เทศกาล “เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่” ศึกชิง Landmark กระหึ่มโลก !!

  • 1.3K
  •  
  •  
  •  
  •  

Countdown-Event

ย่างเข้าสู่วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ตามสถานที่สำคัญของมหานครเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วโลก เตรียมความพร้อมจัดงาน “เทศกาลเคาท์ดาวน์” (Countdown) เพื่อส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ถ้าเป็นระดับโลกที่จัดกันมายาวนาน จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี ต้องยกให้กับย่าน “Time Square” ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถือเป็นเทศกาลเคาท์ดาวน์ใหญ่ระดับโลก, Sydney Harbour Bridge ออสเตรเลีย, ลอนดอน อังกฤษ, เบอร์ลิน เยอรมนี, ชายหาด Copacabana ที่รีโอเดจาเนโร บราซิล, โตเกียว ญี่ปุ่น, Marina Bay สิงคโปร์ ฯลฯ

เช่นเดียวกับเมืองไทย ทุกวันนี้ตามเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจ และเมืองท่องเที่ยวหลัก ได้จัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ต่างประเทศ

 

ช่วงเวลาแห่งการชิงความเป็น “World-class Destination”

 

เหตุผลสำคัญที่หลายประเทศสร้างงานเทศกาล “เคาท์ดาวน์” ขึ้นมา พร้อมทั้งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ส่วนหนึ่งเพื่อโปรโมทประเทศ และเมืองที่จัดให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และผลักสถานที่จัดงานให้เป็น “World-class Destination” หรือเป็น “Landmark” ของเมืองนั้นๆ เพราะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กับประเทศ – เมืองนั้นๆ ให้เติบโต

เช่นเดียวกับเมืองไทย ปัจจุบันในจังหวัดใหญ่ จัดเทศกาลเคาท์ดาวน์สุดอลังการ แต่เมื่อพูดถึงแหล่งจัดงานเคาท์ดาวน์ใหญ่สุด ต้องยกให้กับ “กรุงเทพฯ” ได้ชื่อว่าเป็นเมืองจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือน และพักแรมมากที่สุดติดต่อกัน 3 ปีซ้อน (จัดอันดับโดย Mastercard Global Destination Cities Index, GDCI 2018) ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค้างคืนกว่า 20 ล้านคน อีกทั้ง “CNN” เลือกให้กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 10 Destination แห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ของโลก ทำให้เวลานี้เกิดเทศกาลเคาท์ดาวน์ในกรุงเทพฯ มากมาย มีไม่ต่ำกว่า 7 – 10 แห่ง

และที่น่าสนใจสำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ในครั้งนี้ มีสถานที่ใหม่เพิ่มเข้ามาอีก 2 แห่ง คือ “ICONSIAM” และ “มหานคร สกายวอล์ค” ของคิง เพาเวอร์

ประกอบกับปัจจุบันทุกคนมีสื่อของตัวเอง นั่นคือ “Social Media” ก็ยิ่งทำให้การพูดถึงงานเคาท์ดาวน์ ผ่านการโพสต์ และแชร์ ขยายเป็นวงกว้างขึ้น

King Power Mahanokorn_01

 

ปลุกปั้นเคาท์ดาวน์ “ราชประสงค์” เทียบชั้น Time Square !!

 

ทุกวันที่ 31 ธันวาคม ช่วงเวลาบ่ายๆ ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม จะมีการปิดถนนย่านราชประสงค์ เพื่อจัดงานเคาท์ดาวน์บริเวณลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยจัดต่อเนื่องมาหลายปี กระทั่งปลุกปั้นอีเว้นท์นี้ได้สำเร็จ กลายเป็น “Signature Event” ใหญ่ประจำปี

วัตถุประสงค์หลักเพื่อแบรนด์ดิ้ง “ย่านราชประสงค์” ให้เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก ในฐานะ “World-class Destination” เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในย่านนี้ ขณะเดียวกัน “CPN” ในฐานะเป็นผู้จัดงานหลัก ต้องการผลักดันให้ “ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์” เป็น Landmark ของกรุงเทพฯ

