103.58.148.118

Inspiration

Ξ Leave a comment

“กระทิง พูนผล”กับแนวคิด ใช้ชีวิตอย่าง Startup เพื่อสร้าง Startup

posted by  13,627 views

1547988_10152493002011663_8742512809175405615_o

จากเด็กชายตัวเล็กๆ ที่คุณแม่อยากให้แข็งแรงเหมือน “กระทิง” จึงได้ชื่อว่า กระทิง พูนผล วันนี้เขาเป็นหนึ่งใน icon ของ Startup เมืองไทย ที่ริเริ่มโรงเรียน ปั้นโครงการสนับสนุน และดึงกองทุนจากต่างประเทศ เพื่อสร้าง Ecosystems ให้กับ Startup ของไทย อะไรคือความคิดของชายคนนี้ เขามีเป้าหมายอะไร Marketingoops! ได้มีโอกาสนั่งคุยแบบเป็นกันเองมากกว่า 2 ชั่วโมง และต่อไปนี้คือสิ่งที่เรียกว่า การใช้ชีวิตแบบ Startup ของชายที่ชื่อว่า “กระทิง”

จุดเริ่มต้นแรกสุดของกระทิง มีแนวคิดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือ “ต้องสร้างคน” ซึ่งหลังจากที่ได้ไปเรียนที่ Stanford Silicon Valley ซึ่งเป็นแหล่งกำหนด Startup ของโลก และเป็นแหล่งผลิตกลุ่มคนที่เรียกว่า Tech Talent ปัจจุบันมีกว่า 40,000 บริษัทเกิดขึ้นจากที่นี่ ขอเพียงมีกลุ่มคน 2-3 คน ที่มีสมอง มีไอเดีย ก็สามารถสร้าง Startup ที่สำคัญมันคือการเปลี่ยนโลก จึงไม่น่าแปลกใจถ้าหลายประเทศจะยอมจ่ายเงินทุน ให้สิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อดึงดูดให้บริษัท Startup เข้าไปเริ่มต้นบริษัทที่นั่น

สร้างคน สร้าง Startup เปลี่ยนแปลงประเทศไทย

จากแนวคิดที่ว่า การสร้างคน ก็เหมือนการสร้าง Startup ให้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย และเชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ ปัจจุบันแหล่งกำเนิด Startup ที่โดดเด่นที่สุดคือ Silicon Valley รองลงมาคือ Tel Aviv ประเทศอิสราเอล ส่วนในอาเซียน สิงคโปร์ ติดอันดับ 10 ของโลก

ขณะที่ประเทศไทย เรียกว่า Lost Decade คือหายไปจากแผนที่ของ Startup ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ต้องเริ่มจากสร้างความเข้าใจว่า Startup คือ บริษัทที่มีไอเดียนำ Technology ไปผนวกกับอุตสาหกรรมใดก็แล้วแต่ เช่น ท่องเที่ยว การเงิน เกษตรกรรม ฯลฯ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมนั้น

ดังนั้น กระทิง จึงต้องดึงโลกมาช่วยเปลี่ยนประเทศไทย โดยมีเป้าหมายว่าอีก 10 ปีข้างหน้า ไทยต้องติดอันดับ 1 ใน 20 Startup ของโลก

“ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกยุคใหม่ คือ Technology เราจะเห็นบริษัท Google, Facebook, Apple, Amazon, Microsoft ทั้งหมดเริ่มต้นจาก Startup แต่ประเทศไทย บริษัทที่มีธุรกิจใหญ่ที่สุดคือ PTT, SCG และไม่มีบริษัท Technology อยู่ใน list เลยแสดงว่า เรายังเป็นประเทศที่เรียกว่า Old Business นี่คือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง”

แผนการในการผลักดันให้ไทยติดอันดับ Top 20 Startup ของโลก ได้เริ่มต้นด้วยโรงเรียน Disrupt ที่สอนด้าน Startup โดยเฉพาะ ต่อด้วยการปั้น dtac Accelerate โครงการสนับสนุน Startup ที่ปัจจุบันถือว่าดีที่สุดในประเทศ และต่อด้วย การดึงเงินทุนจาก 500 Startups มาตั้งเป็นกองทุนสาขา 500 Tuktuks เพื่อลงทุนใน Startup ไทย จิ๊กซอว์ ทั้งหมดกำลังค่อยๆ สร้างเป็นภาพขนาดใหญ่ขึ้น

