6 วิธีในการขายสินค้าให้ได้ดี

  • 8
  •  
  •  
  •  
  •  

ถ้าคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ๆ ในยุคนี้นั้นมีความยากลำบากอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะทำอะไรขึ้นมา ก็จะเจอว่ามีบริษัทใหญ่ทั้งหลายที่โผล่ขึ้นมา ก็มาทำสิ่งที่คุณทำอยู่ ซึ่งทำให้นักการตลาดที่อยู่ในธุรกิจเล็ก ๆ นั้นรู้สึกเสียเปรียบมาทันที เพราะไม่ว่าจะแข่งกันด้วยทรัพยากรที่มีธุรกิจเล็ก ๆ นั้นไม่ทางที่จะเอาชนะธุรกิจขนาดใหญ่ได้ ถ้าใช้วิธีคิดแบบทั่วไป ซึ่งทำให้ธุรกิจขนาดเล็กนั้นต้องมีวิธีคิดที่แตกต่างออกไปในการที่จะสามารถขายสินค้าของตัวเองที่เอาชนะคู่แข่งรายใหญ่ที่ทำแบบเดียวกันได้ขึ้นมา แน่นอการที่จะทำให้เกิดควสามสำเร็จในทางธุรกิจได้นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน และต้องใช้การทำงานหนัก วิธีคิดที่แตกต่าง การมองโลกในแง่ดี ที่จะสามารถทำให้เกิดความสำเร็จในทรัพยากรที่มีข้อจำกัดนี้ได้

ด้วยวิธีที่จะแข่งขันกับคนที่มีความแข็งแกร่งกว่า หรือโตกว่านั้น นักการตลาดในธุรกิจขนาดเล็ก ๆ นั้นต้องมองให้รอบด้าน เพราะบางทีธุรกิจนั้นล้มลง ไม่ใช่เพราะว่าสินค้าหรือบริการที่ทำนั้นไม่ดี แต่เกิดขึ้นจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่ผสมกันจนทำให้เกิดหายนะกับบริษัทเล็ก ๆ ของตัวเองขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากเกิดหายนะแบบนี้ในการแข่งขันธุรกิจ การใช้วิธีการที่เข้าใจผู้บริโภคหรือรู้ว่าผู้บริโภคที่แท้จริงของตัวเองเป็นใครนั้นจะช่วยให้สามารถทำการตลาดและสร้างยอดขายในสินค้าและบริการได้อย่างมากมาย ซึ่งในบทความนี้จะพาไปรู้จัก 6 วิธีที่จะช่วยธุรกิจขนาดเล็กในการขายขึ้นมาได้

1. ฟังความเห็นของผู้ใช้งานจริง : สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยสินค้าต่าง ๆ หรือบริการต่าง ๆ ของนักการตลาดขายต่อผู้บริโภคได้นั้น สิ่งที่สำคัญอย่างมากคือการที่นักการตลาดนั้นสามารถรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้ใช้งานสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ออกไป แล้วนำความเห็นเหล่านั้นมาวิเคราะห์แล้วปรับปรุงการทำงานของคุณขึ้นมา ด้วยการพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นเหล่านี้จะทำให้นักการตลาดรู้ว่า จุดแข็ง และจุดอ่อนของตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน แล้วนำมาปรับปรุงได้ขึ้นมา นอกจากนี้การคุยเหล่านี้ยังสามารถสร้างสิ่งที่สำคัญขึ้นมาได้ระหว่างผู้ขายและผู้ซื้ออีกด้วย นั้นคือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่จะสานสัมพันธ์เหล่านี้ขึ้นมาให้แน่นแฟ้นแล้วกลายเป็นเพื่อนหรือ community ของแบรนด์ขึ้นมาได้ทันที

customer-feedback-survey-email-e1502984774927

2. ใช้ social : นอกจากการที่ใช้การรับฟังความคิดเห็นแล้ว สิ่งสำคัญของการทำการที่จะเอาชนะคู่แข่งที่มีความแข็งแกร่งกว่าตัวเองนั้นก็คือการที่สามารถใช้พลังของ social media นั้นในการขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ของตัวเองขึ้นมา ด้วยความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคใน social media และเข้าใจปัญหา รวมทั้งวิธีการสื่อสารต่าง ๆ กับกลุ่มเป้าหมายของตัวเองก็สามารถใช้ช่องทาง social media นี้ในการขยายตลาดของตัวเองที่มีอยู่ จากสถานที่ใดที่หนึ่ง กลายเป็นทั่วประเทศ หรือทั่วโลกก็ได้ ผ่านช่องทางออนไลน์นี้ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องมาแข่งขันภายใต้สถานที่ที่จำกัดอยู่ด้วยกัน

