103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

วิทยาศาสตร์ของการแชร์ จาก slide.ly

posted by  482 views

การทำ Content นั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ โดยเฉพาะในการที่จะต้องเข้าใจว่าจะสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายให้ได้นั้นเรียกได้ว่าต้องเข้าใจในกลไกหลาย ๆ อย่างของการที่จะสร้างปฏิสัมพันธ์ โดยเฉพาะการแชร์ที่ต้องทำให้เกิดขึ้น เพื่อกระจายในสิ่งที่ทำออกไป ซึ่งโดยปกติการที่จะเกิดการแชร์ Content นั้นมักจะถูกวางแผนมาอย่างดีจากการทำกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่วางเอาไว้ตั้งแต่การวางแผนที่ผ่านมา

เพื่อที่จะเข้าใจในการสร้างช่วงเวลาที่จะสามารถดันเนื้อหาออกไปให้กลายเป้นปรากฏการณ์ที่คนแชร์ออกไปได้ สิ่งหนึ่งคือการเข้าใจว่าทำไมคนถึงแชร์เนื้อหาเหล่านั้นออกไป แชร์ออกไปเพราะอะไร และแชร์ออกไปเมื่อไหร่ หรือใครที่เป็นคนที่แชร์เนื้อหาหลัก ๆ เหล่านี้ ซึ่งเว็บ slide.ly ได้ทำการรวมรวมสถิติกการแชร์ต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อทำให้เห็นภาพพฤติกรรมเบื้องหลังการปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ บน Facebook เพื่อทำให้นักการตลาดสามารถเอาข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงการทำงาน Content ของตัวเองได้

จากการศึกษาของ slide.ly พบว่ากลุ่มผู้แชร์เนื้อหาส่วนใหญ่นั้นจะแชร์ในช่องทาง Youtube มากที่สุด ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่กลุ่มคนมีอายุน้อย ๆ คือระหว่าง 18-29 นั้นจะแชร์ในช่องทาง Facebook มากกว่า และกลุ่มคนมีอายุเพิ่มขึ้นมาจะแชร์ในช่องทางอย่าง Instagram หรือ LinkedIn เพิ่มขึ้นมา ซึ่งมองได้ว่าทั้ง 2 Platform เจาะกลุ่มคน Gen X ซึ่งมีการโชว์ Lifestyle ต่าง ๆ ออกไป รวมทั้งใช้ Social Media บางประเภทเพื่อการทำงาน ในส่วนของ Youtube เองจะเห้นได้ว่าเป้น Platform ความบันเทิงและการเรียนรู้หาข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งทำให้คนนั้นแชร์ออกไปอย่างมากเช่นกัน

Screen Shot 2561-07-24 at 15.14.28

ซึ่งถ้าเอาทุก ๆ ช่องทางมาวัด แน่นอน Facebook และ Twitter นั้นครองการแชร์สูงสุด เพราะเป้น Platform ที่เราใช้เพื่อพูดคุยและปฏิสัมพันธ์กับสังตม ทำให้ทั้ง 2 Platform นี้แซงหน้า Platform อื่น ๆ ในแง่การแชร์ของ Platform เพราะจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันอีกด้วย

Screen Shot 2561-07-24 at 15.14.41

เมื่อลองมาดูในว่า Content ที่แชร์กันนั้นเป็นแบบไหนกันเป็นส่วนใหญ่จะเห็นว่า Content ที่คนนิยมส่วนใหญ่นั้นจะอยู่ที่ภาพ Infographic เนื่องจากภาพเหล่านี้ให้ข้อมูลที่ดีและสามารถทำความเข้าใจได้ไม่ยาก รองลงมาคือการแชร์พวกรายการลิสค์ต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนหลาย ๆ ลิสต์ที่ออกมามันตรงกับความฝัน ความต้องการ หรือตรงใจหลาย ๆ คนทำให้เกิดการแชร์ออกไปเพื่อแสดงความเป้นตัวเองออกมา และสุดท้ายที่แชร์กันคือโพสจำพวกแสดงความคิดเห็นว่าทำไม ทำให้เกิดการแชร์พวกนี้ออกไป เพราะเป็นเรื่องความรู้ หรืือตอบคำถามที่ไม่เคยรู้มาก่อนออกมา

