู้มีอุปการคุณ ได้ชี้แจงเหตุผลของการปิดสถานีฯ ดังนี้

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่เอื้อให้ผู้ลงทุนมีช่องทางรับข้อมูลข่าวสารตลาดทุนผ่านสื่อยุคดิจิทัลที่มีความหลากหลายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

 

ปัจจุบันยุคดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น สถานทีโทรทัศน์มันนี่ชาแนล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีการรับชมผ่านเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ขณะที่พฤติกรรมในการบริโภคสื่อเปลี่ยนแปลงไปมากและรวดเร็ว จึงเป็นสาเหตุให้บริษัทฯ พิจารณายุติออกอากาศสถานีโทรทัศน์มันนี่ชาแนล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมีแนวทางดูแลคู่ค้าและซัพพลายเออร์อย่างเหมาะสมต่อไป

Money Channel_02

ทั้งนี้ การปิดฉาก “ช่องมันนี่ชาแนล” เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนถึงสถานการณ์ “สื่อทีวี” ในบ้านเรา ที่ในอดีตเคยเป็นยุครุ่งเรือง จากเม็ดเงินโฆษณาของ Advertiser ที่ให้ความสำคัญกับสื่อประเภทนี้ แต่ในช่วง 5 ปีมานี้ พบว่าเม็ดเงินโฆษณา “สื่อทีวี” ทั้ง “ทีวีดิจิทัล” ซบเซา และยิ่งสำหรับ “เคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียม” สัญญาณชีพจรสื่อประเภทนี้ยังคงทรุดหนักลงเรื่อยๆ !!

ปัจจัยที่ทำให้ “สื่อทีวี” อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นผลมาจากการจำนวนช่อง “ดิจิทัลทีวี” ที่มากเกินไป และความไม่พร้อมของทั้งภาครัฐ – ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ จึงทำให้เส้นทางของดิจิทัลทีวีในไทย กลับไม่สวยงามอย่างที่คิด !!

อีกทั้งการเกิดขึ้นของดิจิทัลทีวีในไทย อยู่ในจังหวะที่ “สื่อออนไลน์” บูม ซึ่งพฤติกรรมการเสพสื่อของคนไทย หันไปรับ “สื่อออนไลน์” มากขึ้น โดยมีตัวกระตุ้นคือ “สมาร์ทโฟน” ที่มีให้เลือกหลายระดับราคา และประชากรไทย “เข้าถึงอินเทอร์เน็ต”

นี่จึงทำให้ Advertiser กระจายเม็ดเงินโฆษณาจากสื่ออื่นๆ มายัง “สื่อออนไลน์” มากขึ้น กระทั่งปัจจุบัน “สื่อออนไลน์” กลายเป็นสื่อที่มีมูลค่าอันดับ 2 ของอุตสาหกรรมสื่อโดยรวมไปแล้ว (15,000 ล้านบาท) ขณะที่ “สื่อทีวีดิจิทัล” ยังคงเป็นอันดับ 1 (มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท) แต่สถานการณ์ยังคงเติบโตติดลบ

เช่นเดียวกับ “สื่อเคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียม” (มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท) เป็นสื่อที่เจอผลกระทบจาก Digital Disruption อย่างหนัก!! เพราะนอกจากผู้บริโภคจะรับสื่อออนไลน์แล้ว ปัจจุบันยังเกิด “คู่แข่งหน้าใหม่” นั่นคือ “Video Streaming” ซึ่งเป็นเทรนด์ใหญ่ทั่วโลก ที่ทำให้สื่อ Pay TV อย่างเคเบิลทีวีซบเซา

เมื่อเป็นเช่นนี้ ได้ส่งผลให้ “ทีวีดิจิทัล” และ “เคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียม” บางสถานีต้องปิดฉากลง โดย “ทีวีดิจิทัล” บางสถานี ปรับตัวด้วยการเปิดรับกลุ่มนายทุนใหญ่ เข้ามาถือหุ้น เพื่อหวังต่อลมหายใจ และสร้างรากฐานให้มั่นคง เพราะการอยู่ได้ในยุทธจักรสื่อทีวี ต้องมี “สายป่าน” ที่แข็งแรง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องมีเงินลงทุนหมุนเวียนตลอด เพื่อนำไปลงทุนด้านบุคลากร ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลัก พัฒนาเทคโนโลยี และด้านคอนเทนต์

คงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ “อุตสาหกรรมสื่อ” ในปี 2019 แน่นอนว่าเม็ดเงินใน “สื่อออนไลน์” และ “สื่อนอกบ้าน” (Out of Home Media) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ยิ่งสำหรับสื่อนอกบ้าน เชื่อว่า Advertiser จะผสานเทคโนโลยี เข้ากับสื่อ เพื่อทำให้มีลูกเล่น ดึงความสนใจของผู้คน ประกอบกับวิถีชีวิตคนยุคนี้ ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงบวกที่ผลักดันให้ “สื่อนอกบ้าน” ขยายตัว ขณะที่เม็ดเงิน “สื่อทีวี” และ “สื่อเคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียม” คงต้องลุ้นกัน !!!


  • 395
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ
Top