SPORE BANGKOK ผนึกกำลัง What The Duck ร่วม BED บุก Entertainment Data

วันนี้ในยุคที่เรื่อง Data เป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพูดถึง และเป็นขุมทรัพย์ของการทำการตลาดและแบรนด์ต่างๆต้องการพิชิตใจผู้บริโภคให้มากที่สุด ไม่เพียงหวังยอดขาย แต่เพื่อหวังครองใจและจงรักภักดีในแบรนด์ Data จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่มี Data ไหนที่ผู้บริโภคจะเปิดใจเท่ากับ Entertainment Data ข้อมูลของผู้บริโภคที่ชมรายการบันเทิงรูปแบบต่างๆนั่นเอง

“BED หรือ Branded Entertainment Data นับว่าเป็น Media Solution ใหม่ล่าสุดของ SPORE BANGKOK ในฐานะ Integrated Media Agency ภายใต้เครือบริษัท CJ WORX ที่นำเอา Entertainment Data ที่ได้รับจาก ผู้ชมที่ชื่นชอบความบันเทิงต่างๆ นับว่าเป็น Passive โดยมาเพื่อวิเคราะห์และหาอินไซต์  และ Active ด้วยการนำ Entertainment Data ที่ได้มาเพิ่มความ Creative สร้างโอกาสให้แบรนด์ในการเข้าไปสื่อสารด้วยอินไซต์ของผู้บริโภคแบบรู้สึกไม่ยัดเยียด”

เพราะคนเปิดใจรับอยู่แล้ว จากเดิมในสายบันเทิง ทำเพียงการไทด์อิน แทรกแบรนด์ต่างๆเข้าไป หรือมีโลโก้สนับสนุน ฯลฯ แต่เมื่อมีการใช้ Data จะเป็นมากกว่าแค่การยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เคยดูมิวสิควิดีโอของนักร้องคนนี้ แต่เราจะมีข้อมูลมากพอว่า ผู้บริโภคคนหนึ่งที่ชอบในตัวศิลปินดารา ยังใช้เครื่องสำอางยี่ห้อนี้ ยังชอบไปเที่ยวที่นี่ ติดตามข่าวสารจากเพจนี้ และยังใช้สินค้าอื่นๆอีก

เราจะเห็น Consumer Journey ไปพร้อมกับเห็นโอกาสทางธุรกิจที่แบรนด์จะสามารถเข้ามาเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างไม่รู้สึกต่อต้าน เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภครายนั้นๆชอบอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงเป็น Media Solution ในการหาTouch Point จากการนำ Data ให้ผู้บริโภควกกลับมาให้เกิดอะไรบางประโยชน์อะไรบางอย่างกับแบรนด์”

คุณชวนา กีรติยุตอมรกุล General Manager / Strategic Planning Director บริษัท CJ WORX ผู้ริเริ่มโปรเจค BED คุณชวนา อธิบายถึง What The Duck ในฐานะ Exclusive Partner รายแรกที่เข้าร่วมผนึกกำลังด้าน Data ว่า BED ริเริ่มขึ้นนี้ จึงเป็นอะไรมากกว่าการยิงโฆษณาหลอกหลอนแบบ Retargeting แต่นั่นหมายถึงโอกาสทางธุรกิจ ขณะเดียวกันก็เป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคไปพร้อมกัน ไม่ฝืนพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย

“อย่างแฟนคลับเดอะทอยส์ อาจชอบการดื่มนมยี่ห้อนี้ หรือชอบอ่านเพจนี้ด้วย มันจึงเป็นการจับพฤติกรรมที่สอดคล้องกัน ให้เกิดเป็นช่องทางของธุรกิจใหม่ โดยอาศัย Data ที่เป็นประโยชน์ ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1 ข้อมูลที่มีมูลค่าทางดิจิทัลหรือ Digital Assets ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบโดย SPORE BANGKOK มีเดียเอเจนซีผู้เชี่ยวชาญด้านครีเอทีฟข้อมูลและอินไซต์ผู้บริโภค 2 เพิ่มโอกาสทางธุรกิจในการสร้างรายได้จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้นำมาวิเคราะห์และใช้ให้เกิดประโยชน์ และ 3 การนำ Data ที่เป็นอินไซต์ไปพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น เข้าถึงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น”

