6 เหตุผลที่ 3D Mapping จะเปลี่ยนโลกค้าปลีกไปตลอดกาล

  • 121
  •  
  •  
  •  
  •  

เทคโนโลยี 3D Mapping หรือ Projection Mapping เป็นเทคโนโลยีการฉายภาพวัตถุอาจจะสองมิติหรือสามมิติลงบนพื้นผิวใดพื้นผิวหนึ่ง ตลอดช่วงระยะที่มีการเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Mapping) โดยใช้การจำลองสภาพแวดล้อมจริงเข้าไปให้เสมือนจริง (Virtual Reality) โดยทำให้จับภาพพื้นที่ของจริงได้ทุกซอกทุกมุม ทั้งนี้ ในต่างประเทศ มีสตาร์ทอัพรับทำ 3D Mapping ตามที่ต่าง ๆ แล้ว เช่น Fantastmo, Matterport, Deepmap, Velodyne Lidar และ Netradyne

เทคโนโลยี 3D Mapping ที่หลายคนคุ้นเคย มีการนำมาใช้บ่อยในแง่ของการปรับปรุงคุณภาพความปลอดภัยบนท้องถนน การวางผังเมือง งานศิลปะเฉพาะทาง และธุรกิจค้าปลีก ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมมีการระดมเงินมากมายเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีนี้ และจากลักษณะการใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อประโยชน์สูงสุด จึงเห็นโอกาสที่ 3D Mapping จะนำมาใช้ในงานเชิงพาณิชย์มากขึ้น

เทคโนโลยี 3D Mapping เป็นเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้น จึงไม่ค่อยมีกรณีศึกษาให้เราได้เห็นกันบ่อยนัก แต่ศักยภาพของเทคโนโลยีมีอยู่มาก และต่อไปนี้เป็น 6 เหตุผลหลักที่ทำไมผู้ประกอบการค้าปลีกจึงควรนำเทคโนโลยี 3D Mapping มาใช้

6 เหตุผลที่ 3D Mapping จะเปลี่ยนโลกค้าปลีกไปตลอดกาล future retail
6 เหตุผลที่ 3D Mapping จะเปลี่ยนโลกค้าปลีกไปตลอดกาล future retail

#1 ช่วยออกแบบและเลือกทำเลร้าน

บางร้านใช้ข้อมูลเกี่ยวกับฟุตบอลมาเป็นหนึ่งกลยุทธ์ในการเลือกที่ตั้งของร้าน นั่นแปลว่า ลูกค้าเป้าหมายจะต้องมีไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวกับฟุตบอล แต่ในอนาคต เทคโนโลยี 3D Mapping ในการเลือกทำเลตั้งร้านใหม่ และยังคงใช้ เทคโนโลยี 3D Mapping เป็นทรัพยากรด้านนวัตกรรมอีกด้วย

นอกจากนี้ ร้านค้าปลีกยังสามารถใช้เทคโนโลยี 3D Mapping วิเคราะห์ดูว่าลูกค้าเดินดูสินค้าประเภทไหนบ้าง และจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเสริมพื้นที่ร้านอย่างไร ไอเดียเหล่านี้ช่วยให้ผู้ประกอบการจัดแสดงสินค้าในร้านได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และจัดตำแหน่งห้องลองเสื้อผ้าในมุมที่ลูกค้าหาเจอได้สะดวก นอกนี้ ยังช่วยในการออกแบบร้านเพื่อลูกค้าพิการ เช่น ช่วยวิเคราะห์ว่า มุมไหนควรเป็นทางเดินโล่ง ๆ มุมไหนเป็นจุดโค้ง และมุมอับ และเหมาะสำหรับลูกค้าอื่น ๆ ทุกเพศทุยวัยที่ชื่นชอบในประสบการณ์การจัดพื้นที่ที่แตกต่างกัน

#2 เพิ่มยอดขาย

เทคโนโลยี 3D Mapping ช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกใช้ 3D Modeling สร้างแผนที่ร้านแบบอินเตอร์แอคทีฟ (Interactive Map) หรือ แผนที่นำทางอัจฉริยะ ให้ลูกค้าและพนักงานในร้านมาใช้ ด้วย 3D Modeling จะช่วยให้พนักงานในร้านให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแอพพลิเคชัน 3D Modeling นี้จะช่วยฝึกพนักงานในร้านเรื่องของสินค้าและลูกค้า การเข้าออกภายในร้านของสินค้าและลูกค้า และค้นหาตำแหน่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

แผนที่นำทางที่มี 3D Modeling บนแอพพลิเคชันช่วยเอาสินค้าออกจากชั้นวางสินค้าได้อีกด้วย โดยการสร้างแท็ปบนโฆษณาของร้านพร้อมรายละเอียดว่าสินค้ายังอยู่หรือไม่ และด้วยเทคโนโลยีแผนที่นำทางนี้ ผู้ประกอบการสามารถแนะให้ลูกค้าเดินไปยังสินค้าที่ลูกค้าถามได้ทันที ยิ่งระบบแผนที่นำทางในร้านดีมากเท่าไร Conversion Rate จากโฆษณาแบบดั้งเดิม แบบดิจิทัลและผ่านสามารถโฟนจะสูงขึ้นเท่านั้น

