103.58.148.118

Brand Move

Ξ Leave a comment

5G จะเติมเต็มชีวิตคนไทยอย่างไร? เช็คแฟชั่นแห่งเทคโนโลยี พร้อม5เรื่อง(ไม่)ลับหลังบ้าน Dtac

posted by  903 views

ในฐานะผู้ใช้เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เรียกง่ายๆ ก็คือ เราทุกคนที่ใช้มือถือนั่นแหละ… ทุกคนน่าจะเคยรู้สึกหงุดหงิดจากประสบการณ์ใช้งานมือถือกันทั้งสิ้น ตั้งแต่ยุคที่กดโทรออกก็ลำบากเพราะเครือข่ายเต็ม หน้าจอโชว์แต่คำว่า Network Busy หรือ ยุคเน็ตบนมือถือที่กดแล้วต้องทำใจเย็นรอ 3-5 วินาทีกว่าจะดาวน์โหลดอะไรๆ ขึ้นมาเต็มหน้าจอ จนมาถึงยุคนี้ เมื่อไหร่ที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนหน้าจอ คอนเทนต์จะต้องดาวน์โหลดข้อมูลพร้อมใช้งานทันที!

แน่นอนว่าในแง่ผู้ใช้งานอาจไม่ค่อยได้รับรู้ถึงวิวัฒนาการที่เกิดขึ้น “หลังบ้าน” ของเครือข่ายมากนัก เมื่อมีโอกาสอันดี…เราจึงขออัพเดทเทรนด์เทคโนโลยี กับ “แฟชั่น” ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้มือถือชาวไทยภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ กับ “คุณประเทศ ตันกุรานันท์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ของ Dtac พร้อมเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังบ้าน Dtac ว่าในรอบค่อนปีที่ผ่านนี้ มีอะไรพัฒนาขึ้นบ้าง?

3Dec15d-103

“ในแง่การใช้งาน 3G ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานทั้งด้านวอยซ์ (หมายถึงการโทร) และดาต้า (อินเทอร์เน็ตบนมือถือ) ขณะที่ 4G เป็นการรองรับดาต้าที่ออกแบบมาเพื่อสมาร์ทดีไวซ์ ส่วน 5G จะทำให้การใช้งานดาต้าถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ไม่ใช่เพื่อสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่เราคุ้นเคย แต่เพื่อรองรับ IoT ดีไวซ์ ที่จะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า เราคงได้เห็นการเปิดใช้เทคโนโลยี 5G อย่างเป็นทางการในไทย ขณะที่เทรนด์การใช้งานวอยซ์ก็ลดลงอย่างต่อเนื่องมาราวๆ 1-2 ปีแล้ว ทำให้โอเปอเรเตอร์ (ผู้ให้บริการเครือข่าย) ต้องทำแพ็คเกจเพื่อบันเดิลบริการร่วมกับดาต้า” คุณประเทศ เริ่มต้นอธิบายเทรนด์เทคโนโลยีแห่งอนาคต และคาดการณ์แฟชั่นที่จะเกิดกับผู้ใช้งานชาวไทยต่อไป ว่า…

5G มีไว้เพื่อ IoT

อย่างที่รู้กันว่าจำนวนอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) จะมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากสมาร์ทโฟน สมาร์ทวอชท์ แท็บเล็ตที่เราใช้งานกันอยู่แล้ว อุปกรณ์เหล่านี้ถูกจัดอยู่จำพวกสมาร์ทดีไวซ์ แต่อุปกรณ์กลุ่ม IoT คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสมาร์ทดีไวซ์ได้ อาทิ ทีวี ตู้เย็น เครื่องฟอกอากาศ เป็นต้น

สำหรับความเร็วอินเทอร์เน็ตที่ IoT ต้องการนั้นจะแตกต่างจากที่สมาร์ทดีไวซ์ต้องการ คือ ต้องการความเร็วไม่มากแต่ต้องพร้อมรองรับการเชื่อมต่อจากอุปกรณ์จำนวนมากๆ ได้ในขณะเดียวกัน

อนาคต e-SIM ล่องหน จับต้องไม่ได้!

จาก SIM รูปแบบเดิม กับสี่เหลี่ยมไซส์จิ๋วที่มีชิปสีทองๆ ที่ถูกพัฒนาให้ไซส์เล็กลงตั้งแต่ยุค Standard SIM เป็น Mini SIM สู่ยุค Micro SIM และ Nano SIM ที่ว่าเล็กจนทำหายได้ง่ายๆ เมื่อถอดออกมาจากช่องใส่ซิม ในอนาคตคุณจะไม่ได้เห็นหน้าตาซิมการ์ดเช่นนั้นแล้ว แต่จะเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า e-SIM (electronic SIM card) เมื่อต้องการเปิดใช้งานเลขหมายใด ก็แค่เข้าไปกรอกเบอร์แล้วดาวน์โหลดลงมาติดตั้งในเครื่องที่จะใช้งาน เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่ต้องกังวลว่า SIM จะหายอีกต่อไปและไม่ต้องวุ่นวายกับการแกะ SIM อย่างระมัดระวังตอนเปิดใช้งานครั้งแรกอีกแล้ว แต่ e-SIM ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับสมาร์ทดีไวซ์ เพราะถูกออกแบบมาเพื่อจับคู่กับอุปกรณ์ IoT

dtac_Site002

นอกจากนี้ CTO ของ Dtac ยังเล่าถึงความเติบโตทางธุรกิจด้วยว่า “ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ เนื่องจากมีการเติบโตเป็นไตรมาสมากตั้งแต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยที่บริการโพสต์เพด (รายเดือน) เติบโตขึ้น ประกอบกับ Dtac ได้ปรับปรุงบริการและแพ็คเกจให้ตรงใจลูกค้ายิ่งขึ้น รวมถึงการออกแพ็คเกจ Go โนลิมิต ซึ่งทำให้การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และการแข่งขันในตลาดอย่างหนัก”

