
บ้านลักซ์ชัวรียุคใหม่ตอนนี้กำลังมีคำจำกัดความใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับ 50-100 ล้านบาท ที่นอกจากเรื่องทำเล ดีไซน์ พื้นที่ใช้สอย ความเป็นส่วนตัว และความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาแล้ว ตอนนี้ผู้บริโภคเริ่มถามหาความหมายของบ้านที่ ทำให้ใช้ชีวิตดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตระยะยาวมากขึ้นด้วย
นี่คือทิศทางที่แสนสิริกำลังใช้กับ NARASIRI (นาราสิริ) แบรนด์บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีระดับ Legacy ภายใต้ Sansiri Luxury Collection ผ่านการเปิดตัวแนวคิด Luxury Wellness Ecosystem ที่ผนึก 2 พันธมิตรระดับโลกอย่าง Technogym แบรนด์อุปกรณ์ออกกำลังกายจากอิตาลี และ Helena Rubinstein แบรนด์ความงามระดับโลก มาสร้างประสบการณ์อยู่อาศัยใหม่ด้วย
เมื่อ Wellness กลายเป็น New S-Curve

ในงานแถลง “The Art of Refined Living” แสนสิริบอกชัดเจนว่าว่า Wellness Economy กำลังกลายเป็น New S-Curve สำคัญของประเทศไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่เติบโตเร็วกว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลก
โดยข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่าเศรษฐกิจสุขภาพทั่วโลกมีโอกาสเติบโตแตะ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2029
สำหรับตลาดอสังหาฯ ระดับลักซ์ชัวรี ความหมายของ Wellness กว้างกว่าการมีฟิตเนสหรือสวนสวยในโครงการ แต่กำลังกลายเป็น “เหตุผล” สำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อบ้านระดับบนมองเห็นบ้านในฐานะ Health Asset หรือสินทรัพย์ด้านสุขภาพระยะยาว
คุณณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) อธิบายให้เราเห็นภาพว่า “การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในสุขภาพ” เพราะแสนสิริมองว่าการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในแต่ละวัน คือการสร้าง Health Assets ให้กับทั้งตัวเองและครอบครัวในระยะยาว
คุณณภัทรยังระบุว่า Wellness จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวโดยจะเริ่มต้นจากบ้าน ส่วนกลางที่ได้มาตรฐาน และประสบการณ์การดูแลสุขภาพระดับเวิลด์คลาส ซึ่งเป็นเหตุผลที่แสนสิริเลือกพัฒนาแนวคิด Luxury Wellness Ecosystem ให้กับ NARASIRI ใน 4 โลเคชั่นหลัก ได้แก่ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา, นาราสิริ บรมราชชนนี, นาราสิริ บางนา กม.10 และนาราสิริ พหลฯ-วัชรพล นั่นเอง
NARASIRI วางบ้านเป็นพื้นที่ Preventive Health

