จุดไฟคนดิจิทัลกับ 4 แนวคิดเปลี่ยนเป็นคนใหม่ สร้างแรงบันดาลใจปลดล็อคศักยภาพในยุคนี้

  • 274
  •  
  •  
  •  
  •  

เชื่อว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากและท้าทายสำหรับคนวัยทำงานหลายๆ คน รวมถึงกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาดงานอย่างเต็มตัว เนื่องจากทุกบริษัทต่างก็ต้องรัดเข็มขัดและปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์การแพร่ระบาด เป็นเหตุให้ทิศทางของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุค New Normal ซึ่งล่าสุด จ๊อบส์ ดีบี (JobsDB) แพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย เผยรายงานอัตราเงินเดือนของพนักงานไทยประจำปี 2564 (Salary Report 2021)

โดยทิศทางของตลาดงานมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม รวมถึงสายงานด้าน IT-Digital กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดงาน จึงเป็นสัญญาณว่ากลุ่มคนทำงานเองก็ควรต้องปรับตัวเพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ผ่านมุมมองของ คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน Kasikorn Business-Technology Group (KBTG) ผ่านเรื่องราวความสำเร็จที่เริ่ม “เปลี่ยน” จากการ “ปรับ” และ “ปลดล็อก” ศักยภาพที่มีอยู่

 

หาแรงผลักและแรงดึงให้กับจิตใจ (Push & Pull)

หลายคนคงเคยประสบกับความรู้สึกที่เรียกกันว่า “อาการหมดไฟ” ซึ่งเป็นช่วงที่เหล่าคนทำงานหมดกำลังใจในการทุ่มเทให้งาน ซึ่งกลยุทธ์การผลักและดึง (Push & Pull) เป็นไอเดียแรกที่นำมาใช้ในการผลักดันตัวเองให้ก้าวต่อไปในช่วงที่คุณกระทิงทำงานที่ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ในฐานะวิศวกรโรงงานประจำต่างจังหวัดสู่สายงานขายและการตลาด

คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน Kasikorn Business-Technology Group (KBTG)

เป็นการจุดไฟในการทำงานให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง ด้วยการมองหา “แรงกระตุ้น” ทั้งจากภายใน (Push) และภายนอก (Pull) โดยการผลักและดันตัวเองให้ก้าวกระโดดออกจากสิ่งที่ถนัดและชำนาญ เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในสายงานที่ไม่คุ้นเคย พร้อมทั้งดึงศักยภาพและแพชชัน (Passion) จุดประกายไปสู่นักขายและนักการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสมัยนั้น

 

กล้าทลายกำแพงตัวเอง (Out of Comfort Zone)

การตัดสินใจคว้าโอกาสในความก้าวหน้าครั้งสำคัญของชีวิต (Breakthrough Opportunity) เป็นแนวคิดที่จะมาปลดล็อกให้ได้เติบโตเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพบเจอกับความท้าทาย ด้วยการกล้าที่จะออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง (Comfort Zone) โดยในครั้งแรกของคุณกระทิง คือ การก้าวออกมาจากตำแหน่งวิศวกรสู่ฝ่ายขายและการตลาด ซึ่งถือเป็นการทลายกำแพงของตนเองครั้งสำคัญ

ครั้งที่สองคือการตัดสินใจไปเรียนต่อที่อเมริกา ที่มีปัจจัยแรงกระตุ้นคือ อินเทอร์เน็ต ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของโลกในเวลานั้น เปรียบได้กับการมาถึงของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ในปัจจุบัน จึงเป็นแรงผลักดันให้ตัดสินใจออกจากงานที่กำลังไปได้ดีและไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสาขาวิชา Entrepreneurial Studies ประเทศสหรัฐอเมริกา จนมีโอกาสได้ร่วมงานกับ Google ที่ Silicon Valley และกลับมาเติมเต็มความฝันของตัวเองที่จะสร้างระบบนิเวศเกื้อหนุนทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทยในท้ายที่สุด

 

