ถอดความสำเร็จ “รมย์รวินท์” ผู้ผ่านมาทุกวิกฤต ยืนหนึ่งในธุรกิจความงาม กับความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านในยุค Digital Disruption

  • 5.1K
  •  
  •  
  •  
  •  

 

ใครๆ ก็อยากสวยอยากหล่อกันทั้งนั้น เป็นคำพูดที่ไม่ผิด เพราะถึงแม้ธุรกิจความงามจะชะงักไปช่วงหนึ่งเพราะคำสั่งล็อกดาวน์ เนื่องจากสถานการณ์โควิด แต่จากข้อมูลในปี 2021 กลับพบว่า ตลาดด้านธุรกิจความงามของประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 1,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโตถึงร้อยละ 9.7 ต่อปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022-2030 บ่งบอกว่าธุรกิจกลุ่มนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก

ตอกย้ำด้วยข้อมูลของ World Travel & Tourism Council (WTTC) ที่ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ของการเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ โดยคำนวณจากการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ขาเข้าที่สูงขึ้นในปี 2019  ซึ่งสามารถสร้าง GDP ในประเทศได้เป็นสัดส่วนถึง 20% ของ GDP โดยรวมภายในประเทศ และยังพบว่า นักท่องเที่ยวมีความสนใจด้านการแพทย์ และเดินทางมาไทยเพื่อทำหัตถการต่างๆ ในไทยอย่างต่อเนื่องถึง 60% โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมารับบริการด้านความงามที่ประเทศไทยมีทั้งจากสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และยุโรป ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ไทยได้รับความนิยมนอกเหนือจากการบริการที่ใส่ใจและมีคุณภาพการรักษาที่ยอดเยี่ยมแล้ว ด้านค่ารักษาพยาบาลของไทยก็ย่อมเยากว่าประเทศอื่น โดยค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเสริมจมูก หรือการทำศัลยกรรมอื่นๆ ไทยถูกกว่าถึง 3-4 เท่าเมื่อเทียบกับประเทศทางตะวันตก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจความงามก็มีตอนสะดุดในช่วงโควิดอย่างที่ได้เกริ่นไป โดยรายงานของ International Society of Aesthetic Plastic Surgery ระบุว่า ปริมาณการรักษาด้านความงามในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าช่วงก่อนเกิดโรคระบาดเสียอีก โดยในปี 2020 การเข้ารับบริการด้านความงามแบบศัลยกรรมขยายตัวขึ้น 10%  และการเข้ารับบริการด้านความงามแบบไม่ศัลยกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปี 2019 เรียกว่าภาพรวมของธุรกิจความงามในหลายๆ ประเภทเติบโตมากจริงๆ สะท้อนดีมานด์ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

 

การแข่งขันในธุรกิจความงาม กับการรักษาคุณภาพมาตรฐานและสงครามราคา  

การเติบโตของธุรกิจความงามต้องควบคู่ไปกับคุณภาพ แต่จากการเปิดเผยข้อมูลของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พบว่าที่ผ่านมามีการร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวข้องกับศัลยกรรมความงามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจขัดขวางการเติบโตของตลาดประเทศไทย อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลส่วนใหญ่ในประเทศไทยได้รับการรับรองโดย Joint Commission International (JCI) องค์กรระดับสากลนี้ส่งเสริมการยึดมั่นในการดูแลคุณภาพอย่างเข้มงวดใน 90 ประเทศทั่วโลก การรับรองดังกล่าวช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจให้กับผู้คนที่ต้องการการรักษาในประเทศไทย

อย่างที่กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่ธุรกิจความงามของไทยเฟื่องฟูและเป็นที่นิยม แต่ในแง่หนึ่งก็ทำให้การแข่งขันในธุรกิจประเภทนี้สู้กันดุเดือดมาก โดยเฉพาะแข่งกันจัดโปรโมชั่นหั่นราคาเพื่อดึงดูดผู้บริโภคเข้าร้าน แต่การแข่งในรูปแบบนี้อาจไม่ยั่งยืนและอาจยิ่งส่งผลต่อเรื่องการลดคุณภาพลงด้วย ซึ่งภาพรวมจะส่งผลในด้านลบต่อทั้งอุตสาหกรรมได้

แตกต่างจาก “รมย์รวินท์” คลินิกความงามแบรนด์ดังที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 20 ปี ที่ไม่ขอลงสนามเรื่องราคา (Price War) แต่จะมุ่งมั่นในด้านคุณภาพ พร้อมมอบบริการที่ตรงใจให้กับลูกค้าทุกคน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คลินิกแห่งนี้ยืนหนึ่งมาได้ในทุกสมัย ฝ่าฝันทุกวิกฤตมาได้ตั้งแต่ Digital Disruption ไปจนถึงวิกฤตโควิด ซึ่งเราขอถอดโมเดลความสำเร็จจากคลินิกความงามแห่งนี้ว่าทำอย่างไรถึงประสบความสำเร็จจนถึงปัจจุบัน

 

