
ในขณะที่อุตสาหกรรมอื่นอาจอยู่ในสภาวะเติบโตลดลง หรือคงที่ จากปัจจัยความท้าทายรอบด้าน แต่สำหรับตลาด “Health & Beauty” ในไทยยังคงเป็น sector ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 8-9% ต่อปี ซึ่งมาจากทั้งฝั่ง “Supply” ที่มีทั้งแบรนด์จากผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดมานาน และแบรนด์ใหม่เข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มาจากฝั่ง “Demand” ของผู้บริโภคที่ทุกวันนี้ผู้คนหันมาดูแลตัวเองแบบองค์ นี่จึงทำให้ตลาด Health & Beauty ในไทยมูลค่าพุ่งแตะกว่า 400,000 ล้านบาท!
ท่ามกลางโอกาสและการแข่งขันสูง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้จัดตั้ง “บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด” (ORHW) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% เข้ามารุกตลาดนี้เต็มตัว ด้วยการเปิดธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้แบรนด์ “found & found” ชูจุดเด่นที่การคัดสรรสินค้าจากญี่ปุ่นและเกาหลี รวมทั้งแบรนด์ไทย ในราคาคุ้มค่า มาวางจำหน่าย เพื่อเติมเต็มช่องว่าง และตอบโจทย์พฤติกรรม-ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

จากปฐมบทในปี 2025 สู่การพัฒนาโมเดลรุกตลาด Health & Beauty ปี 2026
แน่นอนว่าการเข้าสู่ตลาด Health & Beauty ในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย! และถือเป็นความท้าทายไม่น้อย เพราะในธุรกิจนี้ โดยเฉพาะร้านค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม มี Major player ที่แข็งแกร่งและอยู่ในตลาดมานาน
เพราะฉะนั้นการปักธงในธุรกิจนี้ ORHW จึงต้องเริ่มจากสร้าง “Differentiation” ตั้งแต่คอนเซ็ปต์ของ “found & found” ไปจนถึงการคัดสรรผลิตภัณฑ์เข้ามาจำหน่ายและบริการ ตลอดจนการพัฒนา “โมเดลสาขา” เพื่อขยายเข้าไปอยู่ในโลเคชั่นต่างๆ เพื่อเจาะเข้าถึงผู้บริโภคแต่ละเซ็กเมนต์อย่างทั่วถึง
ปี 2025 ถือเป็นปีแรกของการดำเนินธุรกิจ found & found โดยวางตำแหน่งเป็น Health & Beauty Retail ภายใต้แนวคิด “SIMPLE. EASY. EVERYSKIN.” เพราะเชื่อว่าการดูแลตัวเองเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้ ด้วยการเน้นผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจากญี่ปุ่น และเกาหลี รวมทั้งไทย ตอบรับเทรนด์ J-Beauty, K-Beauty และ T-Beauty ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไทยเพิ่มขึ้น
“J & K-Beauty เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของ found & found เพราะเป็นเซ็กเมนต์ที่มีนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และความเร็วของเทรนด์สูงมาก แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่คือ การคัดเลือกว่ากระแสไหนมีศักยภาพที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคในระยะยาว ทั้งคุณภาพสินค้า ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ต้นทาง และความเหมาะสมกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของคนไทย
เคล็ดลับสำคัญคือ การทำงานใกล้ชิดกับพาร์ทเนอร์ในญี่ปุ่นและเกาหลี ทำให้เราเข้าถึงนวัตกรรม เห็นเทรนด์ตั้งแต่ต้นทาง (first-hand insight) และมาตรฐานการคัดเลือกและควบคุมระดับสากล ตลอดจนยังสามารถคัดสรรแบรนด์คุณภาพ สินค้าที่มีความแตกต่าง มีโอกาสเติบโตจริง ไม่ใช่แค่สินค้าที่มาเร็ว–ไปเร็ว นอกจากนี้เทรนด์แบรนด์สินค้าไทยที่มาแรง found & found ก็ได้คัดสรรเข้ามาจำหน่ายด้วยเช่นกัน” คุณณัฐพล ชุจิตารมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออาร์ เฮลท์ แอนด์ เวลเนส จำกัด เล่าถึงแนวคิดหลักของ found & found