#3 สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

หลายคนอาจชินกับห้างสรรพสินค้าที่ใช้แผนที่แบบ 2D โดยเฉพาะแถวป้าย Directory ที่แต่ละห้างทำขึ้น สำหรับหลายคน การอ่านแผนที่แบบนี้ไม่ได้ง่ายเลย แต่ในอนาคตการอ่านแผนที่ในห้างจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ร้าน Herald Square ในนิวยอร์กจัดทำระบบแผนที่นำทางผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนมาครึ่งศตวรรษ แน่นอนว่า เทคโนโลยี 3D Mapping จะทำให้แอพพลิเคชันบนมือถือเป็นประโยชน์มากกว่าเดิม ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเริ่มนำเอาข้อมูลด้านโลเคชันมาใช้

และยิ่งการหาที่จอดรถเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยหน่ายสำหรับนักช้อป โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ใคร ๆ ก็แห่กันมาช้อปที่ห้าง แผนที่นำทางด้วยเทคโนโลยี 3D ที่ผนวกกับข้อมูลการจอดรถในลานจอดรถแบบเรียไทม์ จะทำให้ลูกค้ารู้ว่า ตรงไหนจะหาที่จอดรถได้ทันที

#4 ช่วยปรับเลย์เอาท์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าแต่ละคน

วงการค้าปลีก โดยเฉพาะร้านที่เป็นสาขา สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจาก เทคโนโลยี 3D Mapping โดยเฉพาะการดำเนินงานในร้าน และเมื่อไรก็ตามที่เลย์เอาท์ในร้านมีการนำเอาเทคโนโลยี 3D Mapping มาช่วยเสริมประสิทธิภาพ การทดสอบเลย์เอาท์ของร้านก็สามารถทำได้ในทุก ๆ สาขา บางสาขาอาจพบว่า เลย์เอาท์ของร้านเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนทั้งประเทศ แต่ในขณะที่เลย์เอาท์ของบางสาขาอาจเหมาะสำหรับคนท้องถิ่นเท่านั้น

#5 ช่วยเสริมประสบการณ์ทีดีทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน

เทคโนโลยี 3D Mapping จะนำเอาเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงได้อย่างน่าทึ่ง ตัวอย่างเช่น ร้าน Fashion Nova ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกด้านแฟชั่นของ DTC ที่นำเอาเทคโนโลยี 3D Mapping มาช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจที่มีโมเดลแบบ Online-2-Offline

Fashion Nova ออกแอพลลิเคชันบนสมาร์ทโฟนให้ลูกค้าได้ลองสินค้าในบรรยากาศต่าง ๆ เช่น จับสินค้าเสมือนจริงลองวางลงบนโต๊ะหรือวัตถุลักษณะต่าง ๆ โดยใช้วิดีโอแบบเรียลไทม์ผ่านกล้องโทรศัพท์ ฟีทเจอร์นี้ช่วยให้ลูกค้าได้ลองจับเสื้อตัวนั้นมาลองใส่ผสมกับตัวนี้ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินไปหยิบเสื้อผ้าจริง ๆ มาใส่เป็น

#6 อนาคตใหม่ของโลกค้าปลีก

ทุกอย่างยิ่งทำให้ง่ายก็ยิ่งดี ค้าปลีกยิ่งเปลี่ยนไปเร็วมาก อนาคตของค้าปลีกคือการทำให้นักช้อปเข้าใกล้แหล่งสินค้าผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและร้านค้าที่เป็นร้านจริง ๆ ดูตัวอย่าง เช่น ช่วงที่ DTC เริ่มทำออนไลน์ ยิ่งทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าต่อแบรนด์เป็นไปในทางบวกมากขึ้น

เทคโนโลยี 3D Mapping ช่วยให้ผู้ประกอบการค้าปลีกได้เปิดร้านในทำเลทอง ช่วยออกแบบเลย์เอาท์ร้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า ช่วยเพิ่มยอดขายหรือผลตอบแทนจากการลงทุน โดยการเชื่อมระหว่างการใช้สมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีด้านคอมเมิร์ซใหม่ ๆ เทคโนโลยี 3D Mapping ตอกย้ำศักยภาพอันทรงพลังของข้อมูลด้านโลเคชัน อันจะช่วยให้นักเทคโนโลยีที่มีความรู้ความสามารถด้านค้าปลีกเข้ามาช่วยเสริมกำลังให้กับแวดวงนี้กันต่อไป

 

เขียนโดย Ocean Fine
Source: Adweek


  • 121
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Lilly
วณิชชา สุมานัส
Top