103.58.148.118

Interview

Ξ Leave a comment

วิกฤตหรือโอกาส? เมื่อ Alibaba รุกเมืองไทย ฟัง ภาวุธ Tarad.com วิเคราะห์

posted by  7,673 views

ในช่วงปลายปีนี้เราเห็นการขยับเคลื่อนไหวใหญ่หลายครั้งของกลุ่ม Alibaba โดย Jack Ma ประธานกลุ่มบริษัทฯ ที่มูฟเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาเยือนบนเวที ACD Connect Business Forum 2016 เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าจะนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนก็ดี หรือล่าสุดกับการจับมือกับกลุ่ม CP ทุนยักษ์ใหญ่ของไทย เพื่อเป็นพันธมิตรร่วมกันในธุรกิจ Fintech (คลิกอ่านเพิ่มเติม)

ฉะนั้นการรุกคืบเข้ามาของกลุ่ม Alibaba ครั้งนี้จึงอยู่ในความสนใจของนักธุรกิจไทยค่อนข้างมากทีเดียว โดยเฉพาะด้าน E-commerce ส่วนจะเป็นในทางที่ดี หรือในทางที่ไม่ดีนั้น Marketing Oops! เราได้โอกาสพิเศษในการสัมภาษณ์ ผู้บุกเบิกอีคอมเมิร์ซ และอีมาร์เก็ตติ้ง ในประเทศไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ tarad.com “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” พร้อมกับทางออกในการรับมือกลุ่มทุนหน้าแดนมังกรรายนี้อีกด้วย

pawut-hili

 

การเข้ามาของกลุ่ม Alibaba เป็นผลดีกับประเทศไทยในภาพรวมหรือไม่อย่างไร

คุณภาวุธ กล่าวทั้งแง่ดีและแง่ที่น่าเป็นห่วงด้วย โดยระบุว่า ด้านดีคือ อาลีบาบา เคเก่งในด้านการค้าระหว่างประเทศและมีตลาดใหญ่ที่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเขาเข้ามาแล้วนำพาผู้ประกอบการไทยไปขายต่างประเทศได้ มันก็เป็นจุดที่ดีมาก คือการเอาสินค้าไทยไปส่งออก ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าสนใจมาก แล้วก็ยังมีการพัฒนาผู้ประกอบการของไทยด้วย เข้าไปขายในโลกออนไลน์ อาจจะมีช่องทางพิเศษอะไรก็ว่าไป อันนั้นเป็นเรื่องดี

“แต่อันที่น่าเป็นห่วงก็คือ นอกเหนือจากการที่เขาเอาของไปแล้ว เขาก็ยังเอาสินค้าเข้ามาขายด้วย อันนี้คือความน่าเป็นห่วง เพราะการที่เทคโอเวอร์ LAZADA ไปแล้ว ซึ่ง LAZADA คือช่องทางการไหลของสินค้าจากจีนที่จะไหลทะลักเข้ามา ทั้งที่ไทยและ Southeast Asia เคสนี้ไม่ได้เกิดกลัวแค่ประเทศไทย ผมคุยกับเพื่อนในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ทุกคนกลัวกันหมดเลย เพราะว่าเขาใช้เงินมหาศาลซื้อไปหมดแล้ว จากนั้นแป๊ปเดียวสินค้าที่จีนก็ไหลทะลักเข้ามาทันที เพราะ LAZADA มีในหลายประเทศ แล้วตอนนี้ก็เริ่มเอาสินค้าจากจีนเข้ามา แล้วมาขายผ่าน LAZADAเพราะฉะนั้นเป้าหมายแจ็คหม่าคือ ต้องการเอาสินค้าจากจีนออกมานอกประเทศด้วย

Alibaba ใช้ Lazada รุกตลาดออนไลน์ไทย

คุณภาวุธ ยังระบุอีกว่า ไม่ใช่เฉพาะแค่ด้านอีคอมเมิร์ซเท่านั้นที่ Alibaba ขยับเข้ามาในไทยแต่ยังมีอาลีเพย์ด้วย ซึ่งตรงนี้คุณภาวุธ ขยายความเพิ่มเติมว่า อีกสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือรัฐบาลเองก็เวลคัมแบบสุดๆ เช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมองมุมกลับด้วยว่า บางทีนี่อาจจะเป็นการเปิดศึกเข้าบ้านหรือเปล่า เมื่อเขาเข้ามามันยั้งไม่อยู่แล้ว เพราะสินค้าจีนบอกได้เลยว่าผู้ประกอบการไทยแข่งได้ยากมาก ทั้งราคาที่ถูกมาก และคุณภาพที่เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วเขาก็ใช้ออนไลน์มาเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้บริโภคจากประเทศต่างๆ เข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง ในขณะที่ทางภาครัฐเราเองก็สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ด้วย

“ที่สำคัญคือ เวลาที่เขามาไม่ได้มาแค่อีคอมเมิร์ซ เขามี Alipay เข้ามาด้วย ที่ล่าสุดดิวกับซีพีอยู่ เพราะฉะนั้นในแง่ของความแข็งแรง มันแข็งแรงทั้ง ecosystem เลย แล้วก็ทำให้เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่อาลีบาบาเข้ามาปุ๊ป วงการอีคอมเมิร์ซไทยก็เริ่มหยุดชะงัก”

