บทเรียนดราม่า ‘นักรีวิว’ VS. ‘ร้านอาหาร’ กับปัญหาคลาสสิก รีวิวให้ต้องจ่ายตังค์ไหม?

  • 573
  •  
  •  
  •  
  •  

เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งระหว่างแบรนด์หรือเจ้าของกิจการกับบล็อกเกอร์ โดยเฉพาะประเด็นการให้ “รีวิว” ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่เจ้าของกิจการหรือแบรนด์เชิญมาให้รีวิว กับทางบล็อกเกอร์ขอเข้ามารีวิวเอง ซึ่งจุดนี้เองคือจุดที่ค่อนข้างอ่อนไหว โดยเฉพาะประเด็นที่หากบล็อกเกอร์เป็นผู้ขอเข้ามารีวิวเอง ก็จะเกิดคำถามว่า ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรีวิว ทางบล็อกเกอร์จะเป็นผู้จ่ายหรือทางแบรนด์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ?? หรือ คำถามที่ว่าการวิจารณ์สินค้าหรือบริการนั้นทำได้มากน้อยในระดับไหน??

ซึ่งคำถามอันอ่อนไหวนี้เองทำให้เกิดปัญหาตามมาในหลายๆ ครั้ง มีทั้งเคสที่เกิดในไทยและเกิดในต่างประเทศก็มี ดังเช่น กรณีล่าสุด ที่เกิดขึ้นกับ “ร้านอาลมดี คาเฟ่” ที่โพสต์บทเรียนสำคัญให้ทั้งบล็อกเกอร์ และเจ้าของธุรกิจได้นำไปศึกษาเป็นตัวอย่างการทำงาน

สำหรับคนที่ติดตามเรื่องนี้ไม่ทัน ขออนุญาตรีแคปเรื่องราวดราม่าที่เกิดขึ้นให้ทราบคร่าวๆ ดังนี้ ร้าน “อาลมดี คาเฟ่” ซึ่งเปิดกิจการร้านอาหารที่ย่านบางกรวย ระบุว่า มีผู้โทรติดต่อเข้ามาขอรีวิวอาหารที่ร้าน ในเวลาประมาณ 16.00 น. กว่าๆ แล้ว ซึ่งค่อนข้างจะใกล้กับเวลาที่ครัวปิดเวลา 18.00 น. (ร้านปิด 19.00 น.) พร้อมกับผู้รีวิวขอเมนูชีสในชีส ซึ่งเป็นเมนูที่ยกเลิกไปแล้ว ทางร้านจึงไม่สามารถทำได้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นเมนูอื่นแทน พร้อมกับการสั่งไปทั้งหมด 9 รายการ

จุดอ่อนไหวอยู่ตรงที่ เมื่อพนักงานเดินมาเรียกเก็บบิลใบเสร็จค่าอาหาร โดยให้ส่วนลด 10% แต่ทางผู้รีวิวหรือบล็อกเกอร์ เกิดความสงสัยว่าในเมื่อมารีวิวอาหารให้ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าอาหาร ในขณะที่ทางผู้จัดการร้านยืนยันว่า ถ้าเป็นการรีวิวโดยปกติจะต้องมีฝ่ายการตลาดติดต่อไป หรือมีการโทรแจ้งล่วงหน้าทางอีเมล์เพื่อทำข้อตกลงกัน

การเจรจาต่อรองเริ่มขึ้น โดยผู้รีวิวแจ้งว่ากำลังส่งเมล์ไปขอให้มีการสปอนเซอร์ในครั้งนี้แต่ไม่ได้ผล ทำให้ทางผู้รีวิวต่อรองด้วยค่าอาหารส่วนลดที่ 50% แต่ทางร้านยืนยันว่าคงให้ไม่ได้ ทำให้ได้เพียงแค่ลดมากที่สุดคือ 20% โดยไม่จำเป็นต้องรีวิวให้ก็ได้