ในอดีต พฤติกรรมลูกค้าชาวไทยนิยมใช้งานพรีเพด (เติมเงิน) เนื่องจากแพ็คเกจโพสต์เพดมีราคาแพงกว่า แต่ปัจจุบันความนิยมเปลี่ยนไป เนื่องจากแพ็คเกจโพสต์เพดมีราคาถูกลงและไม่แตกต่างกับแพ็คเกจพรีเพด ทำให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้ระบบรายเดือนมากขึ้นโดยแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นกับโอเปอเรเตอร์ทุกรายในไทย และจากการที่ Dtac ได้เลือก อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ มาเป็นตัวแทนนำเสนอประสบการณ์การใช้งานเครือข่าย ก็ทำให้ Dtac สามารถเข้าถึงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งยังสร้างความรู้สึกดีให้เกิดขึ้นต่อแบรนด์ด้วย

“ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยนำเสนอตัวเลขผลการทำ Speed Test มากนัก เพราะ Dtac มองว่าตัวเลขที่เกิดขึ้นไม่สามารถการันตีถึงประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าได้ เราเน้นการสร้าง Mood and Tone เช่นในรูปแบบแคมเปญของอั้ม ซึ่งสื่อสารกับลูกค้าได้ดีกว่า”

ทั้งนี้ คุณประเทศ ยังได้เปิดเผย “5 เรื่องที่คุณยังไม่รู้ แต่รู้สึกได้กับ Dtac” ดังนี้…

ขยายโครงข่ายต่อเนื่องทั่วประเทศ : ตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน Dtac จะขยายโครงข่ายต่อเนื่องโดยเพิ่มสถานีฐานทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีเสาสัญญาณ 4G เพิ่มขึ้นกว่า 400% ทั้งบนคลื่น 1800MHz และ 2100MHz

พัฒนา Time-to-Content : นอกจากความเร็วของโครงข่าย Dtac ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานแอปพลิเคชันของลูกค้า จากความร่วมมือกับ Facebook เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นแก่ลูกค้า Dtac กว่า 60% ล่าสุดก็ได้มีการพัฒนาโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งาน Youtube ของลูกค้าให้รวดเร็วขึ้นกว่า 62% เพื่อลดระยะเวลาในการเข้าถึงคอนเทนต์ (Time-to-Content)

โครงการ Flip for Site : Dtac มีแนวคิดในการพลิก ให้ทุกคนมาร่วมสร้างเครือข่ายร่วมกัน จากไอเดีย Flip it Challenge ซึ่งเริ่มต้นจากพนักงานในบริษัทที่ต้องการพลิกรูปแบบการหาพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณด้วย Social engagement ทำให้ทุกคนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานดีแทค ลูกค้าดีแทค หรือคนทั่วไปก็สามารถเป็นพาร์ทเนอร์ Dtac ด้วยการเสนอพื้นที่ของตนให้เป็นที่ตั้งเสาสัญญาณ Dtac ได้อย่างง่ายดาย ทำให้การติดตั้งเสาสัญญาณใหม่รวดเร็วขึ้นถึง 3 เท่าตัว จึงมีความพร้อมในการรองรับแผนการขยายโครงข่ายจำนวนมากในปีนี้และอนาคต โดยมีเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 10,000 แห่งในปีนี้

dtac_TreeTower01-02

Camouflage Site Solutions เสาสัญญาณมุมมองใหม่ : หลักการขยายโครงข่ายของ Dtac ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแต่ต้องสอดคล้องกับคุณภาพชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นที่มาของเสาสัญญาณมุมมองใหม่ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ Zero Site (ซีโร่ไซต์) กับรูปแบบเสาไฟถนนที่มาพร้อมโคมไฟ LED เพื่อความปลอดภัยของชุมชนและผู้สัญจรในเวลากลางคืน ซึ่งประหยัดพลังงานราว 50-80% , City Site (ซิตี้ ไซต์) โซลูชั่นเสาสัญญาณรุ่นใหม่ที่ออกแบบให้เข้ากับทัศนียภาพในเมือง และติดตั้งร่วมกับหน้าจออินเตอร์แอคทีฟ เป็นสื่อโฆษณา รายงานอุณหภูมิและสภาพอากาศในพื้นที่นั้นๆ ได้แบบเรียลไทม์ , เสาต้นไม้ ถูกออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติ อุทยาน ป่าไม้ หรือแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น

งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ : เพื่อเป็นการร่วมแสดงความอาลัยและถวายความภักดีช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือนตุลาคมนี้ Dtac ได้เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกโครงข่ายการใช้งานมือถือ พร้อมให้บริการประชาชนที่จะเดินทางมาในบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวงและพื้นที่ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ รวม 101 แห่ง ได้แก่ รอบพระบรมมหาราชวัง , พื้นที่ท้องสนามหลวง , สะพานพระปิ่นเกล้า , ราชดำเนิน , ปากคลองตลาด , บางลำพู รวมถึงบริเวณซุ้มและจุดถวายดอกไม้จันทน์บริเวณต่างๆ และวัดในกรุงเทพฯ อีกด้วย.

 

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุน เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้... ชวนคุณมาทำความรู้จักหลากหลายเรื่องราว ทั้งสาระและสีสันบนโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน

User Name: Ms.นกยูง

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ one = 9

Recent Posts

Facebook