“Good day” คือวันที่มีอุปสรรคให้ได้เอาชนะ

อีกสูตรลับความสำเร็จคือ “Growth Mindset” ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คุณกระทิงไม่เคยหยุดอยู่กับที่และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยต้องมีความสุขกับการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง รวมถึงมองความล้มเหลวหรือข้อผิดพลาดเป็นเรื่องที่ดีผ่านการทำงานในแต่ละวัน โดยแบ่งวันทำงานออกเป็น Bad Day ซึ่งจะเป็นวันที่ต้องพบเจอกับความท้าทาย และ Good Day คือวันที่ได้เผชิญกับความท้าทายและเรียนรู้ไปกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยแนะนำให้มองการทำงานในแต่ละวันเป็นการเรียนรู้ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เพื่อพัฒนาตนเองต่อไปอย่างสม่ำเสมอ

คุณกระทิงยังชี้ว่า ชีวิตจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อได้ทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต เพราะหากมีความสุขกับงานที่กำลังทำ ทุกๆ วันในชีวิตก็จะมีความสุขและเป็นแรงผลักดันให้ได้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับ ตัวเราเอง องค์กรรวมถึงสังคม

 

½ gy3 สูตรการใช้ชีวิตการทำงาน

และสูตรลับความสำเร็จสุดท้าย เป็นสูตรที่รวมเอาทุกสูตรความสำเร็จเข้าไว้ด้วยกัน โดยสัญลักษณ์ ½ คือ การทำตัวเองให้เป็นน้ำครึ่งแก้วพร้อมเปิดรับกับสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ตัวอักษร g ที่ย่อมาจากคำว่า “Grip” ซึ่งหมายถึงความอดทนที่คนทำงานทั้งรุ่มเก่าและรุ่นใหม่ควรมีเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด ทั้งหมดนั่นคือ “Growth Mindset” ที่พร้อมจะอดทนเผชิญหน้ากับความท้าทายเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ

และตัวสุดท้ายคือ y3 หรือ วายยกกำลังสาม หมายถึง y ตัวแรกคือการมีทักษะที่ต้องรู้ลึกในหลายด้านเพื่อตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ส่วน y ตัวที่สอง คือ “Why” ต้องคอยตั้งคำถามกับสิ่งที่ยังไม่เข้าใจเพื่อเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ และ y ตัวสุดท้าย คือ “Wild” ความกล้าที่จะออกนอกกรอบ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

 

Upskill – Reskill ยังเป็นเรื่องจำเป็น

นอกจากสูตรลับความสำเร็จการพัฒนาตนเองทั้ง 4 ข้อที่ได้กล่าวมา กลุ่มคนที่กำลังเข้าสู่ตลาดงานหรือพนักงานที่เพิ่งเริ่มงาน หรือแม้แต่คนที่ทำงานมานานแล้ว ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะที่ตนเองยังขาดความเชี่ยวชาญ รวมถึงทักษะใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้จ้างงาน เพื่อตอบสนองกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ซึ่งหนึ่งในทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการก็คือ “ทักษะด้าน IT” เนื่องจากหลังจากเกิดกระแส Disruption ขึ้นในไทย ทำให้ภาคธุรกิจส่วนใหญ่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ว่าจะเป็นสายงานไหน ทักษะด้านไอทีก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานอยู่เสมอ ด้วยเหตุผลดังกล่าว การหมั่นเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ และในปัจจุบันการเรียนรู้นั้นก็ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในกรอบของห้องเรียนหรือสถานที่ทำงาน แต่ทุกคนสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ

นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด

สอดคล้องกับความคิดเห็นของ นางสาวพรลัดดา เดชรัตน์วิบูลย์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวว่า การพัฒนาตนเองของคนทำงานในปี 2021 ควรมุ่งเน้นทั้งการอัปเดตทักษะความรู้ที่เรามีอยู่แล้วให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ (Re-skill) และเสริมทักษะความรู้ใหม่ ๆ (Up-skill) ไปพร้อมๆ กัน

ควรมีทัศนคติที่มองทุกวันในการทำงานเป็นการเรียนรู้เพื่อตนเองที่ดีขึ้นในอนาคต ไม่ยึดติดกับเพียงทักษะที่มีความชำนาญอยู่แล้ว เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา JobsDB เองก็ได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ และล่าสุดเตรียมเปิดคอร์สการเรียนออนไลน์ ที่รวมเอาหลากหลายหลักสูตรสำคัญในการพัฒนาตนเอง รวมไปถึง ทักษะไอที ให้ผู้ที่ต้องการจะพัฒนาศักยภาพของตนเองเข้าไปเรียนรู้ในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อมอบโอกาสให้ทุกคนได้ “หางานที่ใช่ ใช้ชีวิตที่เลือก”


  • 274
  •  
  •  
  •  
  •