3. หากลุ่มตัวเองให้เจอ : การตลาดในยุคนี้นั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก จากการที่เป็น Mass Marketing เปลี่ยนมาเป็นการตลาดที่ต้องหาว่ากลุ่มผู้ใช้ของตัวเองนั้นเป็นใครกันแน่ เพราะสุดท้ายแล้วทุก ๆ สินค้าและบริการนั้นต่างมีกลุ่มเฉพาะเจาะจงอย่างมากในการเลือกสินค้านั้น ๆ และมักจะมีบุคลิกหรือความชอบที่คล้าย ๆ กันขึ้นมา ด้วยการที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ขึ้นมาได้ ก็สามารถเจาะเข้าไปถึง Community ที่กลุ่มเหล่านี้รวมตัวกันอยู่ แถมด้วยการที่คุณเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่กลุ่มที่มีความเฉพาะนี้สนใจ ทำให้คุณจะสามารถมีลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าคุณได้ตลอดและเอาไปบอกต่อคนอื่น ๆ ที่มีความต้องการเดียวกับคุณด้วย

Screen-Shot-2560-12-28-at-13.07.23-630x360

4. ทำการขายผ่านผู้ใช้ : นอกจากจะใช้วิธีการเจาะกลุ่มชุมชนของความสนใจในผลิตภัณฑ์และบริการของคุณแล้ว สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยได้อย่างมาก คือการที่ใช้กลุ่มผู้ซื้อเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาด้วยการเอากลุ่มผู้ใช้เหล่านี้สามารถระบบ Referral Program ว่าใครสามารถบอกต่อได้ หรือชักชวนคนอื่นมาซื้อสินค้าได้ ก็สามารถได้ส่วนลด หรือได้รางวัลบางอย่างกลับไป ทำให้คุณสามารถสร้างการขายแบบบอกต่อได้อย่างมากและผู้ที่เข้ามาอยู่ในระบบเหล่านี้ก็ได้ประโยชน์ไปด้วยในการที่จะแนะนำสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับไป

5. สร้างระบบความจงรักภักดี : รูปแบบนี้มีความคล้ายคลึงกับการทำการขายผ่านผู้ใช้งาน แต่เปลี่ยนมาเป็นการกระตุ้นผู้ใช้งานให้มาซื้อสินค้าให้มากขึ้นนั้นเอง ด้วยการที่สร้างระบบความจงรักภักดีขึ้นมา ยิ่งคุณซื้อมาก หรือใช้บริการของแบรนด์มากก็สามารถเข้าไปอยู่ในสมาชิกที่ม่ีความจงรักภักดีสูง ซึ่งจะได้ประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อการจ่ายเงินหรือใช้บริการขึ้นมา แล้วทำให้สมาชิกอื่น ๆ ย่อมอยากที่จะเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นของระบบสมาชิกนี้

Screen-Shot-2559-07-18-at-12.01.25-PM

6. Partner กับแบรนด์อื่น : สุดท้ายนี้คือการที่นักการตลาดนั้นไปจับกับแบรนด์อื่น ๆ ที่มีเป้าหมายเดียวกันเพื่อสร้างการเติบโตและขายสินค้าของตัวเองให้ได้มากขึ้นโดยการ cross target ของทั้งสองแบรนด์ขึ้นมา ด้วยการทำรูปแบบนี้จะทำให้นักการตลาดนั้นสามารถขยายตลาดไปยังกลุ่มใหม่ ๆ และสร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมาได้


  • 8
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ
Top