เรทดีไม่พอ ‘ซุปเปอร์ริช’ ย้ำความต่างจากคู่แข่งเปิดบัตรพรีเพด แก้ Pain Point นักท่องเที่ยวไม่ต้องพกเงินสด

  • 260
  •  
  •  
  •  
  •  

superrich

สำหรับธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแล้ว การให้ ‘เรทราคาดี’ ถือเป็นทั้งจุดขายและจุดแข็ง ซึ่งผู้เล่นในธุรกิจนี้ต่างก็ใช้ ‘ราคา’ มาแข่งขัน จนตอนนี้แต่ละรายแทบจะหาความต่างกันไม่ได้

ดังนั้น ทาง ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) หรือที่เราคุ้นเคยกับในชื่อ ซุปเปอร์ริชสีส้ม จึงชู ‘เซอร์วิส’ และ ‘นวัตกรรม’ มาเพิ่ม value เพื่อสร้างความต่างและย้ำแบรนด์ในใจผู้บริโภค

“ตอนนี้ลูกค้าแยกเรากับคู่แข่งที่ชื่อเหมือนกันแทบไม่ออก ส่วนเรทราคาทุกที่แทบไม่ต่างกัน ดังนั้น เซอร์วิสและนวัตกรรมเป็นเรื่องสำคัญที่เราพยายามให้ต่างจากคู่แข่ง เซอร์วิส ก็เช่น การเปิดสาขาตามศูนย์การค้า ตามรถไฟฟ้า ส่วนนวัตกรรม จะเน้นเรื่อง cashless เราให้ชำระการแลกเงินผ่าน QR Code แบบนี้เป็นต้น” ปิยะ ตันติเวชยานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด กล่าว

เปิด ‘Visit Thailand Card ’ รับสังคมไร้เงินสด

Visit Thailand Card 01

รวมถึงล่าสุดได้จับมือกับ ทูซีทูพี พลัส (ประเทศไทย) และมาสเตอร์การ์ด เปิดตัว ‘Visit ThailandCard ’ เป็นบัตรพรีเพดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องมาแลกเปลี่ยนสกุลเงินเมื่อเดินทางมาเที่ยวในไทย

บัตรใบนี้ ปิยะ บอกว่า เป็นการแก้ Pain Point สำคัญของนักท่องเที่ยวในเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่ต้องพกเงินสดจำนวนมากมาแลกเปลี่ยน

โดยนักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อบัตรดังกล่าวได้ที่ซุปเปอร์ริช จากนั้นทำการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างชาติ 9 สกุลหลักเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนของซุปเปอร์ริช  เพื่อเติมเงินลงในบัตร กำหนดไว้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อครั้ง และไม่เกิน 300,000 บาทต่อใบ ซึ่ง Visit Thailand Card มีอายุบัตร 3 ปี และสามารถใช้ได้ทุกที่ที่รับบัตรมาสเตอร์การ์ดที่มีกว่าล้านแห่งในไทย

“เรามีแอพ Visit Thailand Card บนโทรศัพท์มือถือทั้งบนระบบ Android และ iOS เพื่อทำการตรวจสอบยอดเงินในบัตร ตรวจสอบรายการใช้จ่าย รวมถึงใช้เพื่อเปิด-ปิดการใช้บัตร และในกรณีที่นักท่องเที่ยวต้องการเพิ่มจำนวนเงินในบัตร หรือแลกเงินคืน ก็มาทำที่เราได้”

เตรียมขยายบริการให้คนไทยไปใช้ต่างประเทศในปี 62

super

ระยะแรก Visit Thailand Card จะวางจำหน่ายและเติมเงินได้ในที่ซุปเปอร์ริชในสาขาหลัก ๆ ได้แก่ สำนักงานใหญ่ราชดำริ , สาขาสีลม , สาขาสุวรรณภูมิ และสาขาเซ็นทรัลเวิล์ด ก่อนจะสามารถใช้บริการได้ครบ 49 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2562

ส่วนเป้าหมายนั้น วางไว้ว่า ภายใน 3 เดือน จะมีผู้ใช้บริการบัตรนี้ราว 50,000 ใบ และจะเพิ่มเป็น 100,000 ใบ ภายใน 1 ปี พร้อมกับคาดว่า บัตรดังกล่าวจะให้ยอดการแลกเปลี่ยนเงินของซุปเปอร์ริช สีส้ม ที่แต่ละปีมีประมาณหนึ่งแสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 5-10%

นอกจากนี้ยังเตรียมจะขยายบริการของบัตรดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวไทยนำไปใช้ในต่างประเทศได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุญาตจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ คาดว่า จะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณกลางปี 2562

รวมถึงมีแผนจะพัฒนาทั้งเซอร์วิสและนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาเสริม เพื่อย้ำแบรนด์และสร้างความต่างจากคู่แข่ง เพราะตอนนี้การแข่งขันในธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แค่ ‘เรทดี’ ไม่พอแล้ว


  • 260
  •  
  •  
  •  
  •