กระทิง บอกว่า ต้องการสร้าง Ecosystems ด้าน Startup ในไทย อะไรที่ยังไม่มีและไม่มีใครทำ ก็ลงมือทำด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกปรับปรุงกันไปเรื่อยๆ ความผิดพลาดไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นบทเรียนให้ก้าวต่อไป

ThinkstockPhotos-77749534

 

ThinkstockPhotos-461880087

โรงเรียน Disrupt พันธมิตรด้านการศึกษาจาก 500 Startups

ถ้าจะถามว่าทำไม กระทิง คนที่มีแนวคิดเป็น Startup มากที่สุดถึงไม่ทำ Startup ของตัวเอง กระทิง ตอบทันทีว่า โรงเรียน Disrupt เปรียบเสมือนบริษัทด้าน Startup ของเขา โดยเรียกว่า EduTech และมี Product คือ Startupทุกรายที่ก้าวออกไปสู่โลกธุรกิจ โดย Vison ของที่นี่คือ Startup Behind Startup ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

ช่วง 2 ปีแรกของการทำโรงเรียน Disrupt เหมือนระยะตั้งไข่ ยังไม่มี Startup ที่เรียนจากที่นี่และประสบความสำเร็จเกิดขึ้น เป็นจุดที่ยากลำบากพอสมควร จนกระทั่งปี 2014 ที่บรรดาลูกศิษย์ Startup ทั้งหลายเริ่มออกดอกออกผล สามารถระดมทุนได้ และในปี 2015 ที่เรียกได้ว่า ว้าว! เลย มีศิษย์เก่าจาก Disrupt กว่า 500 ชีวิตที่รวมแล้วระดมทุนได้กว่า 500 ล้านบาท

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Disrupt ทำหน้าที่ให้ความรู้และแนวทางที่ถูกต้องกับ Startup ไทย จนกระทั่งล่าสุด โรงเรียน Disrupt ได้เป็น Education Partnership กับ กองทุน 500 Startups เป็นรายแรก และรายเดียวในภูมิภาคเอเชีย

12592423_10153796072015609_3611386663796975101_n

สำหรับ 500Startups เป็นกองทุนที่ลงทุนในระดับ Seed Funding ให้กับ Startup ที่มีโอกาสเติบโตสูง มี Startup ที่รับทุนไปแล้วกว่า 1,400 แห่ง นอกจากให้เงินทุนแล้วยังให้คำปรึกษาโดย Mentor ที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้นด้วยองค์ความรู้จาก 1,400 บริษัททั่วโลก กองทุน 500 Startups จึงมีหลักสูตรที่ดีที่สุดสำหรับ Startup ติด Top 3 ของโลก และครั้งนี้ โรงเรียน Disrupt จะนำหลักสูตรนั้นมาสอนที่ประเทศไทย เป็นแห่งเดียวในเอเชีย จากนี้ไปเชื่อว่าจะช่วยให้ Startup ไทยไปได้เร็วและไกลกว่าเดิม

“โรงเรียน Disrupt ในปีนี้ จะเป็น Global มากขึ้น สามารถให้ความรู้เพื่อเตรียมตัว Startup ไทยเพื่อไปสู่ระดับโลก และมีแนวโน้มที่จะดึง ทีม Distro มาเมืองไทยในอนาคต ซึ่งทีม Distro คือทีม Mentor ที่ช่วยให้ Startup หลายๆ แหล่ง เติบโตแบบก้าวกระโดด”

20151003_193736

ลงทุนให้ถูกจุด สนับสนุนให้ถูกต้อง ป้องกันฟองสบู่

มีหลายคนที่มอง Startup เป็นแค่ Money Game ดึงนักลงทุนมาต่อเงินแล้วขายบริษัท แต่ต้องไม่ลืมว่า นักลงทุนกลุ่มนี้มีความรู้มาจากทั่วโลก มีวิสัยทัศน์ที่อ่านออกว่า อะไรคือของจริง อะไรที่มีโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้นนอกจากการเป็น “ของจริง” แล้ว การจะดึงดูดนักลงทุนได้ ต้องสร้างการเติบโตที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องระมัดระวัง “ฟองสบู่” จะเกิดขึ้นในวงการ Startup ด้วย โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน

