9 ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับ Social Media ที่ควรเลิกเชื่อในปี 2021

  • 129
  •  
  •  
  •  
  •  

ในปี 2020 นั้นด้วยการที่ COVID-19 เข้ามาทำให้การตลาดนั้นเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงโดยเฉพาะการใช้ Social Media นั้นมีการเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดที่ผู้ใช้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุกเพศทุกวัยในช่วงเวลา COVID-19 ที่ผ่านมาจากการรายงานของ globalwebindex นั้นมีการใช้เพิ่มเวลาเพิ่มขึ้นมากกว่า 43% ในช่วงเวลาระบาดที่ผ่านมา

ทำให้การทำ social media marketing ในปี 2021 นี้จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีกเพราะด้วยการที่กลุ่มคนลงมาเล่นกันอย่างมากมายทำให้ตลาดใหญ่ขึ้นและด้วยกฏที่เปลี่ยนไปของ Social Media หลายๆตัวทำให้นักการตลาดก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการทำการตลาดผ่าน social media จากที่เคยทำมาในอดีตด้วยซึ่งในทุกวันนี้ความเชื่อในการทำกาตลาดบน social media ก็ไม่ได้จริงอีกต่อไปแล้วซึ่งในบทความนี้จะมีความเชื่อ 9 อย่างในการทำ social media marketing ที่นักการตลาดควรเลือกเชื่อในปี 2021 นี้ 

1. Social Media ใช้เฉพาะขายของอย่างเดียวในความเป็นจริงแล้ว social media นั้นไม่ได้เป็นช่องทางการขายแบบ hard sell เพราะด้วยการที่ hard sell มากเท่าไหร่คนยิ่งไม่ติดตามไม่สนใจเท่านั้นและด้วยพฤติกรรมของ Social media ที่คนอยากจะติดต่อสัมพันธ์เชื่อมต่ออย่างมีคุณค่ามากกว่าการมาถูกระดมขายของจนน่ารำคาญไป 

2. ทุกคนทำ Facebook เราก็ควรทำความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดเพราะการที่คนอื่นทำไม่ได้หมายความว่าแบรนด์หรือนักการตลาดนั้นควรทำสิ่งที่ถูกต้องก็คือควรจะวางแผนก่อนทำทุกครั้งที่จะทำ social media ลองตั้งคำถามว่าการทำช่องทางนี้จะทำเพื่อคุยกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นใครมีความคุ้มค่าในการทำหรือไม่และจะสื่อสารติดต่อคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอย่างไรถ้าทำขึ้นมา 

3. เราควรทำ social media ทุก Platform. ความเชื่อนี้เหมือนความเชื่อในข้อ 2 แต่ที่เพิ่มเติมมาคือ Social media ไม่ได้มีความเหมือนกันในพฤติกรรมการใข้งานหรือกลุ่มเป้าหมายขึ้นมายิ่งถ้าบริษัทหรือทีมนักการตลาดนั้นมข้อจำกัดเยอะการเลือก social media ที่ตรงมากที่สุดจะให้ผลที่ดีกว่าการกระจายไปทำทุกๆ Platform 

4. ทำ social media และคนจะมาติดตามเองในความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมากเพราะการที่สร้าง social media ไว้แล้วไม่ได้หมายความว่าจะมีคนมาติดตามและยอดจะเพิ่มได้อัตโนมัติการที่คนจะมาตามคุณคือคุณต้องทำตัวให้คนรู้จักซึ่งอาจจะผ่านการโปรโมทโฆษณาและการให้คุณค่ากับสังคมผ่านเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย 

5. ใช้ hashtag มันทุกอย่างนักการตลาดหลายๆคนนั้นจะติดการใช้ hashtag อย่างมากและจะใช้ hashtag เยอะมากในการโพสออกไปโดยคิดว่าการยิ่งใช้เยอะจะยิ่งได้ผลดีแต่ในทางตรงกันข้ามการใช้ hashtag จะทำให้ดูไม่เป็นมืออาชีพแถมให้เนื้อหาที่เต็มไปด้วย hashtag  นั้นดูเหมือนข้อความขยะมากกว่าจนกลุ่มเป้าหมายนั้นไม่ได้ให้ความสนใจ 

6. ความสำเร็จขึ้นกับคนติดตามในยุคนี้ที่ตัวเลขคำติดตามนั้นไม่ได้วัดอะไรได้มากหรือไม่ได้สะท้อนความสำเร็จของ social media อีกต่อไปแล้วเพราะแท้จริงแล้วการมีคนติดตามแต่ไม่ได้มีคนปฏิสัมพันธ์หรือซื้อสินค้านั้นไร้ค่าทางการจลาดอย่างมากดังนั้นการวัดผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นคือการวัดว่าช่องทางที่คุณสื่อสารสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์สร้าง members และยอดขายได้จริงๆเท่าไหร่ 

7. Social media นั้นฟรีความเชื่อนี้ส่งต่อกันมาผิดๆเพราะคิดว่าการใช้งานที่ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายนั้นจะหมายถึงการทำการตลาดที่ฟรีเพราะด้วยการที่ social media ให้คุณใช้ฟรีก็ต้องหารายได้ทางอื่นนั้นคือคุณต้องจ่ายโฆษณาเพื่อให้ผู้คนนั้นเข้ามาเห็นโพสหรือช่องทาง social media ของคุณอยู่ดีเพราะในยุคนี้ social media นั้นลดการมองเห็นของช่องทางแบรนด์จนน้อยมาก 

8. Social Media สามารถแทนเว็บไซต์ได้ความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมากเพราะคุณไม่สามารถฝากชีวิตไว้กับ social media ได้เพราะวันใดวันหนึ่ง social media นั้นหายไปจะทำให้ข้อมูลและ digital assets คุณหายไปอย่างทันทีเหมือนคุณเอาสินค้าไปฝากวางขายในห้างและวันหนึ่งห้างเอาคุณออกคุณก็ไม่มีพื้นที่นำเสนอเหลืออยู่เลยการมีเว็บไซต์จึงเหมือนการมีสำนักงานและร้านขายสินค้าของตัวเองด้วยในตัว

9. ให้ใครดู Social Media ให้ก็ได้ความเชื่อนี้จะเกิดมากในหมู่คนทำ SME หรือแบรนด์เล็กๆที่เชื่อการทำ social media จะให้ใครทำก็ได้จะให้เด็กฝึกงานทำก็ได้ในความจริงแล้วการที่จะทำ Social media ให้ประสบความสำเร็จนั้นต้องใช้มืออาชีพในการดูแลเพราะต้องมีการวางแผนการวิเคราะห์การปฏิสัมพันธ์และตอบโต้ต่างๆพร้อมกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 


  • 129
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