103.58.148.118

PR News

Ξ Leave a comment

อะโดบีเผย “วีถีการสร้างสรรค์และการออกแบบแห่งอนาคต” ในงาน Adobe MAX 2016

posted by  814 views

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

max-1

ครีเอทีฟกว่า 10,000 คนเข้าร่วมงาน Adobe MAX 2016 งานประชุมประจำปีระดับโลกเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ที่จัดโดยอะโดบี ปีนี้อะโดบี นำเสนอนวัตกรรม Creative Cloud รุ่นล่าสุด ประกอบด้วยโปรแกรมใหม่สำหรับการออกแบบเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น (Experience Design) การถ่ายภาพ (Photography) และการสร้างงานสามมิติ (3D Compositing) พร้อมอัพเดทสิ่งที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาในห้องวิจัยของอะโดบี นอกจากนี้ อะโดบีประกาศแนะนำ Adobe Sensei ชุดบริการอัจฉริยะภายใต้กรอบการทำงานใหม่เพื่อใช้งานบนแพลตฟอร์ม Adobe Cloud ทั้งหมด ในงาน Adobe MAX ครั้งนี้มีนักครีเอทีฟที่มีชื่อเสียงที่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจร่วมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์แชร์ประสบการณ์แลกเปลี่ยนความคิดของนักสร้างสรรค์ เช่น ผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลลีวู๊ดอย่าง เควนติน แทแรนติโน่ (Quentin Tarantino) แฟชั่นดีไซเนอร์ แซค โพเซ่น (Zac Posen) และช่างภาพระดับโลก ลินซีย์ แอดดาริโอ (Lynsey Addario) ซึ่งท่านสามารถชมการถ่ายทอดสดผ่าน Live Stream ได้ในคืนวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน เวลา 23.30 น. และเวลาเที่ยงคืนวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายนต่อกับวันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน ศกนี้ (เวลาประเทศไทย) ได้ที่ลิงค์นี้ www.adobe.com/go/maxkeynote

นายไบรอัน แลมกิ้น รองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปด้านดิจิตอลมีเดียของอะโดบีกล่าวว่า “งานAdobe MAX คืองานที่กลุ่มคนครีเอทีฟมาเพื่อรับชมนวัตกรรมล่าสุดของ Creative Cloud และฟังแนวความคิดจากนักครีเอทีฟระดับโลกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ในปีนี้เรามีการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีมากขึ้น (Experience Design) ทางด้านการถ่ายภาพ (Photography) ด้านการสร้างเวอร์ชวลเสมือนจริง (Virtual Reality) การสร้างตัวละครเคลื่อนไหว (Character Animation) และทางด้านนวัตกรรมสามมิติ (3D Compositing) อีกด้วย”

