103.58.148.118

Biz & Marketing news

Ξ Leave a comment

เปิดเบื้องหลังทำไม “Google” สร้างแพลตฟอร์ม Free WiFi – แผนที่มอ’ไซค์ – แอปฯ YouTube Go

posted by  2,150 views

Google_cover

ยุทธศาสตร์ธุรกิจของ “Google” เวลานี้ให้ความสำคัญกับประเทศที่เป็น Emerging Market เนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “สังคมดิจิทัล” อย่างเต็มรูปแบบ เช่น อินเดีย อินโดนีเซีย ทั้งสองประเทศนี้เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เพราะมีประชากรมหาศาล และอีกหนึ่งประเทศที่เป็นหมุดหมายด้วยเช่นกัน คือ “ประเทศไทย”

เหตุผลที่โฟกัส Emerging Country เพราะเล็งเห็นถึงโอกาสในยุค Digital Economy โดยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล” สามารถสร้างมูลค่าให้กับภูมิภาคนี้สูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ประเทศไทย Digital Economy สร้างมูลค่าอยู่ที่ 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม เช่น อีคอมเมิร์ซ, การเดินทาง, ท่องเที่ยว, การศึกษา, การดูแลสุขภาพ, ด้านบันเทิง และ FinTech ฯลฯ ซึ่งความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในไทย จัดอยู่อันดับ 5 ของเอเชีย รองจากสิงคโปร์ (อันดับ 1), ฮ่องกง (อันดับ 2), เกาหลีใต้ (อันดับ 3) และกาตาร์ (อันดับ 4)

เมื่อเอ่ยถึง “Google” เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้จักในฐานะเป็น Search Engine, E-Mail “Gmail” และเป็นแพลตฟอร์มแผนที่ “Google Maps” ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 90% ของพื้นที่ในไทย รวมไปถึงแพลตฟอร์มวิดีโอ “YouTube” และระบบปฏิบัติการ “Android”

Google for Thailand_01

แม้ว่าบริการเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทยไปแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า…ในประเทศที่เป็น “Emerging Country” เช่น ไทย แม้ความเร็วอินเทอร์เน็ตจะติดอันดับ 5 ในภูมิภาคเอเชีย และสัญญาณ 3G – 4G ครอบคลุมพื้นที่กว่า 90% ของประเทศแล้วก็ตาม แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ ด้านระบบ Infrastructure หรือแม้แต่ด้านกำลังทรัพย์ ในการจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ต ทำให้ต้องใช้แพ็กเกจค่าเน็ตขนาดเล็ก

เพราะฉะนั้นทิศทางของ “Google ประเทศไทย” ภายใต้นโยบาย “Leave no Thai behind” หรือ “ไม่ทิ้งคนไทยไว้ข้างหลัง” เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะคนกลุ่มที่เพิ่งเข้าสู่โลกออนไลน์ หรือที่ Google เรียกว่า “Next Billion Users”

Google for Thailand_02

Resize Google for Thailand_4 Pillars

ยุทธศาสตร์ ‘Google ประเทศไทย’ ประกอบด้วย 4 เสาหลัก ได้แก่ Access ทำให้ทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต / Education & Skilling พัฒนาทักษะดิจิทัลให้คนไทย / Localized Product & Local Content พัฒนาผลิตภัณฑ์-บริการ และผลิตคอนเทนต์สำหรับคนไทย / SMes & Startups พัฒนาบริการสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs และ Startups

ทำความรู้จักกลุ่ม “Next Billion Users” ผู้บริโภคที่เริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์ แต่สร้างโอกาสธุรกิจมหาศาล

ทุกวันนี้บริษัทที่เป็น Global Company มุ่งมายัง “Emerging Market” เช่นกรณีของ “Google” เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ในเชิงของการเข้าถึงเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับ Maturity แล้ว ทำให้การขยายตลาดในประเทศกลุ่มนี้ ต้องยกระดับเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น และเพิ่มการใช้งานให้มากขึ้น ขณะที่ตลาด Emerging Country ยังมีช่องว่างอีกมหาศาลที่จะผลักดันบริการต่างๆ ของ Google เจาะเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้

โดยหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ “Google” ทั่วโลก รวมทั้งไทย ต้องการเข้าถึง คือ ผู้บริโภคกลุ่มที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์ หรือที่ Google เรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Next Billion Users” โดยส่วนใหญ่เป็นประชากรที่อยู่ในประเทศ Emerging Market ดังนั้น Google ต้องการทลายกำแพงที่เป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคในประเทศเหล่านี้

