103.58.148.118

Startups & SME

Ξ Leave a comment

Claim di ประกันภัยดิจิทัลรายแรกของไทย อีกก้าวสู่ Series A

posted by  5,786 views

ใครเคยประสบอุบัติเหตุรถชนบ้าง หมายถึง ขับรถชน มีคู่กรณี ต้องเรียกประกันภัย โทรศัพท์หาคอลล์เซ็นเตอร์ บอกทาง บอกตำแหน่ง รอพนักงานประกันมา ถามนู่นถามนี่ กรอกเอกสาร ถ่ายรูป บางทีอาจต้องถึงขั้นเรียกตำรวจขึ้นโรงพัก ลงบันทึกประจำวัน บอกเลยว่าเสียเวลาไปทั้งวัน หรืออาจจะมากกว่า 1 วันด้วย

ซึ่งเวลาที่เสียไปส่วนใหญ่หมดไปกับการ “รอ”

ดังนั้นเมื่อปี 2014 จึงเกิดแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า Claim di (เคลมดิ) เป็น Startup ไทยที่ได้รางวัลชนะเลิศจากโครงการ Dtac AccelerateBatch2 เพราะเป็นแอพพลิเคชั่นด้านประกันภัย ที่ไม่มีใครเหมือน และสามารถแก้ไข pain point ในธุรกิจประกันภัย นั่นคือ เมื่อเกิดรถชน ใช้ Claim di ไม่ต้องเสียเวลารอ

Cliam di1

คุณแจ็ค กิตตินันท์ อนุพันธ์ CEO บริษัท Anywhere to go ผู้พัฒนา Claim di บอกว่า จากวันแรกที่ Claim di เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของรถยนต์ และบริษัทประกันภัย ทำทุกอย่างได้ง่ายขึ้นโดยใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาเชื่อมตรงกลาง ให้ทุกอย่างจบบนมือถือ ถึงวันนี้ได้พัฒนาเป็น ผู้ให้บริการประกันภัยดิจิทัล และเป็น Startup ไทยอีกรายหนึ่ง ที่ก้าวขึ้นถึงระดับ Series A ไปเรียบร้อยแล้ว

เคลม ด้วย Claim di ง่ายนิดเดียว

เจ้าของรถ (ซึ่งน่าจะมีสมาร์ทโฟนกันแทบทุกคน) ถ้ายังไม่ได้ดาวน์โหลด Claim di มาใช้ ขอแนะนำให้ลองทำดูในทันที เพราะ Claim di คือเครื่องมือสำหรับบุคคลทั่วไปที่ขับรถยนต์และมีประกันภัย ตัวแอพพลิเคชั่นมีฟังก์ชั่นการทำงานหลัก 4 ส่วน คือ

1 ตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนทำประกันภัย – ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง แค่มีสมาร์โฟน และ Claim di ทั้งกรณีต่อประกันและทำประกันใหม่

2 แจ้งอุบัติเหตุ เพื่อขอพนักงานสำรวจภัย – หลังจากลงทะเบียนแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุแค่กดแจ้ง ประกันภัยจะรู้ตำแหน่งจากระบบ GPS และส่งพนักงานมาได้ทันที

3 ทำเคลมแบบไม่มีคู่กรณี – หากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนรั้วบ้าน ผู้ขับขี่สามารถถ่ายภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น (มีขั้นตอนบอกในแอพ) แล้วส่งรูปให้บริษัทประกันภัยทำเรื่องขออนุมัติเคลม จากนั้นเลือกอู่ซ่อมและนัดหมายได้ โดยไม่ต้องขับรถไปที่อู่หลายรอบ

4 ทำเคลมแบบชนแล้วแยก – หากเกิดรถชน และคู่กรณีใช้ Claim di ด้วยกันทั้งสองฝ่าย นำสมาร์ทโฟนมา shake กัน ประกันภัยจะออกเอกสารเคลมให้ผ่านทางแอพ จากนั้นก็แยกย้ายออกจากที่เกิดเหตุได้โดยไม่ต้องพนักงาน ประหยัดเวลาไปเยอะ

ทั้งหมดเป็นบริการที่สร้างความแตกต่างให้กับ Claim di และมีบริษัทประกันภัยที่เป็นพันธมิตรใช้ Claim di มากกว่า 50% ในตลาด เพราะรู้ว่า Claim di เข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ทั้งฝ่ายลูกค้าและฝ่ายบริษัทประกันภัย ลดค่าใช้จ่าย

11260671_1698954867002697_494723020699113419_n

ศึกษาตลาดปรับโมเดลธุรกิจใหม่

คุณแจ็ค เล่าให้ฟังว่า การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย Claim di พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้และบริษัทประกันภัย แต่การจะเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง อันดับแรกต้องเปลี่ยนพฤติกรรมคนที่บริษัทประกันภัยให้เปลี่ยนมาใช้ระบบไอที ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างความเชื่อมั่นให้มาใช้แอพนี้แทน ซึ่งถ้าทั้ง 2 ฝ่ายเห็นว่าได้ประโยชน์มากกว่า สุดท้ายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

แต่ยังมีส่วนของพนักงานทำประกัน หรือ Surveyor ที่ต้องเปลี่ยนแปลงด้วย ซึ่งตลอดปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนทำให้ยอดการใช้งาน Claim di ในช่วงต้นยังไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้นทีมงานต้องเข้าไปศึกษาธรรมชาติของ ธุรกิจประกันภัย ให้มากขึ้น ลงให้ลึกถึงราก เพื่อทำความเข้าใจและปรับโมเดลธุรกิจ จนวันนี้ Claim di ไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่ได้เปลี่ยนโมเดลใหม่ เป็น ประกันภัยดิจิทัล