max-2

อะโดบีนำเสนอนวัตกรรม Creative Cloud รุ่นล่าสุด

  • Adobe Experience Design CC (XD) โปรแกรมใหม่สำหรับ Mac คือโปรแกรมครบวงจรโปรแกรมแรกสำหรับการทำงานด้านเว็บไซต์และโมบายล์แอพพลิเคชั่น ตั้งแต่การออกแบบ Designing การสร้างต้นแบบ Prototyping และการรับความคิดเห็นในการทดลองใช้งาน ซึ่งได้เพิ่มคุณลักษณะที่นักออกแบบร้องขออย่างมากสองประการเข้ามา – คือการใช้ Layers และการใช้ Symbols ทั้งสองสิ่งนี้คือคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยมในการออกแบบทั้งในโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Photoshop CC และ Illustrator CC ซึ่งโปรแกรม XD ได้นำ Layers และ Symbols มาใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของนักออกแบบ UX นอกจากนี้ นักออกแบบยังสามารถแชร์ตัวต้นแบบให้ผู้ทดลองใช้เพื่อขอความคิดเห็นในการใช้งานได้แบบเรียลไทม์ สำหรับในงาน Adobe MAX ครั้งนี้ ทางอะโดบียังจะนำสิ่งที่อยู่ระหว่างการกำลังพัฒนาอยู่มาให้ชมอีกด้วย เช่น ความสามารถในการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ (real-time collaboration)อย่างการให้ทีมงานช่วยกันแก้ไขเนื้อหา co-editing of documents, การออกแบบเป็นเวอร์ชั่น visual versioning, และการนำ Creative Cloud Libraries มาใช้ได้มากขึ้น ซึ่งความสามารถใหม่เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงอย่างทันเวลาได้ดีมากขึ้นอีก
  • Project Felix คือเครื่องมือแรกในอุตสาหกรรมนี้ที่ช่วยให้กราฟฟิกดีไซเนอร์สามารถสร้างภาพเสมือนจริงคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย ด้วยการผสมผสานงานสองมิติ (2D) และสามมิติ (3D) เข้าด้วยกัน เช่น วิธี product shot comps, scene visualization และ abstract design ผู้ใช้งานสามารถใช้งานโมเดลสามมิติ พื้นผิว และสภาพแสงจาก Adobe Stock และยังสามารถใช้งานวัสดุ แสงเงา มุมกล้อง แบบที่เฉพาะตัวได้อีกด้วย การเรนเดอร์แบบเรียลไทม์จะทำให้ผู้ใช้งานได้เห็นชิ้นงานจริงในขณะที่กำลังแก้ไขงานได้เลย ก่อนที่จะส่งต่อไปทำงานใน Photoshop เพื่อจบงานออกแบบ
  • สำหรับผู้สร้างภาพยนตร์ ความก้าวหน้าทางด้านเวอร์ชวลเสมือนจริง (Virtual Reality) การสร้างตัวละครเคลื่อนไหว (Character Animation) และงานสามมิติ (3D) ที่เพิ่มเข้ามาในเครื่องมือการทำงานด้านวิดิโอของอะโดบี คืออนาคตของการสร้างภาพเคลื่อนไหวเลยทีเดียว โปรแกรม Adobe Premiere Pro CC เวอร์ชั่นต่อไปจะมีความสามารถในการรับรู้ Virtual Reality โดยอัตโนมัติ (auto-aware virtual reality) ทำให้โปรแกรมรู้ได้เองว่าควรใช้ค่าแบบไหนที่จะเหมาะสมสำหรับสื่อแบบ Stereoscopic และ Monoscopic การอัพเดทครั้งนี้ยังเพิ่มความสามารถในการทำงานเป็นทีม (Team Projects) ซึ่งคิดค้นโดย IBC ที่ทำให้ Premiere Pro CC และ After Effects CC และ Prelude CC ซึ่งความสามารถนี้จะมีเฉพาะสำหรับผู้ที่สมัครใช้งาน Creative Cloud แบบ For Teams และ For Enterprise ทำให้สามารถตัดต่อและทำงานในโปรเจคท์ร่วมกันได้ อะโดบียังใช้เอนจิ้นการเรนเดอร์ภาพ 3D แบบใหม่จาก Cinema 4D ใน After Effects ที่ทำให้การสร้างเนื้อหาแบบสามมิติทำได้รวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มพาเนลโซเชียลพับลิชชิ่ง – Social Publishing Panel (Beta) – เข้ามาในโปรแกรม Premiere Pro ที่นำเทคโนโลยีจาก Adobe Marketing Cloud มาใช้งาน ทำให้สามารถนำวิดิโอออกไปยังช่องทางโซเชียลต่างๆ และยังสามารถเก็บข้อมูลที่ได้รับกลับมาวิเคราะห์ได้อีกด้วย
  • Adobe Sensei คือชุดของบริการอัจฉริยะที่ถูกใส่เพิ่มเติมเข้ามาใน Adobe Cloud Platform เพื่อที่จะช่วยยกระดับการจัดการเนื้อหาและข้อมูลที่มีอย่างมากมายมหาศาลของ Adobe ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับนักสร้างสรรค์ Adobe Sensei จะช่วยทำงานที่น่าเบื่อให้แทน นักครีเอทีฟจะได้ใช้เวลาไปกับการสร้างสรรค์และการออกแบบได้มากกว่าเดิม อะโดบียังพัฒนาการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) และการเรียนรู้ด้วยตัวเองของเครื่องจักร (machine learning) ในโปรแกรมสร้างสรรค์ของบริษัทต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผ่านทางความสามารถในการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) เทคโนโลยี Content-Aware และการลดความสั่นไหวของกล้อง (Camera Shake Reduction) ใน Adobe Sensei ที่เพิ่มมาคราวนี้ จะมีความสามารถในการค้นหา Adobe Stock ด้วยภาพ (Adobe Stock Visual Search) การค้นหาฟอนต์จากภาพ (Match Font) และการปรับแต่งโครงหน้า (Face-Aware Liquify) ใน Photoshop เป็นต้น   หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Adobe Sensei

