GC พาองค์กรฝ่าวิกฤตโควิด-19 ชูกลยุทธ์ Digital Transformation พนักงานคือพลังสำคัญ

  • 14.1K
  •  
  •  
  •  
  •  

ย้อนไปในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีการติดเชื้อแพร่กระจายไปในวงกว้างทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภาครัฐได้ขอความร่วมมือจากประชาชนให้หยุดอยู่บ้าน และงดการเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ทำให้ธุรกิจจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบ การขนส่งล่าช้า การติดต่อธุรกิจบางอย่างต้องชะลอออกไป และเราก็พบว่า “เทคโนโลยี” ได้กลายมาเป็นทางออกของชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากมาย แต่ใครจะรู้ว่าแม้เทคโนโลยีจะเป็นคำตอบ แต่หัวใจสำคัญที่จะพาองค์กรฝ่าวิกฤตไปได้ ก็คือ ‘พนักงาน’ ที่พร้อมปรับเปลี่ยนและเรียนรู้สิ่งใหม่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีโรงงานและสายการผลิต 29 แห่งในประเทศและ 12 แห่งในต่างประเทศ และมีพนักงานรวมกันหลายพันคน การนำพาธุรกิจขนาดใหญ่ให้เติบโตท่ามกลางความท้าทาย การแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของสมรภูมิธุรกิจ รวมไปถึงการ Disruption ที่มีให้เห็นตลอดทศวรรษนี้คือโจทย์สำคัญ การปรับตัวคือคำตอบที่อาจจะฟังดูง่าย แต่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ การปรับตัว ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน อย่างไรก็ตาม GC ถือว่ามีความพร้อมมากกว่าอีกหลายองค์กร เนื่องจากได้มีการตั้งทีมเฉพาะกิจ “Digital Transformation” ไว้ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยมีภารกิจสำคัญคือการนำพา GC สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้พนักงานทำงานได้สะดวกมากขึ้น เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเป็นองค์กรธุรกิจที่มีความยั่งยืน

หน้าที่หลักของทีม Digital Transformation คือการเข้าไปยกระดับและสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 3 แกนหลักขององค์กร หรือเรียกว่า Triple Transformation ประกอบด้วย Business, Technology และ People โดยมีพนักงานเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร ที่ผ่านมา GC ได้มีการเตรียมความพร้อมของพนักงานไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทักษะผ่านการจัดอบรมและการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ทีม Digital Transformation ยังได้ริเริ่มสร้างกลุ่ม Young Blood หรือกลุ่มคนที่มีความพิเศษด้านดิจิทัล ที่กระจายอยู่ในแต่ละหน่วยงานขององค์กร เพื่อช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงด้าน Mindset ของพนักงานในองค์กรต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรดิจิทัล ตามมาด้วยกิจกรรมที่ใช้รูปแบบการทำงานแบบ Hackathon เพื่อส่งเสริมให้พนักงานเกิดการเรียนรู้และเพิ่มทักษะของตนเอง โดยการสร้างสรรค์ไอเดียเพื่อแก้ Pain Point ที่เกิดขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการจัดการแก้ปัญหาและยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC

เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่

“GC ได้เตรียมความพร้อมขององค์กร เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบ โดยทุก ๆ การเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มต้นที่พนักงานของเรา” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าว

GC ได้วางรากฐานอย่างเป็นระบบมาต่อเนื่องหลายปี ทั้งด้าน Business และ Technology ที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาพนักงาน หรือ People ซึ่งนอกจากจะได้สนุกไปกับทักษะใหม่ ๆ ด้านดิจิทัลแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังทัศนคติของคนทำงานให้พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยช่วงวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 คือบทพิสูจน์หนึ่งที่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน พนักงานทั้งในส่วนออฟฟิศและโรงงาน ทุกคนสามารถปรับตัวต่อการทำงานในรูปแบบใหม่ได้ทันที ทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น

“ในช่วงวิกฤตโควิดนั้น GC ให้ความสำคัญกับ 4 เรื่อง คือ ความปลอดภัยของพนักงาน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ การช่วยเหลือชุมชนและสังคม และการสื่อสารสร้าง Visibility กับ Stakeholders

เรื่องแรกที่เราให้ความสำคัญที่สุด คือ พนักงานต้องปลอดภัยและปลอดจากการติดเชื้อไวรัสทุกคน เราให้พนักงานในสำนักงานกว่า 90% Work from Home ในส่วนของทางโรงงาน เรามีการวางมาตรการ Lock Up เพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพนักงานที่ปฏิบัติงานใน Sensitive Area เช่น Control Room เรามีการจองโรงแรมให้พัก มีรถรับส่งโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ตลอดจนเข้มงวดเรื่องการรักษาความสะอาดในพื้นที่ อีกทั้งได้มีการพัฒนา Application ‘Fight COVID-19’ สำหรับการ Tracking เพื่อติดตามสุขภาพและการทำงานของพนักงานของทั้งองค์กร ซึ่งพนักงานทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทำให้ปัจจุบัน พนักงานของ GC กว่า 5 พันคน รวมถึงคนงานในพื้นที่โครงการก่อสร้างของ GC อีก รวมกว่าหมื่นคนนั้น ไม่มีการติดเชื้อโควิดเลย