ขณะเดียวกันปีที่แล้วได้พัฒนาโมเดลร้านค้าในหลากหลายรูปแบบ เพื่อค้นหาโมเดลร้านสาขา (Store) และจุดจำหน่าย (Point of Sale) ที่เหมาะสมสำหรับการขยายธุรกิจเข้าไปยังทำเลต่างๆ ได้แก่
- สาขาในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station
- สาขาในคอมมูนิตี้มอลล์
- สาขาในอาคารสำนักงาน
- พัฒนาโมเดลShelf In-shop เช่น มีโซนสินค้าของ found & found ในซูเปอร์มาร์เก็ต Foodland, Mitsukoshi One Bangkok, ร้าน Jiffy
ในปีแรกของ found & found ถือเป็นปีแห่งการเรียนรู้ ค้นหาและทดลองโมเดลธุรกิจ เพื่อใช้ในการต่อยอดในปีต่อๆ ไป
ขณะที่ปี 2026 เป็นปีที่จะเริ่มเดินเร็วขึ้น โดยนำสิ่งที่ศึกษา ค้นพบและพัฒนามาต่อยอด โดยตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 45 สาขา จากปัจจุบันมี 21 สาขา (ปี 2025 เปิด 12 สาขา และนับตั้งแต่ต้นปี 2026 ถึงเดือนพฤษภาคม เปิดไปแล้ว 9 สาขา) และขยายจุดจำหน่าย 54 จุด
นอกจากนี้ยังเดินหน้าพัฒนาโมเดลสาขารูปแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับทำเล และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละเซ็กเมนต์ เช่น
- เปิดร้านรูปแบบ “Shop-in-Shop x Café Amazon” ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบ on-the-go และลูกค้าที่แวะพักระหว่างเดินทาง
- โมเดล “Connection Space” พื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง Café Amazon และ found & found ที่ผสานทั้งประสบการณ์เครื่องดื่ม และการดูแลตัวเองเข้าด้วยกัน ปัจจุบันเปิดให้บริการ 3 สาขา ได้แก่ OR Space รามคำแหง, Café Amazon Flagship Experience ที่อารีย์ และ PTT Station วังน้อย

คุณณัฐพล อธิบายว่าการที่ ORHW แยกออกมาเป็นบริษัทลูกที่ OR ถือหุ้น 100% ทำให้ speed การทำงานเร็วขึ้น ตัดสินใจได้เร็วขึ้น และสามารถพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ OR โดยมีทีมบริหารและทีมงานที่ชัดเจน รวมทั้งการกำหนด timeline และงบลงทุนในแต่ละช่วงของธุรกิจ
“ธุรกิจ ‘found & found’ ถือเป็นธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงามธุรกิจแรกของ OR โดยเริ่มจากทีมเพียง 4 คน ปัจจุบันมี 60 คน ในช่วง 2 ปีแรกของ found & found ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงของการเรียนรู้และปรับตัวค่อนข้างมาก เราเริ่มต้นจากการตั้งคำถามง่ายๆ ว่า ‘จะทำอย่างไรให้คนไทยเข้าถึงสินค้าความงามจากญี่ปุ่นและเกาหลีได้ง่ายขึ้น’ แต่พอเริ่มลงมือทำจริง เราพบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีความหลากหลายและเปลี่ยนเร็วมาก
สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ไม่มีโมเดลไหนที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ หรือทุกกลุ่มสินค้า เราจึงต้องทดลองทั้งในเรื่องสินค้า การจัดวางร้าน ไปจนถึงทำเล เพื่อหาสมดุลระหว่าง ‘สิ่งที่แบรนด์อยากนำเสนอ’ กับ ‘สิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง’ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีทั้งสิ่งที่ทำได้ดี และสิ่ที่ต้องนำกลับมาปรับ แต่ลทุกขั้นตอนทำให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น และทำให้โมเดลธุรกิจของเราชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ภาพของ found & found เริ่มเห็นทิศทางที่ชัดขึ้น ทั้งในแง่ของการคัดสรรสินค้า การสร้างประสบการณ์ในร้าน และการขยายสาขาต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าแนวทางที่เราเลือก กำลังตอบโจทย์ตลาดได้ ดังนั้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เป็นเหมือนการวางรากฐานสำคัญ และหลังจากนี้จะเป็นช่วงของการต่อยอดและเร่งการเติบโตบนพื้นฐานที่เราเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง”

ถอดรหัสพฤติกรรมผู้บริโภคไทย ช้อปสินค้า Health & Beauty
สิ่งที่น่าสนใจในตลาด Health & Beauty คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จะสังเกตได้ว่าในอดีตผู้บริโภคมีการยึดมั่นในแบรนด์ จนแทบไม่ค่อยเปลี่ยนแบรนด์กัน ขณะที่ทุกวันนี้พบว่า Brand Loyalty ลดลงอย่างชัดเจน นี่คือสรุปเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคไทยต่อการช้อปสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามในปัจจุบัน
- J-Beauty และ K-Beauty ได้รับความนิยมมากขึ้น: ผู้บริโภคเปิดใจทดลองสินค้าใหม่ๆ จากญี่ปุ่นและเกาหลี โดยสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่น โดดเด่นด้านคุณภาพและเทคโนโลยีการผลิต ขณะที่แบรนด์เกาหลี โดดเด่นด้านคุณภาพ, เทคโนโลยีการผลิต และความหลากหลายของสินค้า
- T-Beauty มาแรงไม่แผ่ว: นอกจากสินค้า Health & Beauty จากญี่ปุ่นและเกาหลีแล้ว คนไทยยังให้การตอบรับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความงามแบรนด์ไทยมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากคิดค้นและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยโดยเฉพาะ อีกทั้งปัจจุบันยังมีแบรนด์ใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น จึงเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค
- ความคุ้มค่า: อีกจุดเด่นของ J-Beauty, K-Beauty, T-Beauty คือ ความคุ้มค่า ราคาเข้าถึงง่าย ในทีนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นสินค้าราคาถูก หากแต่เป็นความคุ้มค่าคุ้มราคาที่ผู้บริโภคได้รับทั้ง functional benefit ของสินค้า กับราคาที่จ่ายไป
- ไม่ยึดติดแบรนด์เดิม แต่เปิดใจทดลองแบรนด์ใหม่ – สินค้าใหม่: หากสำรวจตลาด Health & Beauty ปัจจุบัน ความยิบย่อยของสินค้าไม่ใช่แค่ระดับ segmentation แล้ว แต่เป็นระดับ fragmentation ทั้งผลิตภัณฑ์, คุณสมบัติ และแบรนด์ ซึ่งผู้บริโภคยุคนี้ มี Brand Loyalty ลดลง พร้อมเปิดใจทดลองแบรนด์ใหม่ และสินค้าใหม่อยู่เสมอ หากแบรนด์/สินค้านั้น ตอบโจทย์ในสิ่งที่เขากำลังมองหา
“โอกาสใหญ่ในตลาด Health & Beauty วันนี้ ไม่ได้มาจากแค่การมีสินค้า แต่เกิดจากความเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนวิธีการเลือกซื้อและดูแลตัวเองอย่างไร สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนคือ ‘ความเร็ว’ และ ‘ความละเอียด’ ในการเข้าใจลูกค้า ผู้บริโภควันนี้ไม่ได้ต้องการแค่สินค้าที่ดี แต่ต้องการสินค้าที่ ‘ใช่’ ในเวลาที่เร็ว และเข้าถึงได้ง่าย เราจึงวางบทบาทของ found & found เป็น ‘ผู้คัดสรร’ (Curator) ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการตัดสินใจของลูกค้า แทนที่จะให้ลูกค้าไปค้นหาเองจากตัวเลือกมากมาย”

6 กลยุทธ์ “found & found” สร้างการเติบโตสู่ Top 5 ปี 2027 และมี 450 สาขาในปี 2030