ดูเหมือนว่าการพูดคุยจะจบลงด้วยดี แต่ไม่ใช่ เพราะเวลาราว 22.00 น. บล็อกเกอร์เริ่มรีวิวร้านผ่านเพจวงใน โดยให้ 1 ดาว พร้อมกับรีวิววิจารณ์ร้านในทางเสียหาย ทำให้ทางร้านเข้าไปเจรจาอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น ทางผู้รีวิวอ้างว่าในเมื่อชำระเงินแล้ว ก็สามารถวิจารณ์ได้อย่างเต็มที่ในฐานะลูกค้า เพราะทางร้านมิได้สปอนเซอร์ให้ การเจรจาเหมือนจะจบ แต่ปรากฏเรื่องราวรุนแรงขึ้น เมื่อผู้รีวิวนำไปโพสต์ลง IG Story พร้อมใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย จึงเป็นที่มาของที่ร้านไม่พอใจ และตัดสินใจโพสต์เผยแพร่เรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับที่ยืนยันจะดำเนินคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับบล็อกเกอร์รายนี้

อ่านรายละเอียดเต็มๆ ได้ คลิกที่นี่ 

ซึ่งหลังทางร้านโพสต์ข้อความแล้ว บรรดาคอมเมนท์ใต้โพสต์ส่วนใหญ่ จะมีแนวโน้มไปในทางสนับสนุนและให้กำลังใจร้านอาหารค่อนข้างมาก ในขณะที่ฝั่งคู่กรณีบล็อกเกอร์รายนั้นยังไม่ได้ออกมาชี้แจ้งสิ่งที่เกิดขึ้น

บทเรียนสำคัญ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นน่าจะพอเป็นบทเรียนที่ดีให้กับทั้งแบรนด์ และ Blogger ได้ โดยเฉพาะการใช้ Influencer Marketing ซึ่งนิยมมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการ ดีลงาน การติดต่อเพื่อขอให้มารีวิว หรือติดต่อเพื่อเข้าไปรีวิว จำเป็นที่จะต้องตกลงและเจรจากันให้ชัดเจน หากเป็นไปได้ทำเป็นในรูปแบบอีเมล์เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าการรีวิวนั้นจะเป็นในรูปแบบจ้างเพื่อการรีวิวหรือขอเข้ามารีวิวเอง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเกิดขึ้นจากการยินยอมทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากเป็นไปได้สามารถระบุได้ถึงบฯ ในการรีวิวด้วยก็ได้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

รวมไปถึงเจรจาว่าการรีวิวนั้นเปิดกว้างได้มากน้อยแค่ไหน วิจารณ์ติเตียนได้หรือไม่ ซึ่งโดยปกติหากเป็นการเชิญเพื่อการรีวิว หรือพูดง่ายๆ ว่าไม่ได้จ้างให้รีวิว ร้านหรือ Brand ส่วนใหญ่จำเป็นต้องยอมทำใจยอมรับในจุดนี้ ว่าอาจเกิดการวิจารณ์ในแง่ติติงได้ อย่างไรก็ตาม ก็คงจะต้องอยู่ในความเหมาะสมและความเป็นจริงที่สุด ไม่เช่นนั้นก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายใช้มุมทางกฎหมายมาตอบโต้ได้เช่นกัน

และหาก Blogger หรือ Content creator ที่คิดว่าอยากจะลองร่วมงานกับ Brand หรือนำแพสชั่นมาสร้างเป็นธุรกิจบ้าง สามารถอ่านเพิ่มความรู้ได้จาก Podcast MarketingOops! ที่บทความนี้ได้ Podcast – EP.11 Influencer กับการสร้าง Branding ตัวเองให้ปัง เปิดประตูสู่ม่านธุรกิจ ซึ่งมีคำแนะนำที่ดีเหมาะสำหรับ Blogger หรือ Influencer ที่สนใจจะดีลงานกับ Brand อย่างมืออาชีพได้เลย.


  • 573
  •  
  •  
  •  
  •  
pigabyte
pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ MarTech นั้น So Sexy and Cool!