พลิกสถานการณ์วิกฤตโควิด สู่การสร้างรายได้

จากสถานการณ์โควิดในช่วงที่ผ่านมาไม่เพียงแต่จะส่งผลต่อภาพรวมของธุรกิจความงาม แต่ยังส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปด้วย ผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้น คลินิกความงามจะทำธุรกิจอนาล็อกแบบเดิมๆ ไม่ได้ “รมย์รวินท์” จึงเริ่มระบบออนไลน์เข้ามาใช้ในการบริการมากขึ้น เช่น การจองคิวผ่านแพล็ตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า

นอกจากนี้ ในช่วงที่ต้องปิดชั่วคราวเพราะคำสั่งล็อกดาวน์ คลินิกไม่สามารถเปิดให้บริการได้ส่งผลต่อรายได้ของคลินิก แต่ด้วยความว่องไวของทีมผู้บริหาร ทั้ง คุณจอย – ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รมย์รวินท์ คลินิก จำกัด และคุณหมอฐา – พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้อำนวยการ รมย์รวินท์คลินิก แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผิวหนัง ก็ตัดสินใจพลิกสถานการณ์สร้างรายได้ ด้วยการเปิดให้พนักงานขายผลิตภัณฑ์ของทางคลินิกผ่านออนไลน์ ซึ่งปรากฏว่าทำรายได้ให้กับพนักงาน ซึ่งบางรายที่ขยันและเก่งก็สามารถขายจนมีรายได้มากกว่าช่วงโควิดเสียอีก นับเป็นอีกหนึ่งการแก้วิกฤตที่น่าชื่นชมของทาง “รมย์รวินท์” จึงทำให้ผ่านช่วงวิกฤตโควิดไปได้อย่างราบรื่น

 

คุณจอย – ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รมย์รวินท์ คลินิก จำกัด และพญ.ธิรดา จิตตการ (หมอแพร) แพทย์ประจำรมย์รวินท์ คลินิก

 

‘For The Better You’ แนวคิดรุกตลาดดิจิทัล

นอกเหนือจากการก้าวข้ามผ่านวิกฤตโควิดไปได้แล้ว “รมย์รวินท์” ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้เกิดแนวคิดเพื่อสร้างการเติบโตและรองรับการแข่งขันในตลาด ได้แก่ แนวคิด For The Better You สวยในแบบที่เป็นคุณ” บนหลักสำคัญ 3 ประการ 1) การยกระดับ Organization โดยให้สตาฟและทีมงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ และพนักงาน มุ่งสู่การเป็น “โค้ชความงามส่วนตัว” เพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น 2) การขยายสาขาการให้บริการเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ลูกค้า ตรงตามสโลแกนที่ว่า “ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น” และ 3) เรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ในการไม่หยุดมองหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาของลูกค้าได้อย่างตรงจุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งน่าสนใจจากแนวคิด “For The Better You สวยขึ้นในแบบที่เป็นคุณ” คือ “โค้ชความงามส่วนตัว” แนวคิดที่จะช่วยดูแลลูกค้าแบบตรงจุดเฉพาะบุคคล เพื่อดูแลให้ลูกค้าสวยในแบบของตัวเอง เมื่อลูกค้าต้องการการดูแลที่เฉพาะตัวเฉพาะบุคคลมากขึ้น  ทางทีมแพทย์และพนักงานที่เกี่ยวข้องทุกคน ต้องคอยแนะนำ ใส่ใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เสมือนเป็นโค้ชความงามส่วนตัวของลูกค้า โดยไม่ให้ลูกค้าต้องเสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ถือเป็นการสร้างความมั่นใจและเพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้เข้าใช้บริการ นับว่าเป็นเรื่องที่สอดรับกับเทรนด์การทำธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการสร้างประสบการณ์แบบ Personalized เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความต้องการและยุคสมัยได้อย่างรวดเร็ว ไม่แปลกใจเลยที่ทำไม “รมย์รวินท์” ถึงประสบความสำเร็จมาในทุกยุคจริงๆ

ปัจจุบัน “รมย์รวินท์” ให้บริการอยู่ 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ การทำเลเซอร์กำจัดขน, การดูแลผิวพรรณด้วยเลเซอร์ ทรีตเม้นต์ รักษาสิว ฝ้า จุดด่างดำ, การยกกระชับปรับรูปหน้า ด้วยเครื่องมือทันสมัย อาทิ Thermage, Ulthera, HIFU รวมถึงการปรับรูปหน้าด้วย Filler และ Botulinum Toxin และ การดูแลกระชับสัดส่วน เช่น การสลายไขมันด้วยความเย็น, การสร้างกล้ามเนื้อด้วยเทคโนโลยีแต่ไม่ใช่การผ่าตัด

 

 

สำหรับทิศทางในอนาคตของ “รมย์รวินท์” จากปัจจุบันที่ก้าวสู่การเป็นผู้นำในการดูแลความงามจากภายนอก ซึ่งก้าวต่อไปน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเริ่มปักหมุดสู่การเป็นผู้ดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวม (Health & Wellness) อย่างการใช้วิตามินเพื่อบำรุงผิวหน้าและผิวกาย ถือว่าเป็นตลาดที่กำลังโตและมาแรงมากในปัจจุบัน ทำให้ต้องติดตามต่อไปว่าก้าวใหม่ในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร และคาดว่าน่าจะช่วยทำให้ตลาดธุรกิจความงามคึกคักและเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน.


  • 5.1K
  •  
  •  
  •  
  •