คุณมอย-สามขวัญ ตันสมพงษ์ Managing Director ค่ายเพลง What The Duck ในฐานะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ผ่านตัวโน๊ตและเสียงดนตรี  อธิบายว่า ได้ยินเรื่อง Big Data หรือ Data มาสักพัก  แต่ในมุมของคนทำเพลง รู้ว่ามี Data อยู่ในฐานะแฟนคลับที่ติดตามศิลปินตาม สื่อออนไลน์ต่างๆ สะท้อนจากยอดคนกดไลค์ กดแชร์ ในแฟนเพจของศิลปิน หรือ ผู้ติดตามในยูทูป

ในยุค AI มองว่า สิ่งเหล่านี้หากนำมาวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถมาต่อยอด ธุรกิจ Entertainment ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน Data โดยเฉพาะ มาเป็นทีมบริหารจัดการและวิเคราะห์ให้ Insight และเกิดประโยชน์สูงสุดให้กับศิลปินและ ธุรกิจบันเทิง

“ผมรู้สึกโชคดีที่เจอ SPORE BANGKOK ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data มืออาชีพ เป็นดิจิทัลเอเจนซี ที่รู้อินไซต์เกี่ยวกับผู้บริโภค ทำให้เราได้เปิดโลกในอีกมุมหนึ่งที่เราไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะแค่ผม รวมถึงศิลปิน ก็ตื่นเต้น กับเรื่องนี้เช่นกัน ส่วนพวกเราจะได้มีเวลา โฟกัสในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง พัฒนา ศิลปิน และสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ให้กับแฟนๆ  ผมว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่การนำจุดแข็งของแต่ละฝ่าย มาสร้างให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ Entertainment และสร้าง Community ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย มากยิ่งขึ้น”

แม้ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างที่  BED อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่คุณสามขวัญ บอกว่า เราเริ่ม เห็นสัญญาณอะไรบางอย่างในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่ายังไม่จบโปรเจคต่างๆ ถือว่าเป็นการปฏิวัติวงการ เพลงเลยทีเดียว ที่อาศัย Data มาใช้ไม่เหมือนในอดีตที่ใช้เพียง Music Marketing แบบเดิมๆที่ผ่านมา มากกว่าการแต่งเพลงให้แบรนด์ ,ไทด์อินสินค้าในมิวสิกวิดีโอ หรือให้ศิลปินทำคอนเทนต์

อะไรบางอย่างแค่นั้น  ซึ่งเรื่องนี้เราก็ตื่นเต้นกับข้อมูลเหล่านั้น ที่เป็นข้อมูลที่สะท้อน พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เป็นแฟนคลับของเราจริงๆ ซึ่งเป็นผลดีกับตัวแฟนคลับ ที่เราจะพัฒนา ให้ตอบโจทย์พวกเขามากขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถหาจุดลงตัวกับแบรนด์ได้อย่างเหมาะสมด้วย

ทั้งนี้ SPORE BANGKOK  มีระบบการรวบรวมข้อมูล หรือ  DMP (Data Management Platform) เป็นระบบที่รวบรวม จัดเรียงและส่งต่อข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เพราะในแต่ละวันมีข้อมูลมากมายและหลากหลายรูปแบบ ทำให้สามารถแยกแยะกลุ่ม และนำข้อมูลเหล่านั้น มาเลือกซื้อโฆษณาได้อย่างถูกต้องและแม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมายได้ยิ่งขึ้น ซึ่งโปรเจค BED นี้จะนำระบบดังกล่าวมาใช้ เพื่อให้ได้ Entertainment Data มาวิเคราะห์ให้เกิดการบรรจบของส่วนผสมที่ลงตัว ตามConsumer Journey และ BED ไม่ใช่ BIG Data แต่เป็น Entertainment Data ที่จับต้องได้ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจและผู้บริโภคอย่างแท้จริง