ปีที่ผ่านมา Startup ไทยเติบโตขึ้น 2 เท่า ทั้งในด้านจำนวนและมูลค่าตลาด ถือว่ายังน้อยเทียบกับหลายประเทศที่เติบโต 5-6 เท่า ดังนั้นต้องกระตุ้นให้การเติบโตสูงกว่านี้ แต่ต้องมาพร้อมกับความแข็งแกร่งด้วย

ดังนั้น การจะสร้างการเติบโตที่รวดเร็ว รัฐและเอกชนต้องร่วมมือกัน โดยภาครัฐต้องเข้าใจ Startup อย่างแท้จริง ว่าเกิดจากกลุ่มที่เรียกว่า Tech Talent จากทั่วโลก ดังนั้น ประเทศไทยต้องเปิดกว้างดึงดูดรับ Tech Talent จากทั่วโลกเข้ามา เหมือนกับ Silicon Valley นอกจากนี้ต้องมี Startup Visa ที่อยู่ได้ระยะยาว มีระบบ Tax intensive เพื่อเอื้อต่อธุรกิจประเภทนี้ให้มากขึ้น และมีการแก้ไขกฎหมายให้สิทธิพิเศษนักลงทุนเพิ่มขึ้น

“สิงคโปร์มี environment ที่ดึงดูด Startup มาก ถ้ามีการลงทุน รัฐบาลจะเพิ่มให้อีก 4 เท่า ทำให้มี Startup จำนวนมากไปจดทะเบียนบริษัทที่นั่น ยังไม่นับรวมสิทธิพิเศษอีกเพียบโดยเฉพาะเรื่องภาษี ถ้าไทยจะพัฒนาด้านนี้ ต้องเร่งปรับโดยเร็ว”

ThinkstockPhotos-480351583

ขณะที่การสร้างความแข็งแกร่ง ต้องเริ่มที่ระบบการศึกษา สร้างหลักสูตรพื้นฐาน STEM คือ Science, Technology, Engineering และ Mathematics ซึ่งเป็นพื้นฐานของธุรกิจโลกใหม่ รัฐต้องคุยกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมถึงการดึงให้บริษัท Technology ขนาดใหญ่มาลงทุน R&D ที่ไทย (ซึ่งต้องมีสิทธิพิเศษตาม 2 ย่อหน้าบนก่อน) ไม่ใช่แค่ตั้งสำนักงานขายเท่านั้น

อีกส่วนที่สำคัญในมุมมองของกระทิงคือ ต้องสร้าง Startup ที่โดดเด่นของไทยขึ้นมา เป็นการหาจุดเด่นของ Startup ในประเทศ เช่น AgriTech หรือ Startup ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นจุดเด่นของไทย หรือ AutoTech หรือ Startup ด้านอุตสาหกรรมยานยนตร์ ที่ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก หรือ DesignTech เป็น Startup ด้านการออกแบบที่ไทยสามารถทำได้ดี ซึ่งก่อนจะไปถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องพัฒนา Startup ออกมาให้ได้จำนวนมากก่อน

ThinkstockPhotos-185439996

ที่ปรึกษา Kbank จุดพลุ FinTech

หนึ่งใน Startup ที่มาแรงมากทั่วโลกในเวลานี้คือ FinTech ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า ปี 2016 FinTech จะมากินรายได้ 1 ใน 3 ของธนาคาร และ 50% ของพนักงานธนาคารระดับกลาง-ล่าง มีโอกาสถูกเลิกจ้าง เรียกว่าเป็นการปฏิวัติธนาคาร โดยที่ผ่านมา ธนาคาร เป็นสถาบันการเงินที่มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ น้อยมาก จนกระทั่ง FinTech มาสร้างสรรค์บริการใหม่ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น จ่ายเงินออนไลน์ และกำลัง Disrupt ธนาคารในบางส่วน