อีคอมเมิร์ซไทยหยุดชะงักอย่างไร อยากให้ช่วยขยายความให้ชัดขึ้น

จุดนี้ คุณภาวุธ กล่าวขยายความว่า จะสังเกตได้ว่า โปรโมชั่น คูปอง และอื่นๆ อีกมาก พวกนี้ไม่ค่อยมีแล้ว เพราะหลายๆ เจ้าพอเห็นอาลีบาบาซื้อ LAZADA ปุ๊ป ทำให้เห็นว่าโอกาสในการแข่งขันมันท้าทายเกินไป

“หยุดชะงัก เพราะว่าเมื่อก่อน หลายๆ เจ้าก็ทำอีคอมเมิร์ซ อย่างเซ็นทรัลหรือกลุ่มทรู พอ LAZADA ถูกซื้อ มี Alibaba อยู่ข้างหลัง ในแง่ของสกิลในการแข่งขัน เงินเขามีเยอะมหาศาล มีเป็นถุงเป็นถัง มีกำลังในการทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น เงินเรามีอยู่ 100 ล้าน แต่อาลีบาบามีเงินเป็น 10,000 ล้าน แล้วเราจะไปสู้ด้วยอะไร เผาเงินไปกับการทำคูปอง ไม่ได้เพราะฉะนั้นมันคือเกมที่สู้กับยักษ์ใหญ่ สู้ไปก็ไม่คุ้ม ดังนั้น หลายๆ เจ้าก็เลยหยุด หยุดการทำโปรโมชั่น หลายๆ เจ้าก็เริ่มเบนเข็มในการลงทุนด้านอีคอมเมิร์ซ เพราะตอนนี้ยักษ์ใหญ่มาแล้ว เราไปสู้กับยักษ์ใหญ่ก็คงไม่ได้ ซึ่งเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นกับทุกๆ ประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มมาร์เก็ตเพลส มันเริ่มเกิดการชลอตัวอย่างรุนแรงเลยทีเดียว ทั้งในไทยและในอาเซียน”

การจับมือระหว่าง Alipay กับกลุ่ม CP คิดว่าอย่างไร

กูรูด้านอีคอมเมิร์ซไทย ให้ทัศนะว่า มองในแง่ดีมันก็ดี แต่อีกทางมันก็คือการดึงยักษ์ใหญ่เข้ามาในท้องถิ่น แต่ในจุดนี้มันคือการแข่งขันด้านเพย์เมนต์ มันก็มีความน่าเป็นห่วง เพราะตอนนี้ระบบเพย์เมนต์เงินมันก็ยังอยู่ในประเทศไทย แต่พออาลีเพย์เข้ามาแล้วมันจะกลายเป็นว่าอาจจะไปฆ่าแบงก์ก็ได้ และมันยังจะไปฆ่าพวกสถาบันการเงินต่างๆ ด้วย

“ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นที่จีนคือ อาลีบาบาไปฆ่าแบงก์ที่นั่น การปล่อยกู้ การทำโลนอะไรต่างๆ เพราะว่าเขามีครบทุกอย่างเลย เพราะฉะนั้นการที่อาลีบาบาเข้ามาจับมือกับซีพีจึงน่ากลัว เพราะซีพีเองก็แข็งแกร่งมาก ซีพี มี 7Eleven มีมือถือ มีข้อมูลมหาศาล ดังนั้น การที่ซีพีลงมาเล่น นั่นอาจเป็นไปได้ว่าซีพีกระโดดเข้ามาเป็นแบงก์ได้เลย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า การดึงเมืองนอกเข้ามาและจะสร้างให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงมาก แต่ในขณะเดียวกัน หากจะมองในแง่ดีก็คือ ดีกว่าที่อาลีบาบาเข้ามาเต็มๆ เพราะการเข้ามาครั้งนี้ กลุ่มอาลีบาบายังถือหุ้นน้อยอยู่ ไม่ใช่ถือหุ้นใหญ่”

คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการในการแข่งขันครั้งนี้

ในส่วนนี้ คุณภาวุธ ให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า การแข่งขันตรงๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ท้าทายเกินไป เพราะฉะนั้น 1.เราจะต้องใช้วิธีการจับ niche market โดยเฉพาะ ซึ่งเขายังไม่ได้เข้ามาเล่น 2.คือถ้าแข่งกับเขาไม่ได้ เราก็ต้องใช้เขา อยู่กับเขาให้ได้ ต้องเอาเขาเป็นพาหนะพาให้เราไปได้ไกลมากกว่าเดิม ต้องใช้เขาให้เกิดประโยชน์ ในขณะเดียวกัน การทำธุรกิจเราคงอยู่เฉพาะประเทศไทยไม่ได้แล้ว เราจะต้องออกไปต่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้นการทำ อีคอมเมิร์ซการอยู่ในประเทศไทยมันคงจะเล็กเกินไปแล้ว เราเองก็ต้องไปหาตลาดใหม่ด้วย เพราะเขาเองก็ขยายมารวดเร็วมากด้วย

“เราจะต้องมองหาความแตกต่าง เพราะยักษ์ใหญ่เวลาเขาขยับที เขาขยับได้ช้า เพราะฉะนั้นในแง่ที่เราเล็กกว่าเราก็ต้องไปให้เร็ว และไปในจุดที่ยังไม่มีใครไป”

Copyright © MarketingOops.com

 

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


8 + = nine

Recent Posts

Facebook