“อยากให้เข้าใจว่า Startup ไม่ใช่ธุรกิจซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจอะไร คุณต้องสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจด้วยซอฟต์แวร์ ต้องมีความรู้สึกอย่างลึกซึ้งและเชี่ยวชาญ จากนั้นจึงหารายได้จากธุรกิจนั้น เช่น Claim di ที่อยู่ในประกันภัย”

และจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ Claim di มียอดเรียกใช้งานเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในทันที โดยมีมากกว่า 400 ครั้งต่อเดือนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Claim Di ilertu

Individual Business Model ตัวแปรสู่การเติบโต

Claim di ไม่ได้ทำประกันมาแข่งขันกับบริษัทประกันภัย แต่กำลังเป็นผู้ให้บริการประกันภัยดิจิทัล นั่นคือเป็นตัวกลางระหว่างบริษัทประกัน พนักงาน และเจ้าของรถยนต์ โดยใช้โมเดลธุรกิจแบบ Individual Business Model เดิมคิดว่าทำแค่เครื่องมือให้บริษัทกับเจ้าของรถใช้ก็น่าจะเพียงพอ แต่เมื่อศึกษาแล้ว การเข้ามาให้บริการเอง อาจจะมีงานที่เพิ่มขึ้นมาก แต่นั่นยิ่งทำให้ Claim di มีความพิเศษยิ่งขึ้นที่ไม่มีคู่แข่งทำได้

สำหรับโมเดล Individual Business Model คือ Claim di จะรับบริหารพนักงาน Surveyor ในการออกไปรับงานที่เกี่ยวกับการเคลมประกันต่างๆ เพื่อส่งต่อให้กับบริษัทประกันอีกต่อหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ บริษัทประกันภัย ลดต้นทุนด้านพนักงาน ทำงานได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่พนักงาน Surveyor ทำงานได้สะดวกขึ้น มีงานมากขึ้น และได้รับรายได้มากขึ้น และสุดท้าย เจ้าของรถก็พึงพอใจกับความสะดวก สบาย รวดเร็ว

สำหรับตลาดประกันภัยรถยนต์เป็นตลาดที่มีความเคลื่อนไหวเสมอ เพราะประกันภัยต้องต่ออายุทุกปี เฉพาะประเทศไทยมียอดขายรถยนต์ 3 billion USD ขณะที่ยอดขายรถยนต์ญี่ปุ่น 25 billion USD เกาหลีใต้ 15 billion USD แสดงว่าต้องมีการทำประกันภัยกันมหาศาล

แม้ว่าจะมีบริษัทประกันภัยพันธมิตรกว่าครึ่งหนึ่งของตลาด แต่ Claim di ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้การทำประกันง่ายขึ้น ดังนั้นไม่ว่าเจ้าของรถยนต์จะใช้บริการประกันภัยของค่ายไหน ก็สามารถใช้ Claim di ได้ทั้งหมด เรียกว่าช่วยให้เจ้าของรถ ทำทุกอย่างได้ง่ายขึ้น

ThinkstockPhotos-519588037

บุกตลาดต่างประเทศ บทเรียนที่ดีของ Startup

ถึงวันนี้ Claim di มีให้บริการแล้วในไทย และในอีกหลายประเทศในเอเชีย และแม้แต่ยุโรปก็สนใจ ซึ่งเป็นไปตามสูตรของ Startup นั่นคือ เริ่มต้นลองตลาดในขนาดเล็ก และขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น จากนั้นก็นำไปทำซ้ำกับตลาดอื่นๆ

จากการเริ่มต้นใน Dtac Accelerate การได้ออกรายการ SME ตีแตก ทำให้ Claim di เป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในไทย แต่ไปถึงต่างประเทศด้วย โดยได้รับความสนใจจากประเทศศรีลังกา ซึ่งทำให้มีโอกาสเข้าไปทำตลาดในอินเดียได้ รวมถึงประเทศญี่ปุ่นก็ให้ความสนใจนำไปใช้เช่นกัน

นอกจากพันธมิตรในการบุกตลาดแล้ว อย่างที่กล่าวว่า Claim di ก้าวขึ้นระดับ Series A เรียบร้อยแล้ว จากการได้ VC จากญี่ปุ่น และอีกหลายกลุ่มในรอบล่าสุด จึงเป็นหนึ่งในต้นแบบและแรงบันดาลใจให้กับ Startup ไทยรายอื่นๆ

“ฝากถึงน้องๆ นักศึกษาจบใหม่ที่อยากเป็น Startup ว่า เป็นเรื่องที่ยากถ้าไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจมาก่อน และวงการ Startup ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด บางคนคิดว่าเข้ามาทำโปรดักส์สวยๆ ได้เงินจาก VC ก็จบ ซึ่งทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบนั้น ดังนั้นควรมาเรียนรู้หาประสบการณ์ก่อน”

สำหรับอนาคต คุณแจ็ค บอกว่า ข้อมูลของประกันภัย จะกลายเป็น Big Data และการบริหารจัดการข้อมูลจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในแนวทางที่ Claim di วางไว้เรียบร้อยแล้ว

Microsoft_Anywhere2go_0039

ThinkstockPhotos-186928683

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


4 + three =

Recent Posts

Facebook