ความก้าวหน้าของ Adobe Stock

Adobe Stock ทำให้วิธีการทำตลาดและวิธีการขายผลงานผ่านช่องทางนี้เปลี่ยนแปลงไป ในงาน MAX ครั้งนี้ อะโดบีภูมิใจที่จะประกาศข่าวการร่วมมือกับรอยเตอร์ ผู้ให้บริการสื่อทางด้านข่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอะโดบีจะสามารถนำภาพวิดิโอและภาพนิ่งของรอยเตอร์มาให้บริการผ่าน Adobe Stock ที่อยู่ใน Creative Cloud ได้โดยตรง นักสร้างสรรค์จะสามารถเข้าถึงเนื้อหาของรอยเตอร์ที่ประกอบด้วย

  • ภาพนิ่งประกอบเหตุการณ์ข่าว กีฬา และบันเทิง ซึ่งมีการเพิ่มภาพเข้ามาในระบบวันละหลายพันภาพ รวมทั้งภาพข่าวที่มีอยู่ในระบบอยู่แล้วกว่าสิบสองล้านภาพ
  • ภาพวิดิโอเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งที่อยู่ในคลังวิดิโอข่าวประวัติศาสตร์รวมแล้วกว่าหนึ่งล้านคลิปเหตุการณ์

เว็บไซต์ Adobe Stock Contributor ที่เปิดให้ทดลองใช้แบบ beta ไปแล้วในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา ในงาน MAX ครั้งนี้ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้นักสร้างสรรค์สามารถนำผลงานเข้าไปขายในระบบที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้แล้วผ่านทางระบบ Creative Cloud บริการ Adobe Stock ที่ขยายตัวมาตลอดจนถึงเวลานี้ มีภาพถ่าย วิดิโอ ภาพวาด กราฟฟิค และโมเดล 3D คุณภาพสูงพร้อมให้บริการแบบ Royalty-Free อยู่แล้วมากกว่า 60 ล้านชิ้น ในครั้งนี้ ยังมีการเพิ่มหมวดหมู่ใหม่ที่เรียกว่า Templates เข้ามาอีก ซึ่งผลงานในหมวดนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเริ่มทำโครงการที่ต้องการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น Adobe Stock ยังยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยการใช้ความสามารถของ Machine Learning มาทำให้การค้นหาผลงาน และกระบวนการทำงานของผู้สร้างงานทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม เช่น ความสามารถในการใส่คียเวิร์ดให้โดยอัตโนมัติ auto-keyword feature (Beta) ที่จะช่วยประหยัดเวลาได้โดยการช่วยใส่คีย์เวิร์ดห้าคำแรกให้ผลงาน โดยวิเคราะห์จากภาพลักษณะคล้ายกันที่ประสบความสำเร็จในการขายที่ผ่านมา

สำหรับงานด้านฟอนต์ อะโดบีได้พัฒนาวิธีใหม่ในการค้นหา การซื้อ และการจัดการฟอนต์ จากผู้ผลิตฟอนต์ชั้นนำ อาทิ เช่น Frere-jones Type, Type Network/Font Bureau และ Émigré ผ่าน Adobe Typekit Marketplace แบบใหม่ สมาชิก Creative Cloud สามารถใช้งาน Typekit ได้ทันที Typekit Marketplace จะมีจำนวนฟอนต์สำหรับใช้งานมีมากขึ้นเกือบสองเท่าตัว องค์กรธุรกิจและผู้บริโภคสามารถใช้ Typekit Marketplace เพื่อค้นหาและซื้อฟอนต์สำหรับใช้ในการออกแบบงานอย่างมืออาชีพและสำหรับงานส่วนตัวได้ ทั้งสำหรับเว็บไซต์ สื่อทางการตลาด บัตรเชิญ ฯลฯ