หากมองพอร์ตบ้านแนวราบของแสนสิริ เราจะเห็นว่าแต่ละแบรนด์ถูกวาง Position เพื่อจับลูกค้าคนละกลุ่มอย่างชัดเจน ตั้งแต่บ้านสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ บ้านพรีเมียม ไปจนถึงบ้านลักซ์ชัวรีระดับบนสุด
เช่น Anasiri, Kanasiri และ Mabel จะอยู่ในกลุ่มบ้านที่เข้าถึงง่ายกว่า เน้นครอบครัวเริ่มต้นหรือ New Gen ที่ต้องการบ้านแบรนด์แสนสิริในราคาจับต้องได้ ขณะที่ Saransiri และ Habitia จะขยับขึ้นมาเป็นบ้านสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ ฟังก์ชัน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ส่วน Burasiri และ Setthasiri จะอยู่ในกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น โดย Burasiri มีภาพจำเรื่องบรรยากาศแบบรีสอร์ตและการพักผ่อน ส่วน Setthasiri วางภาพเป็นบ้านครอบครัวระดับพรีเมียมที่ภูมิฐานกว่า
เหนือขึ้นมาอีกขั้นคือกลุ่มบ้านลักซ์ชัวรี เช่น Narinsiri, ELSE, The Tales และ BuGaan ซึ่งเน้นความเป็นส่วนตัว ทำเลเฉพาะ ดีไซน์ และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง โดยเฉพาะ BuGaan ที่วางภาพเป็นบ้านระดับ Ultra Luxury / Exclusive Residence สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟสูงมาก
ในภาพรวมนั้น NARASIRI จึงถูกวางให้เป็นแบรนด์บ้านเดี่ยวลักซ์ชัวรีระดับ Legacy ภายใต้ Sansiri Luxury Collection ที่ไม่ได้ขายแค่ความหรูหรือความใหญ่ของบ้าน แต่ขายความเป็น “บ้านที่ส่งต่อคุณค่าการอยู่อาศัยจากรุ่นสู่รุ่น” ผ่านทำเลไพร์ม งานดีไซน์ ความเป็นส่วนตัว ส่วนกลางขนาดใหญ่ พื้นที่สีเขียว และคอมมูนิตี้ของผู้อยู่อาศัยระดับเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้ NARASIRI แตกต่างจากแบรนด์บ้านอื่นของแสนสิริในครั้งนี้ คือการยกระดับ Position จากบ้านลักซ์ชัวรี ไปสู่บ้านที่ตอบโจทย์ Well-being ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก คือ บ้าน ส่วนกลางขนาดใหญ่ และพื้นที่สีเขียว ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Preventive Health
แนวคิดนี้สะท้อนชัดใน 4 โครงการหลักของ NARASIRI ได้แก่

- NARASIRI Victoire Krungthep Kreetha ราคา 65-120 ล้านบาท
- NARASIRI Borommaratchachonnani ราคา 55-120 ล้านบาท
- NARASIRI Phahol-Watcharapol ราคา 45-90 ล้านบาท
- NARASIRI Bangna KM.10 ราคา 60-150 ล้านบาท
ภาพรวมทั้งหมดทำให้ NARASIRI วางตัวเองในตลาดบ้านหรูระดับ 50-150 ล้านบาทด้วยแนวคิดที่ชัดขึ้น คือบ้านที่ขายคุณภาพชีวิตระยะยาว มากกว่าการขายพื้นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว
จาก ROI สู่ ROH เมื่อบ้านต้องให้ Return on Health

หนึ่งในประเด็นน่าสนใจจากงานแถลงครั้งนี้ก็คือมุมของ คุณสุรเชษฐ์ อมรรัตนเวช กรรมการผู้จัดการ Technogym Thailand ที่พูดถึงการเปลี่ยนวิธีคิดจาก ROI: Return on Investment ไปสู่ ROH: Return on Health
ความหมายคือ การลงทุนในบ้านลักซ์ชัวรีในอนาคตจะถูกมองผ่านผลตอบแทนด้านสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกาย สุขภาพใจ คุณภาพการนอน การฟื้นตัวของร่างกาย การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ และการสร้างสมดุลในชีวิต
Technogym จึงเข้ามาเติมภาพของ Wellness Ecosystem ให้บ้านระดับลักซ์ชัวรี ไม่ได้จบที่การนำเครื่องออกกำลังกายมาติดตั้งในโครงการ แต่ขยายไปสู่การออกแบบประสบการณ์การออกกำลังกายตามไลฟ์สไตล์ของลูกบ้าน
คุณสุรเชษฐ์ยังมองว่า ความร่วมมือระหว่าง Technogym และ NARASIRI คือการนำแนวคิด Wellness Ecosystem ระดับโลกมาผสานเข้ากับการอยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี เพื่อให้บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่ช่วยส่งเสริม Preventive Health และ Well-being อย่างแท้จริง
Beauty เข้ามาอยู่ในบ้าน เมื่อผิวสะท้อนคุณภาพชีวิต