สำหรับกลยุทธ์ที่ found & found ใช้ในการปักธงธุรกิจนี้ และสามารถสร้างรากฐานอย่างแข็งแกร่ง พร้อมต่อยอด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 6 กลยุทธ์หลัก
1. Power of Synergy: ผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจเนครือ OR
ด้วยความที่เป็นบริษัทลูกในเครือ OR จึงมี Competitive Advantage อย่างการผสานกลุ่มธุรกิจในเครือ ไม่ว่าจะเป็น
- การเปิดสาขาและจุดจำหน่ายทั้งใน “PTT Station” และ “Café Amazon” เช่น โมเดล shop-in-shop ในร้าน Café Amazon และโมเดล Connection Space พื้นทีเชื่อมต่อระหว่าง Café Amazon กับ found & found
- ดึงพันธมิตรอย่างบริษัท Innobic ในเครือ ปตท. มาจำหน่ายสินค้าสุขภาพผ่านช่องทางของ found & found
2. เป็น Curator สินค้าเพื่อสุขภาพและความงามจากญี่ปุ่น–เกาหลี–ไทย
ปัจจุบัน found & found มีสินค้าที่จำหน่ายรวมกว่า 5,000 รายการ โดยมุ่งเน้นสินค้าจากญี่ปุ่น, เกาหลี และไทย สินค้าจากทั้ง 3 ประเทศมีสัดส่วนการขายใกล้เคียงกัน อยู่ที่ประมาณ 30-35%
- J-Beauty: จับมือกับ Sugi Pharmacy หนึ่งในเชนขายยารายใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีกว่า 2,000 สาขา
- K-Beauty: นำเข้าโดยตรงจาก Olive Young กว่า 7 แบรนด์ดังที่ขายดี เช่น BOH Bio heal, Filli Milli, Ideal for Men
- T-Beauty: คัดสรรแบรนด์ไทยดาวรุ่งคุณภาพสูง ได้รับความนิยม และมีการพัฒนาสินค้าใหม่ตลอดเวลา เช่น ศรีจันทร์, La Glace, Mizumi, Journal มาวางจำหน่ายในช่องทาง found & found

3. สร้าง Store Format ที่เหมาะกับโลเคชัน – บริหาร Product Assortment ให้ตรงกับความต้องการลูกค้า
สำหรับรูปแบบร้าน (Store format) พื้นที่ของร้านและการจัดวางสินค้า เน้นความยืดหยุ่นสูง โดยมีขนาดพื้นที่เริ่มต้นตั้งแต่ 22 – 150 ตารางเมตร เพื่อให้ match กับโลเคชัน
ปัจจุบันสัดส่วนช่องทางการขายของ found & found มากถึง 90% มาจาก Physical Shop และอีก 10% มาจากช่องทางออนไลน์ เนื่องจากพฤติกรรมการช้อปสินค้าสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงต้องการเห็นสินค้าจริง ทดลองสินค้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ ทำให้ช่องทาง Physical Shop ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็น Touchpoint สร้างประสบการณ์ผู้บริโภค
ขณะเดียวกันในแต่ละสาขา แต่ละโลเคชั่นจะมีทั้งสินค้าที่จำหน่ายเหมือนกันทุกสาขา และคัดสรรกลุ่มสินค้า-แบรนด์ที่เหมาะสมกับโลเคชั่นนั้นๆ เป็นการบริหาร Product Assortment ด้วยหลักแนวคิด Customer-driven และให้สอดคล้องกับ Location profile เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทำเลต่างๆ เช่น
- สาขาเปิดใน PTT Station เน้นความสะดวกรวดเร็ว และตอบโจทย์คนเดินทาง ทำให้สินค้า Travel set ขายดี
- สาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงาน และย่านที่เป็น Resident area พบว่ากลุ่มสินค้า Household ได้การตอบรับดี
- สาขาในอาคารสำนักงาน ตอบโจทย์คนทำงานและไลฟ์สไตล์คนมือง สินค้ากลุ่มเครื่องสำอางขายดี

4. BA แนะนำสินค้าด้วยความเป็นกลาง และจัดวางสินค้าแบบ 5-Step Routine สร้าง Shopping Experience ให้ลูกค้า
เวลาเข้าไปในร้าน Multi-brand จะเจอ PC แนะนำและเชียร์ขายสินค้าเฉพาะแบรนด์ แต่สำหรับ found & found ใช้เป็นพนักงาน Beauty Advisor หรือ BA โดยผ่านการฝึกอบรมจากบริษัท และสามารถแนะนำสินค้าได้ทุกแบรนด์ ทุกผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าอย่างเป็นกลาง