รายละเอียดการอัพเดทครั้งใหญ่สำหรับโปรแกรมต่างๆในชุด Creative Cloud

การอัพเดท Creative Cloud ครั้งนี้ ประกอบด้วยความสามารถที่จะช่วยให้การทำงานร่วมกัน การเรียนรู้ และการค้นหา ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ทำงานที่ดีที่สุดได้เร็วขึ้น การอัพเดทหลักประกอบด้วยอินเตอร์เฟสแบบใหม่ที่ทำให้ทำงานใน Dreamweaver CC ได้รวดเร็วและยืดหยุ่นขึ้น สำหรับ Photoshop ก็จะมี universal search bar ที่ทำให้ผู้ใช้งานค้นหาเครื่องมือ, พาเนล, เมนู, Asset ใน Adobe Stock, ความช่วยเหลือใน help และ Tutorials ได้รวดเร็วขึ้น สำหรับ Adobe Spark ก็จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาที่น่าตื่นตาตื่นใจเพื่อแชร์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสมาชิก Creative Cloud แบบจ่ายเงินยังสามารถใช้ความสามารถพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกใน Adobe Spark ได้เพิ่มเติม สำหรับผู้ใช้งานแอนดรอยด์ อะโดบีก็จะเพิ่มโมบายล์แอพยอดนิยมอย่าง Photoshop Sketch, Adobe Comp CC และ Photoshop Fix มาให้ใช้งานในการอัพเดทครั้งนี้อีกด้วย

สำหรับรายละเอียดของนวัตกรรมล่าสุดของ Creative Cloud ครั้งนี้ คลิกที่นี่

  • รายละเอียดการอัพเดทของ Photoshop CC, Photoshop Sketch, Photoshop Fix และ Photoshop Mix และโปรแกรมใหม่ Project Felix คลิกที่นี่
  • สำหรับกราฟฟิคดีไซเนอร์ นี่คือรายละเอียดการอัพเดทของ Illustrator CC และ Indesign CC คลิกที่นี่
  • สำหรับเว็บดีไซเนอร์ นี่คือรายละเอียดการอัพเดทของ Dreamweaver CC, Animate CC
  • สำหรับนักสร้างภาพยนตร์ สรุปรายละเอียดการอัพเดทล่าสุดสำหรับเครืองมือด้านวิดิโอและออดิโอสามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่ และนี่คือลิงค์ข้อมูลการอัพเดทของ Character Amimator (Beta) และ Audition CC
  • รายละเอียดเพิ่มเติมการอัพเดท Adobe Photoshop Sketch ที่มีการเพิ่ม Photoshop Brushes ของดีไซเนอร์ ไคล์ เว็บสเตอร์ คลิกที่นี่
  • ข้อมูลเพิ่มเติมของ Slate on Create: 2016 การเก็บข้อมูลจากทั่วโลกของอะโดบีพบว่า การลงทุนด้านความสร้างสรรค์ให้ผลตอนแทนที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด วัดจากรายได้ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการแข่งขันและผลผลิตระดับชาติ

ราคาและกำหนดเวลาพร้อมใช้งาน

สำหรับโปรแกรมบนเดสก์ท็อป การอัพเดทจะมีก่อนสิ้นปีนี้ สำหรับสมาชิกทั้งแบบส่วนบุคคล นักเรียนนักศึกษา ทีม สถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐบาล และองค์กรธุรกิจ สำหรับโมบายล์แอพพิเคชั่น การอัพเดทสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบน Apple App Store และ Google Play ตั้งแต่ตอนนี้ และเมื่อมีการเพิ่ม Adobe Stock เข้ามาใน Creative Cloud membership plan นักสร้างสรรค์จะสามารถประหยัดเงินในการซื้อ Content จาก Stock ได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับการซื้อแบบแยกต่างหาก

[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops!

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ five = 10

Recent Posts

Facebook