103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

4 ทางที่นักการตลาดจะใช้ข้อมูลได้เหนือ Data Buyer

posted by  1,304 views

ทุกวันนี้การเกิดขึ้นของ Data ที่มีจำนวนมากมายนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน Consumer Journey อย่างมาก ผู้บริโภคใช้ข้อมูลมากมายในการค้นคว้าและตัดสินใจในการเลือกแบรนด์และจะซื้อบริการต่าง ๆ ออกมา ทำให้เกิดความกดดันต่อนักการตลาดอย่างมากที่จะใช้ Data ต่าง ๆ ให้ฉลาดที่สุด เพื่อให้เกิดการขายให้ได้ และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค

ในอดีตนั้นกระบวนการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการนั้นจะเกิดขึ้นใน Consumer Journey ที่ไม่มีความซับซ้อนเหมือนในทุกวันนี้นักการตลาดสามารถเข้าใจความต้องการของผู้ซื้อ หาว่าผู้ขายจะเป็นใคร ทำการสอบถามหรือทำการเปรียบเทียบเล็กน้อย แล้วทำการซื้อได้ทันที แต่เมื่อมีโลกดิจิทัลเข้ามาสิ่งต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ในปัจจุบันผู้บริโภคใช้ข้อมูลมากมายที่ทำการศึกษาจนมาถึงการเลือกใช้แบรนด์หรือสินค้าได้ทันที การตัดสินใจว่าจะซื้อเลยอย่างรวดเร็วนั้นไม่ได้มีเหมือนในสมัยเก่าอีกต่อไป ในตอนนี้ด้วยการที่ Digital เข้ามานั้น ทำให้ Consumer Journey ที่เป็นเส้นตรงเปลี่ยนเป็นทางเดินที่มีควาาซับซ้อนมากยิ่งขึ้น พัง Marketing Concept เดิม ๆ ทิ้งไป ที่ทุกอย่างต้องเกิดขึ้นเป็นลำดับขั้นตอน แต่ยุคนี้เกิดขั้นสลับไปมาก็ได้ผ่านความซับซ้อนของสื่อต่างๆ ขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าไปแล้วก็ไม่ได้หมายความว่างานของคุณนั้นจบลง แต่มันไม่สามารถมีวันจบได้ เพราะคุณต้องบริหารจัดการประสบการณ์ลูกค้าหลังการขายอีกมากมาย เพื่อสร้างให้ลูกค้านั้นกลายเป็นลูกค้าประจำของตัวเองขึ้นมา

26aea96

เพื่อที่จะสามารถจับลูกค้าเหล่านี้ขึ้นมาได้ นักการตลาดต้องมีความเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่เป็น data-driven buyer โดยการใช้ Data ต่าง ๆ ที่มีนั้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ด้วย Data นี้ทำให้นักการตลาดสามารถรู้ด้วยการอะไรที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายนั้นชอบ หรือตรวจใจกับกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการที่ให้ข้อมูลส่วนตัวกับนักการตลาดไป นักการตลาดจะสามารถมอบคุณค่าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคกลับมาได้ แต่หลาย ๆ ครั้งความคาดหวังนั้นก็พังทลายเพราะนักการตลาดไม่ได้ใช้ Data ให้ดี ไม่ได้เข้าใจผู้บริโภคของตัวเอง ทำให้ไม่สามารถทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายได้ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีกด้วย หรือไม่เท่าทันกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง ทั้งนี้นักการตลาดมีความจำเป็นที่จะต้องนำหน้า data-driven buyer กลุ่มนี้ให้ได้ เพื่อที่จะสามารถทำให้การตลาดตัวเองนั้นยังสามารถแข่งขันในตลาดออกไป ทั้งนี้นี่คือ 4 วิธีที่คุณจะสามารถทำการตลาดเหนือกว่า data-driven buyer ได้

BigData-06

1. ใช้ Data เพื่อ Predictive : นักการตลาดทุกคนนั้น ต้องการที่จะรู้ความคิดของกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้วว่าคิดอย่างไร ทำอะไร อยากได้อะไร ปัญหาคืออะไร นอกจากยังอยากใช้เพื่อจับว่าลักษณะหรือบุคลิกของกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างไรบ้าง แบ่งจาก Mass Marketing มาเป็น Segment Marketing ยิ่งไปกว่านั้นทำมาถึง Personalised Marketing อีกด้วย ด้วยการใช้ข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักการตลาดนั้นสามารถสร้างโมเดลของผู้บริโภคแต่ละคนออกมาได้ และทำให้รู้ว่าผู้บริโภคแต่ละคนต้องการอะไร และต้องการเวลาไหนออกมาด้วย ทำให้สามารถสร้างการตลาดที่เฉพาะบุคคล ตามที่แต่ละบุคคลอยากได้ออกมา กลยุทธ์แบบนี้เราเห็นได้แล้วผ่านการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาออกมาที่สามารถสร้างแคมเปญทางการเมืองเฉพาะบุคคลออกมาได้ หรือการที่ห้าง Target สามารถใช้ Data เหล่านี้ทำนายว่าจะขายสินค้าอะไร ให้ใคร ในเวลาไหนได้ถูกต้องอีกด้วย

2. ลงทุนในคน ไม่ใช่ Technology :  นักการตลาดหลาย ๆ คนเข้าใจผิดว่าการที่จะสามารถใช้ Data ให้ดีนั้นคือการลงทุนในเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งสำคัญอย่างมากคือการลงทุนในคนที่จะมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นให้ออกมาถูกทางมากกว่า หรือทำการตัดสินว่าผลของข้อมูลที่ถูกต้องนั้นคืออะไรออกมา การมีนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ง ๆ มากกว่าเทคโนโลยี ทำให้คุณสามารถกลายเป็นเสือติดปีกได้เลยทีเดียว

BigData-06

3. ทำ User Persona ให้ถูกต้อง : สิ่งสำคัญของการทำการตลาดในยุคของข้อมูลนี้คือการเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคจนถึงความคิดนั้นเอง นักการตลาดต้องสามารถสร้าง model ของกลุ่มเป้าหมายหรือสร้าง Persona ที่แม่นยำออกมาได้ และทำการเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของตัวเองให้กระจ่างมากที่สุดออกมา เพื่อที่จะสามารถสร้างฐานข้อมูลของลูกค้าที่จะสามารถซื้อสินค้าได้ทุกเวลาออกมา และนำเสนอได้ถูกเวลาอีกด้วย ตัวอย่างเช่นในอุตสาหกรรม B2B จับข้อมูลของคนที่เข้ามาหาข้อมูลเว็บไซต์มากมาย จนรู้ว่าจะนำเสนอหรือจบการขายเมื่อไหร่

4. ทำให้มั่นใจว่าผู้บริโภคอยู่ข้างคุณ : สิ่งสำคัญของการใช้ Data นั้นคือการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าคุณจะเอา Data นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อผู้บริโภคจริง ๆ ทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจจนมอบ Data ตัวเองมากให้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักการตลาดและผู้บริโภคจะเกิดการเชื่อมต่อต่อไปจนเกิดการเป็น Subscriber หรือลูกค้าประจำขึ้นมาได้ เหมือนผู้ซื้อสินค้าใน Amazon นั้นเอง

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


four + = 11

Recent Posts

Facebook

PR News