รู้จัก Influencer Marketing พร้อมเจาะวิธีเลือกคนที่ใช่และสร้างผลลัพธ์ให้แบรนด์


Influencer Marketing คืออะไร

ปัจจุบันผู้บริโภคส่วนหนึ่ง มักตัดสินใจซื้อสินค้าจากการรีวิวและคำแนะนำของ Influencer ที่พวกเขาติดตามบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ Influencer Marketing กลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่แบรนด์ใช้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างความเชื่อมั่นผ่านบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ตั้งแต่การสร้างการรับรู้แบรนด์ไปจนถึงการกระตุ้นยอดขาย

ครั้งนี้ Marketing Oops! จะพาไปทำความเข้าใจว่า Influencer Marketing คืออะไร มีกี่ประเภท และแบรนด์ควรวางกลยุทธ์อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน


Key Takeaways

  • Influencer Marketing ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างเนื้อหากับผู้ติดตามเพื่อสื่อสารแบรนด์อย่างมีบริบท
  • อินฟลูเอนเซอร์ 5 กลุ่มมีขนาดผู้ติดตามและจุดแข็งต่างกัน ควรเลือกจากเป้าหมายมากกว่ายอดฟอลโลว์
  • ตรวจความสอดคล้องของผู้ติดตาม เนื้อหา ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงของแบรนด์ (Brand Reputation) ก่อนตกลงร่วมงาน
  • กำหนด KPI และวิธีติดตามยอดเข้าถึง Engagement ยอดขาย และต้นทุนตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญ

สารบัญบทความ


Influencer Marketing คืออะไร?

Influencer Marketing คือกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ร่วมงานกับบุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย หรือที่เรียกว่า อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เพื่อสื่อสารข้อมูลสินค้าและบริการผ่านคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รีวิว วิดีโอ และไลฟ์สด ช่วยสร้างการรับรู้ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

Influencer แตกต่างจาก KOL อย่างไร?

Influencer คือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อผู้ติดตามผ่านคอนเทนต์และไลฟ์สไตล์ โดยเน้นสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับผู้ชม ขณะที่ KOL คือ ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์เฉพาะด้าน ซึ่งสามารถสร้างความน่าเชื่อถือผ่านความคิดเห็นและคำแนะนำ ทั้งสองกลุ่มสามารถมีบทบาททับซ้อนกันได้ แบรนด์ที่ทำ KOL Management จึงต้องพิจารณาทั้งความรู้และความเหมาะสมกับเนื้อหาที่ต้องการสื่อสาร

Influencer Marketing สำคัญสำหรับแบรนด์แค่ไหน?

Influencer Marketing คืออะไร

ท่ามกลางการเติบโตของ Creator Economy ที่ผู้บริโภคเชื่อถือคนจริงมากกว่าโฆษณาแบรนด์โดยตรง  Influencer Marketing จึงช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านบุคคลที่ผู้บริโภคติดตามและไว้วางใจ ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) กระตุ้นการมีส่วนร่วม (Engagement) และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ หากเลือก Influencer ที่เหมาะสมกับแบรนด์และวางกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับงบประมาณได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Engagement คืออะไรได้ที่นี่

Influencer ที่ใช้ทำ Influencer Marketing มีกี่ประเภท?

หากถามว่า อินฟลูเอนเซอร์มีกี่ประเภทนั้น สามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภทตามจำนวนผู้ติดตาม โดยแต่ละประเภทมีจุดเด่นด้านการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ความน่าเชื่อถือที่แตกต่างกัน

1. Nano Influencer

เป็นประเภทอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามประมาณ 1,000 – 10,000 คน มีจุดเด่นที่ใกล้ชิดกับผู้ติดตามและสื่อสารเป็นธรรมชาติ เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือเฉพาะกลุ่ม หรือธุรกิจ SME ที่มีงบประมาณจำกัด

2. Micro Influencer

เป็นประเภทอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามประมาณ 10,000 – 50,000 คน มีความเชี่ยวชาญหรือสร้างคอนเทนต์เฉพาะด้าน เช่น ความงาม อาหาร และเทคโนโลยี เหมาะกับการทำ Micro-Influencer Marketing เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและกระตุ้น Engagement

3. Mid-Tier Influencer

เป็นประเภทอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามประมาณ 50,000 – 500,000 คน เป็นกลุ่มที่มีฐานผู้ติดตามค่อนข้างกว้างและสามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้ดี เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการขยายการรับรู้ พร้อมกระตุ้นความสนใจและการตัดสินใจซื้อในแคมเปญเดียวกัน

4. Macro Influencer

Macro Influencer คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามประมาณ 500,000 – 1,000,000 คน มีอิทธิพลต่อผู้ชมจำนวนมากและมักมีความเชี่ยวชาญในการผลิตคอนเทนต์ เหมาะกับแคมเปญเปิดตัวสินค้า การสร้างกระแส และการเพิ่ม Brand Awareness ในวงกว้าง

5. Mega Influencer

เป็นประเภทอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน เช่น ศิลปิน นักแสดง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงบนโซเชียลมีเดีย สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับแคมเปญขนาดใหญ่ที่ต้องการสร้างกระแสและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก


Influencer Marketing มีข้อดีอย่างไร?