อย่างล่าสุดจัดงาน “Google for Thailand” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หนึ่งในเสาที่ให้ความสำคัญคือ “Access” คือ ทำให้คนไทยทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ด้วยบริการใหม่ของ Google ที่มีทั้งนำมาจากต่างประเทศ เข้ามาปรับใช้ในไทย และที่พัฒนาขึ้นเองสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ (Localized Service) พร้อมทั้งจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ของไทย

Google for Thailand_04

จาก “Android Go” ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนหน่วยจุต่ำ สู่ “Google Station” บริการ Free Wi-Fi

กลยุทธ์การขยายฐานผู้บริโภคกลุ่มเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์ “Google” ใช้วิธีพัฒนาโปรดักต์ และบริการใหม่สำหรับเจาะกลุ่ม Next Billion Users โดยเฉพาะ อย่างเมื่อปีที่แล้วได้พัฒนาระบบปฏิบัติการ “Android Go” หรือ Go Edition” สำหรับใช้กับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำน้อยกว่า 1 GB และยังสร้างแอปพลิเคชันใส่ไว้ในระบบปฏิบัติการ Android Go เพื่อให้สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก

“ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหน้าใหม่ในไทย มักจะพบปัญหาการเข้าถึงข้อมูลเป็นส่วนใหญ่ เพราะการใช้อินเทอร์เน็ตต้องมี Data และมีอุปกรณ์ แต่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนมีรุ่นมากมาย และมีข้อจำกัดแตกต่างกัน บางรุ่นมีหน่วยความจำน้อย ส่งผลให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ไม่ดีนัก ดังนั้นเมื่อปีที่แล้ว เราจึงพัฒนาระบบ Android Go สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีหน่วยความจำน้อยกว่า 1 GB” คุณอันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users เล่าถึงที่มาของการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android Go

นอกจากปลดล็อคข้อจำกัดสมาร์ทโฟนความจุน้อยแล้ว อีกหนึ่งกำแพงที่ “Google” ต้องการทลายให้ได้คือ ข้อจำกัดด้านการเข้าถึง “อินเทอร์เน็ต” เพราะผู้บริโภคฐานรากมีรายได้จำกัด คนกลุ่มนี้ไม่มีโอกาส หรือมีโอกาสน้อยที่จะเข้าถึงโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงบางพื้นที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์

Google for Thailand_12

ด้วยเหตุนี้เมื่อราว 2 ปีที่แล้ว “Google” ริเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ Wi-Fi คุณภาพความเร็วสูง และปลอดภัยในชื่อ “Google Station” โดยเริ่มให้บริการครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ด้วยความร่วมมือกับ “RailTel” ผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตท้องถิ่นของอินเดีย และการรถไฟอินเดีย ร่วมกันให้บริการ Wi-Fi ตามสถานีรถไฟฟ้าอินเดีย ถึงวันนี้ครอบคลุมกว่า 400 สถานี และมีผู้คนหลายล้านคนต่อเดือนได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงโลกออนไลน์

ต่อมาได้ขยายบริการ “Google Station” ไปยังประเทศอินโดนีเซีย และเมื่อต้นปีนี้ ขยายไปที่เม็กซิโก ขณะที่ล่าสุดมายัง “ประเทศไทย” เป็นประเทศที่ 4 ของโลก โดยร่วมมือกับ “กสท โทรคมนาคม หรือ CAT Telecom” และได้พันธมิตรลงโฆษณารายแรกคือ “Unilever” เพื่อเปิดให้บริการ Free Wi-Fi นำร่อง 10 พื้นที่ในกรุงเทพฯ, พิจิตร และเลย และจะขยายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“วันนี้ถือเป็นก้าวแรกของเราในการเชื่อมโยงผู้คนนับล้านในไทย สู่อินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง และฟรี ซึ่งการเริ่มโปรเจค Google Station ในไทยเป็นเรื่องท้าทายมาก เราจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ที่ลงโฆษณาเข้ามาช่วยด้วย โดยมี Unilever เป็นผู้ลงโฆษณารายแรกของ Google Station ในประเทศไทย”

Google for Thailand_13

“Google Maps” สร้างโหมดมอเตอร์ไซค์ – “YouTube Go” แอปฯ ดูวิดีโอ ใช้เน็ตราคาประหยัด

เป็นอีกสองโปรดักต์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่ม Next Billion Users คือ “Google Maps” พัฒนาโหมดการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ และ แอปพลิเคชั่น “YouTube Go” สำหรับดูวิดีโอ YouTube บน Smart Device ต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ได้