สำหรับเคาท์ดาวน์ 2019 “CPN” ผนึกกำลังกับ “AIS” และพันธมิตรทั้งภาคเอกชน – หน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมกันจัดขึ้น โดยปีนี้ใช้กลยุทธ์ “Realised Connection Experience” ด้วยการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่อยู่ตรงหน้า โดยร่วมกับ AIS และพันธมิตรต่างๆ ส่งมอบประสบการณ์แบบ 360 องศา ทั้งการจุดพลุฉลองปีใหม่ เอ็ฟเฟ็คแสง-สี-เสียงรอบทิศ กองทัพศิลปินและดีเจกว่า 200 ชีวิต พร้อมทั้งการแสดงจาก AIS และพรีเซนเตอร์ นอกจากนี้ จะถ่ายทอดบรรยากาศงานเคาท์ดาวน์ผ่านจอ The panOramix จอ digital interactive หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ และถ่ายทอดสดผ่านช่อง 3SD และ 3HD รวมทั้งแอปพลิเคชัน AIS Play และ AIS Playbox

“ในฐานะที่เราเป็นแลนด์มาร์คงานเคาท์ดาวน์ของกรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง จนสร้างชื่อเสียงให้กรุงเทพฯ จน CNN สำนักข่าวระดับโลก เลือกให้กรุงเทพฯ เป็น 1 ใน 10 เดสติเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ของโลก และได้เปรียบเทียบเซ็นทรัลเวิลด์ ให้เป็นเสมือน Time Square ของประเทศไทย

ปีนี้เราจึงได้นำเอากลยุทธการสร้าง ‘Realised Connection Experience’ ด้วยการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด โดยทุ่มงบการตลาดกว่า 400 ล้านบาท ไปกับกิจกรรมเคาท์ดาวน์ และโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมทั้งประดับไฟ และตกแต่งตามศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด และศูนย์การค้าอื่นๆ ของ CPN ทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และการท่องเที่ยวช่วงสิ้นปี” ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้าย

Resize Central World_01

 

“เอเชียทีค” ชิงปักธงเทศกาลสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา

 

ด้วยความที่ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์” (Asiatique The Riverfront) เป็น “Outdoor Shopping Mall” ที่เปิดให้บริการช่วงเวลาเย็นเป็นต้นไป โดยมีจุดขายที่การเป็น “Theme Retail” นำเสนอประวัติศาสตร์ความเป็นมาของผืนดินที่โครงการเอเชียทีคตั้งอยู่ ผนวกกับตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการเปิดสถานที่ช้อปปิ้งแบบเปิด

แต่ทว่าการทำธุรกิจรีเทล ต้องใช้ Pull Strategy เพื่อดึงคนให้มาพักผ่อนในโครงการ โดยหนึ่งในกลยุทธ์ คือ การสร้าง Signature Event ที่สอดคล้องกับเทศกาลของเมืองไทย เพราะนอกจากโปรโมทโครงการให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และคนไทยแล้ว ยังเป็นการสร้าง Traffic ให้คนมาเที่ยว และใช้จ่าย เช่น กิจกรรมเทศกาลลอยกระทง และกิจกรรมเคาท์ดาวน์ สองอีเว้นท์ใหญ่ของ “เอเชียทีค” ที่จัดขึ้นทุกปี เพื่อผลักดันให้โครงการเป็น Landmark ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสร้างบรรยากาศ “Outdoor Shopping Experience”

“การเปิดตัวของธุรกิจริมน้ำใหม่ๆ ก็ถือเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจริมน้ำมีความคึกคักยิ่งขึ้น เป็นการสร้างความรู้สึกใหม่ให้กับธุรกิจรีเทลในไทย ที่สร้างประสบการณ์ให้กับนักท่องเที่ยวได้พบกับความหลากหลาย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 จะขยายและสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่ยังไม่เคยเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ Outdoor Shopping Experience ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ลูกค้าสามารถใช้เวลาดื่มด่ำกับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเย็นถึงยามค่ำคืนได้ครบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมทั้งวางแผนขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทั่วโลก โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้จะมีไฮท์ไลท์ใหม่ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยว ด้วยเครื่องเล่นนำเข้าจากต่างประเทศ ที่จะมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน และเรือสิริมหรรณพ เรือใบสามเสาอิงประวัติศาสตร์สำคัญในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่จะมาสร้างความภูมิใจให้กับชาวไทยได้ระลึกถึงความสัมพันธ์ด้านการค้าทางน้ำมาเป็นระยะเวลายาวนาน” คุณเปรมินทร์ เลอนรเสฏฐ์ ผู้จัดการทั่วไป โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เล่าแผนธุรกิจ

Resize Asiatique_01

 