การทำ Influencer Marketing ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคผ่านบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ พร้อมสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ โดยมีข้อดีสำคัญดังนี้

1. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายกว่า

Influencer มีฐานผู้ติดตามที่สนใจคอนเทนต์เฉพาะด้าน ทำให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงความสนใจมากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าและบริการของแบรนด์

2. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

การรีวิวหรือแนะนำสินค้าจาก Influencer ที่ผู้ติดตามไว้วางใจ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความลังเลในการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะเมื่อผู้แนะนำมีประสบการณ์ใช้งานจริงและนำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา

3. สร้างการรับรู้แบรนด์ได้ดี

Influencer Marketing ช่วยขยายการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ผ่านคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้ติดตามจำนวนมาก ทั้งยังเพิ่มโอกาสให้เกิดการแชร์ การพูดถึง และการบอกต่อบนโซเชียลมีเดีย ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

4. สามารถวัดผลลัพธ์ได้

แบรนด์สามารถติดตามประสิทธิภาพแคมเปญผ่านตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น Reach, Engagement, จำนวนคลิก และ Conversion Rate รวมถึงใช้ Affiliate Link หรือ Promo Code เพื่อตรวจสอบยอดขายที่เกิดจาก Influencer แต่ละราย และนำข้อมูลมาปรับปรุงแคมเปญในอนาคต

 

นอกจากนี้ เนื้อหาที่ Influencer สร้างขึ้นยังสามารถเป็น User Generated Content หรือที่เรียกว่า UGC คือ เนื้อหาที่ผู้บริโภคสร้างขึ้นเองจากประสบการณ์จริง ให้แบรนด์นำไปใช้ต่อในช่องทางอื่นได้อีกด้วย

5. มีผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์

การร่วมงานกับ Influencer ที่มีบุคลิกและค่านิยมสอดคล้องกับแบรนด์ ช่วยเสริมภาพลักษณ์และสร้าง Brand Reputation ในทิศทางที่ต้องการ ขณะเดียวกัน แบรนด์ควรตรวจสอบประวัติและคุณภาพคอนเทนต์ของ Influencer เพื่อลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียง

6. มีโอกาสสร้าง ROI ได้สูงกว่าการตลาดแบบเดิม

Influencer Marketing มีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่คุ้มค่า ด้วยการเลือก Influencer ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและบริหารงบประมาณอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ROI ที่เกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับต้นทุนแคมเปญ คุณภาพคอนเทนต์ และผลลัพธ์ด้านยอดขาย


เลือก Influencer อย่างไรให้เหมาะกับแคมเปญการตลาดของแบรนด์คุณ?

Influencer Marketing คืออะไร

การเลือก Influencer ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แคมเปญ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จ ซึ่งควรพิจารณาทั้งภาพลักษณ์ กลุ่มผู้ติดตาม และประสิทธิภาพในการสร้างผลลัพธ์

  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน: พิจารณาว่าต้องการเป้าหมายอะไร สร้างการรับรู้แบรนด์ เพิ่ม Engagement หรือกระตุ้นยอดขาย เพื่อเลือก Influencer ที่สามารถตอบเป้าหมายและงบประมาณ
  • เลือกภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์: โดยพิจารณาจากบุคลิก ไลฟ์สไตล์ ค่านิยม และรูปแบบคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับ Brand Identity เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ
  • ผู้ติดตามตรงกลุ่มเป้าหมาย: ตรวจสอบข้อมูลผู้ติดตาม เช่น อายุ เพศ พื้นที่อยู่อาศัย และความสนใจ เพื่อให้มั่นใจว่ามีแนวโน้มสนใจสินค้าและบริการของแบรนด์
  • ประเมินคอนเทนต์และ Engagement: พิจารณาคุณภาพการนำเสนอ ยอดไลก์ คอมเมนต์ แชร์ และการมีส่วนร่วม พร้อมตรวจสอบความผิดปกติของยอดผู้ติดตาม เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่แท้จริง
  • ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือ: ศึกษาผลงานที่ผ่านมา การร่วมงานกับแบรนด์อื่น และประเด็นที่อาจกระทบต่อ Brand Reputation เพื่อลดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และชื่อเสียงของแบรนด์
  • พิจารณางบและความคุ้มค่า: เปรียบเทียบค่าจ้างกับจำนวนผู้เข้าถึง ผลงานที่ผ่านมา และผลลัพธ์ที่คาดหวัง โดยเลือกประเภท Influencer ให้เหมาะกับขนาดแคมเปญ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)

สร้างกลยุทธ์ทำ Influencer Marketing อย่างไรให้ได้ผล?