สำหรับที่มาของการพัฒนา “Google Maps โหมดรถจักรยานยนต์” ซึ่งเป็น Localized Product ที่พัฒนาขึ้นสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ เนื่องด้วยความที่สภาพการจราจรในกรุงเทพฯ หนาแน่น ทำให้รถติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานาน ดังนั้นยานพาหนะยอดนิยมในประเทศไทย คือ “รถจักรยานยนต์” เพราะคล่องตัวสูง โดยมีผู้ใช้ทั่วประเทศกว่า 20 ล้านคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตามหนึ่งใน Insight ที่ Google พบคือ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อาจไม่ได้ใช้เส้นทางสัญจรเหมือนกับผู้ขับรถยนต์ และถึงแม้ใช้เส้นทางเดียวกัน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อาจใช้เวลาในการจราจร และความเร็วในการขับขี่ที่แตกต่างจากผู้ขับขี่รถยนต์

นอกจากนี้ในระหว่างขี่รถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ ดังนั้นเวลาที่ไม่แน่ใจเส้นทาง ผู้ขับขี่จะใช้วิธีจอดรถเพื่อสอบถามจากคนที่เดินอยู่บนทางเท้า หรือร้านค้าริมทาง หรือค้นหาเส้นทางผ่านโทรศัพท์มือถือ ส่งผลให้ไปถึงจุดหมายปลายทางช้ากว่าที่กำหนด

Google for Thailand_07

ด้วยเหตุนี้เอง “Google” จึงได้พัฒนาโหมด “รถจักรยานยนต์” ลงไปใน Google Maps ในประเทศไทยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเพิ่มถนนอีก 4,500 กิโลเมตรทั่วประเทศ และระบุเส้นทางอีก 7,500 เส้นทางที่รถจักรยานยนต์ไม่สามารถขับขี่ได้ โดยโหมดนี้ ใช้ Machine Learning ในการค้นหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมถึงทางลัดที่รถยนต์ หรือพาหนะอื่นๆ ที่ใหญ่กว่าไม่สามารถผ่านได้ อีกทั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ได้ใช้ระบบ Voice Navigation

Google for Thailand_08

Google for Thailand_10

ขณะที่การพัฒนาแอปพลิเคชัน “YouTube Go” จุดเด่นอยู่ตรงที่ผู้ใช้งานสามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ชม และแชร์วิดีโอบน YouTube ได้แม้จะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้า หรือไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเลย เพื่อเจาะกลุ่ม Next Billion Users ในประเทศกำลังพัฒนา

สำหรับในไทย ล่าสุดร่วมมือกับ “AIS” ออกแพ็คเก็จเสริม YouTube Go โดยเฉพาะ ราคา 59 บาทต่อเดือน เพื่อทำให้คนไทยทุกกลุ่มเข้าถึงคอนเทนต์จากทั่วโลกได้อย่างเท่าเทียมกัน

Google for Thailand_06

พัฒนา “Digital Skill” ให้คนไทย

สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปกับการนำผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลมาให้คนไทยทั่วประเทศใช้ คือ การพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับคนไทย โดยที่ผ่านมา “Google ประเทศไทย” จับมือกับภาคการศึกษา สร้างทักษะดิจิทัลให้กับครู และนักเรียน นอกจากนี้กำลังสร้างศูนย์บ่มเพาะทักษะดิจิทัล “Academy Bangkok – A Google Space” ภายในโครงการ True Digital Park กรุงเทพฯ เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการ Google Ignite ซึ่งเป็นโครงการฝึกอบรมทักษะด้านการตลาดดิจิทัลสำหรับนักศึกษาระยะเวลา 2 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าทำงานจริงกับบริษัทที่ว่าจ้าง

อีกทั้งจะใช้ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมโครงการอื่นๆ ของ Google ในด้านต่างๆ เช่น ทักษะนักพัฒนาซอฟท์แวร์ และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง โดยศูนย์ฯ สามารถรองรับผู้เข้าฝึกอบรม 200 คนในแต่ละครั้ง

Google for Thailand_05

วิสัยทัศน์ “Google for Thailand” นับเป็นการสร้าง Engagement ครั้งใหญ่ระหว่างแบรนด์ และสินค้า-บริการของ “Google” กับ “คนไทย” ที่ทำให้ต่อไปสินค้า-บริการต่างๆ ของ Google ยิ่งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทยมากขึ้น ทั้งการใช้งานที่เพิ่มขึ้น และจำนวนผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้น 

ที่สำคัญช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงเทคโนโลยี และข้อมูลข่าวสาร และเมื่อทุกคนสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ง่าย-สะดวกขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ “ความเป็นเมือง” (Urbanization) ที่มาพร้อมกับความเจริญด้านต่างๆ จะไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่ แต่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วไปสู่ “สังคมชนบท” และเปลี่ยนสังคมชนบท ให้กลายเป็นสังคมเมืองที่ใครๆ ก็เข้าถึงเทคโนโลยี และข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลกได้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ

User Name: WP

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


one + = 5

Recent Posts

Facebook

PR News