สำหรับประเทศไทย กระทิง บอกว่า Kbank เป็นหนึ่งในธนาคารที่ตื่นตัวและเอาจริงเอาจังเรื่อง FinTech อย่างมาก โดยได้ตั้งทีม Digital Banking Unit ที่ดูแลด้านนี้โดยเฉพาะ และสุดท้าย กระทิง จึงตัดสินใจเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้บริหาร Kbank เพื่อสร้าง Startup ด้าน FinTech พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งที่ยาก ไม่ใช่ทั้ง Technology และ Financial แต่เป็นเรื่อง Consumer และ Regulation เพราะต้องเปลี่ยนพฤตกรรมผู้บริโภค และต้องเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่

สำหรับแนวทางของธนาคารในการพัฒนา FinTech ให้เกิดขึ้นนั้น มีได้หลายวิธี เช่น

1 จัดตั้ง Lab ดึง Tech Talent มาพัฒนาผลงาน

2 จัดโครงการ Accelerate เพื่อสนับสนุน FinTech

3 ลงทุนในฐานะ Investor

4 จับมือเป็นพันธมิตร Partnership

5 ซื้อกิจการ M&A

ก่อนหน้านี้ SCB ก็ได้ดึง ธนา เธียรอัจฉริยะ ไปนั่งที่ปรึกษาบริษัทใหม่ที่กำลังตั้งเพื่อดูแลด้าน FinTech เช่นเดียวกัน เชื่อว่าจะเห็นการเคลื่อนไหวเรื่องนี้ในอีกหลายๆ ธนาคารตามมาแน่นอน

ThinkstockPhotos-480070051

Post Digital Disruption ปรากฎการณ์หลังการปฏิวัติดิจิทัล

สิ่งที่เกิดขึ้นกับภาคธุรกิจที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆคือ Digital Disruption หรือการปฏิวัติดิจิทัล คือ Digital เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจ

ในอดีตการเกิดขึ้นของ Technology เป็นการมาแทนที่คนงานระดับล่าง และการเกิดขึ้นของ Digital จะทำให้เกิดการแทนที่ของคนงานระดับกลาง จะเกิดการเลิกจ้างงานมากขึ้นในช่วง 10 ปีจากนี้ไป เพราะคนไม่สามารถแข่งกับ Digital ได้ ดังนั้นทางออกคือ คนต้องพัฒนาทักษะให้มากขึ้น โดยจะมีลักษณะเหมือนตัววาย Y คือ ต้องมีทั้ง มิติกว้าง และ มิติลึก มาเสริมความสามารถในการทำงานให้มากขึ้น

อีกส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้นคือ Inequality หรือช่องว่างทางความมั่งคั่ง คนรวยจะมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความั่งคั่งทางการเงิน ขณะที่คนจนจะจนมากขึ้นเช่นกัน

ThinkstockPhotos-76801217

อย่างไรก็ตาม Digital Disruption ก็เป็นโอกาสมหาศาลในเชิงธุรกิจเช่นกัน โดยธุรกิจที่มีการปรับตัวให้เข้ากับยุค Digital โดยมีลักษณะที่เรียกว่า Digital First นั่นคือ สามารถใช้ประโยชน์จาก Digital ได้อย่างเต็มที่ จะมีโอกาสเติบโตและขยายตัวต่อไปได้ และในยุค Digital นี้ โอกาสยังมีมาใหม่เรื่อยๆ สำหรับคนที่มีไอเดีย นั่นแม้จะพลาดครั้งที่ 1 ก็ยังมี 2 3 4 ตามมา หรือ ล้มให้เร็ว ลุกให้เร็วกว่า

ด้วยความคิดและชีวิตที่มีความเป็น Startup ทำให้เป้าหมายของ กระทิง พูนผล คือการสร้าง Startup เครื่องจักรทางเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่จะมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ดูน่าสนใจและมีความเป็นไปได้ แสดงให้เห็นว่า การตัดสินใจลงมือทำอะไรแต่ละครั้งจะต้องสร้าง Impact ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

12366402_955666167859814_4879796455697203072_n

 

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


6 + eight =

Recent Posts

Facebook

PR News