การทำ Influencer Marketing ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการวางกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย เลือก Influencer ไปจนถึงการวัดผลแคมเปญ

1. วางเป้าหมายและกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน

กำหนดวัตถุประสงค์ของแคมเปญว่าต้องการเพิ่ม Brand Awareness สร้าง Engagement หรือกระตุ้นยอดขาย พร้อมกำหนดตัวชี้วัด (KPI) และจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงค่าจ้าง Influencer ต้นทุนผลิตคอนเทนต์ และค่าใช้จ่ายในการโปรโมต เพื่อให้สามารถบริหารงบประมาณและประเมินผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ออกแบบรูปแบบแคมเปญและสารที่ต้องการสื่อ

วางแนวคิดแคมเปญและกำหนด Key Message ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์แบรนด์และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเลือกรูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะสม เช่น รีวิวสินค้า วิดีโอสั้น ไลฟ์สด หรือกิจกรรม Challenge โดยเปิดโอกาสให้ Influencer ถ่ายทอดเนื้อหาผ่านสไตล์ของตนเอง เพื่อสร้างการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ

3. เลือก Influencer ที่เหมาะกับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย

วิเคราะห์ฐานผู้ติดตาม คุณภาพคอนเทนต์ Engagement และภาพลักษณ์ของ Influencer เพื่อนำมาคัดเลือกบุคคลที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ตรงกลุ่ม โดยพิจารณาทั้ง Nano, Micro, Macro หรือ Mega Influencer ตามวัตถุประสงค์และงบประมาณของแคมเปญ รวมถึงตรวจสอบประวัติการร่วมงานกับแบรนด์อื่นเพื่อลดความเสี่ยงด้านชื่อเสียง

ทั้งนี้ แบรนด์สามารถคัดเลือกได้เองหรือใช้บริการ Influencer Agency ที่มีเครือข่ายและความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาและคัดกรอง

4. วางแผนการทำงานและควบคุมแคมเปญ

จัดทำ Campaign Brief ระบุขอบเขตงาน แนวทางการผลิตคอนเทนต์ กำหนดการเผยแพร่ และเงื่อนไขการใช้ผลงานให้ชัดเจน พร้อมประสานงานกับ Influencer อย่างต่อเนื่อง รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลสินค้า การเปิดเผยเนื้อหาโฆษณา และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้แคมเปญเป็นไปตามแผนที่กำหนด นอกจากนี้ แบรนด์ควรระบุให้ชัดเจนเมื่อคอนเทนต์เป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทน เพื่อความโปร่งใสต่อผู้ติดตาม

5. วัดผลและนำข้อมูลมาพัฒนากลยุทธ์ครั้งต่อไป

ติดตามผลลัพธ์ผ่านตัวชี้วัด เช่น Reach, Engagement Rate, CTR, Conversion Rate และ ROI พร้อมใช้เครื่องมือ Social Listening Tools เพื่อทำ Social Listening และวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้บริโภค เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงในแคมเปญถัดไป หากทีมต้องการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมคอร์ส Influencer Marketing ที่เน้นเนื้อหามากกว่าแค่วิธีเพิ่มยอดผู้ติดตามจะช่วยต่อยอดได้ดี


เลือก Influencer Marketing ให้เหมาะกับแบรนด์ เริ่มจากคนที่ใช่และเป้าหมายที่ชัด

Influencer Marketing คืออะไร

Influencer Marketing เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สร้างความน่าเชื่อถือ และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อผ่านบุคคลที่มีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือก Influencer ให้เหมาะกับภาพลักษณ์แบรนด์ วางแผนแคมเปญอย่างเป็นระบบ และวัดผลด้วย KPI ที่ชัดเจน เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจและเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้ชัดเจนขึ้น


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Influencer Marketing

Influencer กับ Content Creator ต่างกันอย่างไร?

Influencer เน้นสร้างอิทธิพลต่อผู้ติดตาม ส่วน Content Creator (คอนเทนต์ครีเอเตอร์) เน้นทักษะผลิตเนื้อหา โดยที่คนเดียวสามารถเป็นทั้งสองบทบาทได้

Influencer ได้เงินจากไหน?

รายได้อาจมาจากค่าจ้างโพสต์ สปอนเซอร์ ค่าคอมมิชชัน Affiliate รายได้แพลตฟอร์ม และการขายสินค้าของตนเอง

SME หรือธุรกิจขนาดเล็กทำ Influencer Marketing ได้ไหม?

สามารถทำได้ โดยเริ่มจาก Nano หรือ Micro Influencer เพื่อกำหนดงบทดลองและใช้โค้ดหรือช่องทางเฉพาะเพื่อวัดผล

Influencer Marketing กับ Affiliate Marketing ต่างกันอย่างไร?

Influencer Marketing คือความร่วมมือเพื่อสื่อสารและสร้างผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ส่วน Affiliate Marketing จ่ายค่าตอบแทนตามการกระทำที่ติดตามได้ เช่น ยอดขาย ทั้งสองรูปแบบใช้ร่วมกันได้