พิสูจน์พลัง Music Marketing ใช้ “ดนตรี” ปลุกจิตสำนึกและสอนปัญหา Climate Change ให้ Gen Alpha

  • 12.2K
  •  
  •  
  •  
  •  

ว่ากันว่า “ดนตรี” เป็นสิ่งทรงพลังอย่างหนึ่งในโลก เพราะสามารถสื่อสารและเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แม้จะต่างเพศ ต่างวัย ต่างเชื้อชาติก็ตามที แถมเรื่องนี้ยังถูกพิสูจน์ไว้แล้ว ด้วยความสำเร็จจากหลายๆ แคมเปญทั่วโลก หรือแม้แต่ในประเทศไทย หลายแบรนด์ก็พากันหยิบ Music Marketing มาสื่อสารกับผู้บริโภคอยู่บ่อยครั้ง

แต่ไม่ใช่เพื่อสร้างประโยชน์เชิงการตลาดเท่านั้น เพราะวันนี้ ดนตรีถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การ “ปลูกฝังจิตสำนึก” ที่ดีต่อสังคมในอนาคต ตามไอเดียของ น่านแซนด์บอกซ์” (Nan Sandbox)

“เรียนรู้ เข้าใจ ปรับตัว” ทุกอย่างเกิดขึ้นได้พร้อมกัน

จากจุดเริ่มต้นของน่านแซนด์บอกซ์ ในการรวมพลังระหว่าง 3 ฝ่าย คือ ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก่จังหวัดน่าน กำลังจะถูกส่งไม้ต่อสู่เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น! กับภารกิจ “สร้างภูมิคุ้มกัน” ให้ Gen Alpha เด็กๆ ผู้เป็นอนาคตของประเทศ ได้เรียนรู้ เข้าใจ และตระหนักถึงปัญหา Climate Change” ว่าต้นเหตุของปัญหาสภาพอากาศที่แปรปรวน ฤดูกาลที่ไม่ปกติ และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิจากภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกต้องเผชิญอยู่นี้ เกิดขึ้นจากอะไร และพลังเล็กๆ ของทุกคนมีความสำคัญและช่วยเหลือโลกใบนี้ได้อย่างไร

คนส่วนใหญ่อาจมองว่าวิธีสร้างการเรียนรู้ เข้าใจ และปรับตัวในกลุ่มเด็กๆ นั้น จำเป็นต้องใช้สื่อการสอนเพื่อทำความเข้าใจและใช้เวลามาก แต่ที่จริงแล้วกระบวนการทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นได้พร้อมกัน หากเลือกวิธีและใช้ไอเดียที่ง่ายต่อการกระตุ้นการจดจำ และสร้างจิตสำนึก การเปลี่ยนแปลงก็สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ยาก ทั้งยังสามารถสร้างและส่งต่อภูมิคุ้มกันต่อไปยังคนรุ่นหลังได้ เพียงทำให้พวกเขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำ และ “ทุกคน…สามารถทำได้”

เปลี่ยน “ดนตรี” เป็น Key Message ส่งสารถึงเด็กๆ

มี Insights ที่น่าสนใจสำหรับ “ดนตรี” เพราะมีผลวิจัยเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กๆ ระบุว่า “เสียงเพลง” และ “ท่าเต้น” เป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

จึงไม่น่าแปลกใจที่โมเดลน่านแซนด์บอกซ์จะหยิบดนตรีมาเป็น “สื่อการเรียนรู้” เพื่อปลูกฝังเรื่องราวของปัญหา Climate Change ที่ใกล้ตัวพวกเราเข้ามาทุกที โดยชวนให้น้องๆ หนูๆ เริ่มหันมาสนใจผ่านความสนุกสนานจากเนื้อเพลงและท่วงทำนอง ที่กระตุ้นให้สามารถจดจำง่าย เข้าใจในทันที จะลุกขึ้นเต้นตามก็ยังทำได้อย่างสนุกสนาน… เรียกว่าแฝงการปลูกฝังจิตสำนึกผ่านสื่อการเรียนรู้ที่เด็กๆ ชื่นชอบ

ดังนั้น ตามไอเดียของน่านแซนด์บอกซ์ จึงถ่ายทอดแคมเปญ Climate Change Kids Song” โดยการนำ 6 เพลงฮิตคุ้นหูของเด็กๆ มาแปลงเนื้อเพลงใหม่ ประกอบกับท่าเต้นน่ารักๆ จนกลายเป็นสื่อการเรียนรู้ใหม่ สอดแทรกความรู้พร้อมกับความน่ารักและสนุกสนาน ชนิดที่เด็กๆ ต้องร้องขอให้ผู้ปกครองเปิดให้ดูให้ฟังซ้ำอย่างแน่นอน

เรียกได้ว่าทั้ง 6 เพลงในแคมเปญ Climate Change Kids Song นั้นเป็นสื่อการเรียนรู้ชั้นดี เพราะทำให้เด็กๆ เข้าใจต้นเหตุของปัญหา แนวทางการรับมือ หรือแม้แต่วิธีการบรรเทาปัญหา Climate Change ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมแบบง่ายๆ แล้วยังช่วยให้ทั้งน้องๆ และคุณพ่อคุณแม่ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างสนุกสนาน

Dance for Change สร้างความรู้สึกมีส่วนร่วม

นอกจากการสอดแทรกความรู้ผ่านบทเพลง แคมเปญดังกล่าวยังสร้างสีสันและ “ความรู้สึกมีส่วนร่วม” ผ่านความสนใจและชื่นชอบของเด็กๆ Gen Alpha กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ด้วยกิจกรรม Dance for Change สเตปจิ๋วเปลี่ยนโลก” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถเต้นประกอบเพลง

สำหรับเงื่อนไขในการร่วมสนุกกับกิจกรรม Dance for Change สเตปจิ๋วเปลี่ยนโลก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีอายุระหว่าง 5-12 ปี และส่งคลิปวิดีโอเต้น Cover แบบเดี่ยว 1 คนต่อ 1 วิดีโอคลิปเท่านั้น และเลือกเพลงใดก็ได้ 1 เพลงจากมิวสิควิดีโอซีรีส์เพลงเรียนรู้ Climate Change สามารถเลียนแบบท่าเต้นเหมือนในมิวสิควิดีโอ หรือครีเอทท่าเต้นตามแบบฉบับของตนเองก็ได้ และเต้นจนจบเพลง ผู้โชคดีจะได้เข้าร่วมกิจกรรม Climate Change คิดส์แคมป์” กับพี่อเล็กซ์ เรนเดล ที่เขาใหญ่ กับโครงการน่านแซนด์บอกซ์ ซึ่งจัดโดย EEC Thailand ในระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคม 2563 (เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ URL : https://bit.ly/3iaosff


  • 12.2K
  •  
  •  
  •  
  •