เรื่องที่สองคือ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งไม่ใช่แค่ธุรกิจของ GC แต่เราดูตลอดทั้ง Supply Chain ครอบคลุมทั้งลูกค้า, ซัพพลายเออร์ และเรื่องที่สำคัญมากๆ ก็คือสภาพคล่องของบริษัท เรื่องที่สาม คือ การช่วยเหลือชุมชนและสังคมโดยรวม ทั้งในระดับชุมชนโดยรอบโรงงาน ระดับจังหวัด (ระยอง) และระดับประเทศ โดยทาง GC ได้ใช้ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่เรามี ทำงานร่วมกับ Partner เพื่อพัฒนาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเร่งด่วนมอบให้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ และเรื่องสุดท้ายคือ เรื่อง การสื่อสารอย่างถูกต้องชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมไปถึง Partner และนักลงทุน

โดยกว่า 2-3 เดือนในช่วงวิกฤตโควิด ถือว่า GC ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายในทั้ง 4 เรื่อง ผ่านการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นโซลูชั่นในการทำงาน ในกระบวนการผลิต และการสื่อสารทั้งภายในและภายนอก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าขาดความร่วมมือร่วมใจของพนักงานที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนและเสียสละเพื่อองค์กร

วิกฤตการณ์นี้นอกจากจะเป็นบทเรียนแห่งการเรียนรู้ร่วมกันของชาว GC แล้ว นี่ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมและการเดินหน้าองค์กรสู่ Digital Transformation ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรามาถูกทาง

โดยหลังสถานการณ์โควิด ทาง GC มีแนวทางแล้วว่า 70% ของพนักงานสำนักงาน จะยังคง Work from Home และอาจปรับเปลี่ยนเป็น Work from Anywhere ซึ่งจะทำให้ในอนาคต GC จะเป็นองค์กรที่มี Agility และคล่องตัวมากขึ้น ขณะเดียวกัน GC จะสามารถเดินหน้าภารกิจ Digital Transformation ไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าว

GC นับว่าเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ได้เตรียมความพร้อมด้าน Digital Transformation มาหลายปี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องของการพัฒนาพนักงานและแพลตฟอร์มการทำงานผ่านการใช้เทคโนโลยีที่เป็นเป็นประโยชน์ เข้ามาช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางการปรับตัวกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง

วิธีคิดคนเปลี่ยน แนวคิดการทำงานจึงเปลี่ยน

ไม่เพียงแต่พนักงานของ GC เท่านั้นที่พร้อมปรับตัวรับมือกับวิถีการทำงานรูปแบบใหม่ ดูเหมือนว่าเครื่องมือด้านดิจิทัลก็ได้ถูกเดินหน้าพัฒนาอย่างเร่งด่วน เพื่อนำมาใช้งานให้ตอบโจทย์การทำงานขององค์กรที่มีความยืดหยุ่น อย่างเช่น Fight COVID-19 ซึ่งเป็น Web Application ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยใช้ระยะเวลาเพียงไม่ถึงสัปดาห์แล้วนำออกมาใช้งานจริง

ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานที่แท้จริง แม้ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันจะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แต่ในระยะยาว Application นี้จะกลายเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงของพนักงานต่อไปในอนาคต

คุณพิทักษ์ เหล่าแสงงาม Head of Digital Transformation ของ GC

“โชคดีที่ GC เราใช้ Video Conference กันเป็นปกติ ผ่านการประชุมระหว่างห้องประชุมที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ และโรงงานอีกหลายแห่งในจังหวัดระยอง รวมไปถึงออฟฟิศและ Partners ในต่างประเทศ ทำให้มีตัวพนักงานเองมีความคุ้นชินกับการประชุมทางไกลอยู่แล้ว โดยเมื่อเกิดวิกฤตการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 พนักงานเพียงปรับรูปแบบการประชุม Video Conference จาก การที่ต้องมาที่ห้องประชุม เป็นการประชุมจากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือมือถือ ผ่านระบบต่างๆ เช่น Microsoft Teams และ WebEx ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้พนักงานสามารถทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งในรูปแบบการประชุม (Meeting) การถ่ายทอดสด (Live) การพูดคุย (Chat) หรือการฝากไฟล์งาน จนถึงปัจจุบัน เรามีอัตราการใช้งาน Microsoft Teams เกือบ 100% ซึ่งตอกย้ำได้ว่าเครื่องมือนี้ สามารถตอบโจทย์การทำงานให้มีความยืดหยุ่น ไม่เฉพาะการทำงานที่บ้านเท่านั้น ยังส่งผลไปถึงการทำงานของพนักงานของ GC ในอนาคตที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกสถานที่เช่นกัน” คุณพิทักษ์ เหล่าแสงงาม Head of Digital Transformation ของ GC กล่าวเสริม

วิกฤตการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่ทันคาดคิด แต่การที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้เตรียมความพร้อมขององค์กร เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบ เป็นการตอกย้ำว่า Digital Transformation ที่ GC ได้เดินหน้ามาตลอดหลายปีนั้นมาถูกทางแล้ว อย่างสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าหัวใจหลักของการฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ ก็คือ พนักงานเพราะแม้ว่าเทคโนโลยีจะเป็นสิ่งที่ซื้อได้ แต่ทัศนคติเชิงบวกและการเปิดใจยอมรับต้องมาจากพลังใจที่ยิ่งใหญ่ของพนักงานทุกคนที่พร้อมเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี หรือวิกฤตการณ์ต่างๆ เพื่อการเดินหน้ายกระดับ GC ไปสู่องค์กรดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต


  • 14.1K
  •  
  •  
  •  
  •