นอกจากนี้ในการจัดเรียงสินค้า ได้วางตาม 5-Step Routine ของการดูแลผิว ได้แก่ Cleanse, Prep, Treat, Moisturize, Protect ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าได้อย่างเป็นระบบ-ครบถ้วน และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น
5. Data-driven & ระบบ CRM
found & found ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Data-driven โดยมียอดสมาชิกกว่า 60,000-90,000 คน และตั้งเป้าขยายให้ถึง 100,000 คน และระบบ CRM ยังเชื่อมต่อกับระบบสมาชิก blueplus+ เพื่อมอบโปรโมชันและสิทธิพิเศษตามประวัติการซื้อ นอกจากนี้ยังเก็บ Data จาก LINE Official Account อีกช่องทางการติดต่อสื่อสารสำคัญ เพื่อสร้าง engagement กับลูกค้า ทั้งการรักษาฐานลูกค้าเดิม และดึงดูดลูกค้าใหม่
6. Inclusive Growth Model: สร้างธุรกิจให้แข็งแรง ก่อนเสนอขายแฟรนไชส์
ปัจจุบันสาขา found & found “ORHW” เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด 100% เพื่อสร้างมาตรฐานและโมเดลธุรกิจให้แข็งแรง แต่ในอนาคตมีแผนใช้โมเดล “Inclusive Growth” ตามแนวทางของธุรกิจในเครือ OR ที่ปรับการลงทุนขยายสาขาแบบรูปแบบลงทุนเอง 20% และเป็นแฟรนไชส์ 80% เหมือนเช่น PTT Station และ Café Amazon เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่าง OR กับผู้ลงทุนแฟรนไชส์ ซึ่งการใช้ Inclusive Growth Model เป็นโมเดลธุรกิจที่จะทำให้เกิดการขยายสาขาได้เร็ว
“OR ใช้แนวทางการเติบโตแบบ Inclusive Growth Model ผสมผสานระหว่างบริษัทลงทุนเปิดร้านเอง ควบคู่กับการขยายผ่านระบบแฟรนไชส์ โดยในช่วงแรกของธุรกิจ ‘found & found’ เรายังคงสร้าง Own channel เอง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ ทดสอบ และพัฒนาโมเดลธุรกิจให้ชัดเจน ทั้งด้านรูปแบบร้าน เครือข่ายการกระจายและจัดส่งสินค้า ไปจนถึงโครงสร้างผลตอบแทนสำหรับผู้ลงทุน ก่อนที่จะเสนอขายแฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจ”

ปี 2027 เร่งสปีดธุรกิจ สู่ Top 5 ตลาดค้าปลีก Health & Beauty – ตั้งเป้ามี 450 สาขาภายในปี 2030
สำหรับ Next step ในปี 2027 “found & found” เข้าสู่เฟสของ “การวิ่ง” อย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งสปีดการเติบโตอย่างแท้จริง โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตจะสูงถึง 200% และจะขับเคลื่อนให้ก้าวสู่การเป็น “Top 5” ของตลาดค้าปลีก Health & Beauty
“หากวิเคราะห์จากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น และช่องทางการขายที่เติบโต คาดว่าปี 2027 จะมีอัตราการเติบโตราว 200% และก้าวสู่ Top 5 ของตลาดอย่างแน่นอน”
ไม่แค่นั้น found & found ยังมีเป้าหมายระยะยาวที่จะเปิดให้ได้ 450 สาขา ภายในปี 2030
“ตลาดสินค้าความงามมีการแข่งขันดุเดือด เรามองว่าสินค้าความงาม เครื่องสำอาง การเลือกซื้อ และได้ทดลอง สัมผัส ยังส่งผลต่อการตัดสินใจ เราจึงอยากทำให้ found & found เป็นแบรนด์ที่คนเชื่อมั่นในเรื่องการคัดสรรสินค้า และเป็นตัวเลือกแรกๆ เมื่อพูดถึงสินค้าความงามจากญี่ปุ่นและเกาหลี” คุณณัฐพล สรุปทิ้งท้ายถึงการสร้างแบรนด์ found & found ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในสมรภูมิการแข่งขันตลาด Health & Beauty ในไทย