“ICONSIAM” งานเคาท์ดาวน์ โอกาสแจ้งเกิดโครงการในช่วงเวลาสำคัญแห่งปี

 

ปีนี้ หนึ่งในงานเทศกาลเคาท์ดาวน์ที่น่าจับตามอง คือ “Amazing Thailand Countdown 2019” ที่มีโต้โผใหญ่คือ “ICONSIAM” จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตรทั้งภาครัฐ – ภาคเอกชน เช่น สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, กรมเจ้าท่า, ธนาคารไทยพาณิชย์, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ไฮไลท์ของงานเคาท์ดาวน์ที่นี่ คือ การแสดงพลุภายใต้แนวคิด “แม่น้ำแห่งความรุ่งเรือง” ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์เรื่องราวของแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต อารยธรรมและตำนานของความเป็นสยามประเทศจำนวนทั้งสิ้น 5 องก์ ความยาวประมาณ 5 นาที โอบรอบโค้งน้ำ ทำให้สามารถมองเห็นได้เป็นระยะทางกว่า 1,400 เมตร ถือเป็นการแสดงพลุที่มีระยะทางยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาของการแสดงพลุบนแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งการแสดงโขนชุด “พระรามคืนนคร ครองเมือง” โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมพลุนี้มากกว่า 1 ล้านคนในรัศมี 2 กิโลเมตร และจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 MCOT, PPTV, True4U, TNN และ Thai PBS

งานเคาท์ดาวน์ที่จัดขึ้นครั้งนี้ ถือเป็นอีเว้นท์ที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับ “ICONSIAM” เพราะจุดมุ่งหมายใหญ่ของอภิมหาโครงการระดับ 54,000 ล้านบาทนี้ คือ ต้องการเป็นอีกหนึ่ง Landmark สำคัญของไทย ดังนั้นจะเห็นได้ว่านับตั้งแต่เปิดตัวโครงการมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา “ICONSIAM” ทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ เพื่อผลักดันให้โครงการแจ้งเกิดให้สำเร็จ เพราะการเปิดตัวโครงการ หรือสินค้าใดก็ตาม จังหวะ Take off ต้องดันให้สุดพลัง เพื่อทำให้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้าง และเป็นที่พูดถึงกัน ฉะนั้นงานเคาท์ดาวน์นี้ จึงมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับ ICONSIAM เพราะจะช่วยผลักดันให้ขึ้นบินได้สำเร็จ และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการต่อภาพ Iconic Landmark ประเทศไทย

ICONSIAM_01

 

“คิง เพาเวอร์” จัดงานเคาท์ดาวน์สุดหรูบน “มหานคร สกายวอล์ค”

 

หลังจาก “คิง เพาเวอร์” ได้ซื้อโครงการมหานคร ในส่วนโรงแรม จุดชมวิว และพื้นที่ร้านค้าปลีก พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น “คิง เพาเวอร์ มหานคร” (King Power Mahanakorn) ด้วยมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท เพื่อต่อยอดธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้ครบวงจร จากปัจจุบันมีธุรกิจดิวตี้ ฟรี และโรงแรม โดยเมื่อไม่นานนี้ได้เผยโฉมจุดชมวิว “มหานคร สกายวอล์ค” (Mahanakorn Sky Walk) หวังผลักดันให้เป็นอีกหนึ่ง Landmark ของกรุงเทพฯ

ล่าสุดใช้จังหวะส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เนรมิต “มหานคร สกายวอล์ค” ให้เป็นสถานที่เคาท์ดาวน์ โดยชูความแตกต่างตรงที่ชมความงามที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ในค่ำคืนที่มีพลุเต็มท้องฟ้า บนชั้น 74 และชั้น 78

สำหรับชั้น 74 จุดชมวิวภายในอาคาร แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงพระอาทิตย์ตก (16.00 – 19.30 น.) ราคา 1,250 บาท และ ช่วงเคาท์ดาวน์ (21.00 – 01.00 น.) ราคา 2,800 บาท

ส่วนชั้น 78 จุดชมวิวภายนอกอาคารแบบ 360 องศา แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงพระอาทิตย์ตก (16.00 – 19.30 น.) ราคา 4,000 บาท และ ช่วงเคาท์ดาวน์ (21.00 – 01.00 น.) ราคาเริ่มต้น 12,000 บาทต่อคน

Resize King Power Mahanokorn_02


  • 1.3K
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