อีกมุมที่ทำให้โปรเจกต์นี้แตกต่าง คือการดึงแบรนด์ความงามระดับโลกอย่าง Helena Rubinstein เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Wellness Ecosystem
คุณศศิธร บวรรัตนประทีป Head of Marketing and Retail, Helena Rubinstein Thailand อธิบายว่า “Beauty is Power” คือสิ่งที่ Helena Rubinstein เชื่อมาตลอด แต่ในวันนี้ความหมายของความงามเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องผิว ที่เป็นมากกว่าสิ่งที่ตาเห็น แต่คือคุณภาพและสุขภาพของผิวที่ทำให้เราคงความงามไว้ได้ในระยะยาว
คุณศศิธรชี้ว่า ผิวที่ดีไม่ได้เกิดจากการทำหัตถการเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการดูแลแบบองค์รวม ทั้งก่อนและหลังการทำหัตถการ รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องที่บ้าน
นี่คือเหตุผลที่ Helena Rubinstein นำแนวคิด “Laclinic at Home” หรือการดูแลผิวระดับคลินิกที่บ้าน เข้ามาเติมประสบการณ์ให้ลูกบ้าน NARASIRI ผ่านการดูแลผิวที่เชื่อมกับ Well-being และ Refined Living
เมื่อมองในมุมการตลาด นี่คือการขยายความหมายของบ้านลักซ์ชัวรีให้ครอบคลุมทั้งฟิตเนส สุขภาพ ความงาม และการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคระดับบนที่มองหาประสบการณ์แบบองค์รวมมากขึ้น
The Art of Refined Living สร้าง Experience ต่อเนื่อง

ทั้งหมดนั้นนำไปสู่การจัดกิจกรรม The Art of Refined Living ที่ Narasiri จะจัดขึ้นตลอด 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม ถึง 9 สิงหาคม 2569 ใน 4 โครงการ NARASIRI โดยเชื่อมกิจกรรมด้านฟิตเนส สุขภาพ โภชนาการ ความงาม และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน
โดยมีทั้งหมด 4 วันใน 4 โครงการคือ
- 24 พ.ค. Narasiri Phahol-Watcharapol x Technogym Bench class hosted by Wolf BKK
- 21 มิ.ย. Narasiri Victoire Krungthep Kreetha x Technogym Reform & Barre class hosted by Curve BKK
- 12 ก.ค. Narasiri Borommaratchachonnani x Technogym Skillrow class hosted by 139 ARENA
- 9 ส.ค. Narasiri Bangna KM.10 x Technogym Hybrid Challenge class hosted by Puma Nitro Run Club Thailand
ในเชิงแบรนด์ นี่คือการเปลี่ยนโครงการบ้านจาก Product ไปสู่ Platform ที่สร้างประสบการณ์ต่อเนื่องให้ลูกบ้าน โดยมี Life Curator ช่วยคัดสรรกิจกรรมเฉพาะสำหรับลูกบ้าน Sansiri Luxury Collection ที่ซื้อและโอนตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
Luxury วันนี้ต้องขาย “ชีวิตที่ดีกว่า”

ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้อยู่ที่การขยับ Position ของบ้านหรูจากการขายสินทรัพย์ ไปสู่การขายระบบนิเวศของการใช้ชีวิต เป็นการทำ Luxury Branding ยุคใหม่ ที่จะมาอาศัยความหรู จากดีไซน์ หรือความหายากเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แต่ต้องสร้างคุณค่าที่จับต้องได้ในชีวิตจริงด้วย
โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับ Premium และครอบครัวระดับบนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ เวลา ความเป็นส่วนตัว และคุณภาพชีวิตมากขึ้น
การจับมือระหว่าง NARASIRI, Technogym และ Helena Rubinstein นอกจากจะเป็น Brand Collaboration ที่ดีแล้วยังเป็นการสร้าง Ecosystem ที่ทำให้บ้านหนึ่งหลังมีความหมายใหม่ เป็นทั้งที่อยู่อาศัย สินทรัพย์ระยะยาว คอมมูนิตี้ และพื้นที่ดูแลสุขภาพในทุกวัน
สุดท้ายแล้วโจทย์ของตลาดบ้านหรูอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าโครงการไหนทำเลดีกว่า ออกแบบสวยกว่า ใหญ่กว่า หรือแพงกว่า แต่อาจอยู่ที่ว่าโครงการไหนสามารถทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกว่า “ชีวิตของเราในบ้านหลังนี้ดีขึ้นทุกวัน” ได้มากกว่ากันนั่นเอง