Screen Shot 2561-07-24 at 15.14.47

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือในรอบปี 2017 ที่ผ่านมานั้นพบว่าเป้นปีของวิดีโอเลยทีเดียว เพราะใน Facebook เองพบว่าโพสยอดนิยมในการแชร์เป็นมีการแชร์วิดีโอกว่า 85% จากโพสทั้งหมด และจากการตรวจสอบใน Twitter เช่นกัน พบว่าการทำเป็ยวิดีโอลงไปนั้นทำให้เกิดการแชร์เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับรูปธรรมดา และได้ผลดีกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับภาพที่เป็น Gif นอกจากนี้ยังพบด้วยว่ามีการปฏิสัมพันธ์ข้าม Platform กับรูปแบบวิดีโอต่าง ๆ เพิ่มขึ้น 77% จากปี 2016 มา 2017 ใน Platform อย่าง Facebook, Instagram และ Twitter

Screen Shot 2561-07-24 at 15.14.58

ทั้งนี้ทาง slide.ly ได้ทำการดูว่าทำไมคนถึงแขร์โพสต่าง ๆ ออกไป โดยดูที่ Emotion ที่แสดงออกมา พบว่า ส่วนใหญ่แชร์เพราะทึ่งในเนื้อหานั้น ๆ หรือรู้สึกว่าเนื้อหาที่แชร์ออกไปนั้นเจ๋ง รองลงมาคือการที่เนื้อหานั้นมีความสนุก หรือสร้างความตลกขบขัน อันดับสามได้แก่เนื้อหาที่ให้ความสุขประเภทต่าง ๆ จนมาท้ายที่สุดคือเนื้อหาประเภทดราม่า เช่น สร้างความโกรธ หรือความเห็นใจ โดยเฉพาะวิดีโอที่เรียกน้ำตานั้นจะได้อันดับสุดท้ายในการแชร์ ซึ่งตรงนี้ทำให้เห็นว่าการที่คนเราอยากแชร์อะไรออกไปบนพื้นที่ตัวเองใน social media นั้นเพราะอยากแสดงออกในตัวตนที่มี หรือแสดงมุมมองของตัวเองออกไป พร้อมอยากให้คนอื่น ๆ รู้สึกหรือได้เห็นในสิ่งที่ตัวเองอยากให้คนอื่นได้ดูต่อไป

Screen Shot 2561-07-24 at 15.15.11

ในทางนี้ slide.ly เองก็ให้ความเห็นออกมาในรูปแบบที่คล้ายกันว่าคนเรานั้นแชร์เป็นส่วนใหญ่นั้นคือการแชร์ออกไป เพื่อสร้างภาพที่ดูดีกับตัวเองถึง 40% และแชร์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ตัวเองออกไปกว่า 32% นอกจากนี้กว่า 62% จะหลีกเลี่ยงการแชร์เนื้อหาที่จะสร้างภาพลบให้กับตัวเองออกไป

Screen Shot 2561-07-24 at 15.15.16

จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักการตลาดสามารถวางแผนได้ดีกว่า ควรจะสร้างเนื้อหาแบบไหน หรือประเภทไหนที่จะสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ได้แชร์ออกมา หรือจะสร้างปรากฏการณ์การแชร์เนื้อหาออกไปได้อย่างไรด้วยสถิติเหล่านี้ที่มีขึ้นมา ซึ่งจะช่วยนักการตลาดประหยัดเวลาในการคิดและการที่จะลองลงมือทำเพื่อเก็บข้อมูลมาทำการตลาดให้ดีขึ้นต่อไป

ที่มา Slide.ly

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ seven = 13

Recent Posts

Facebook