103.58.148.118

Consumer insight

Ξ 6 comments

Social networking ต่อยอด Gen Y และ Gen D

posted by  3,765 views

การแพร่ขยายของเครือข่ายสังคมแบบใหม่ หรือ Social networking ที่โลดแล่นผ่านโลกไซเบอร์ ด้วยหน้าเพจ และลูกเล่นใหม่ๆ ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อทั้ง Netbook, BB (Blackberry) หรือแม้แต่พีซีรูปแบบเดิมๆ นัยหนึ่งก็อาจเป็นแค่การต่อยอดบน protocol เดิม ทว่าอีกหลายมิติ มันมีส่วนสำคัญในวิถี ทางผ่าน ตัวแบบแนวคิดของคนในกลุ่มสังคมนี้ไว้มากทีเดียว หากโลกของ Content คือปัจจัยที่สำคัญมากขึ้นทุกขณะในทุกกิจกรรม วันนี้จึงไม่ใช่เพียงโอเปอเรเตอร์ เวบมาสเตอร์ สื่อ เจ้าของสินค้า หรือคนการเมืองเท่านั้นที่ต้องสนใจ!!?

social_network_map

Twitter คืออะไร?

Twitter ก็คือ เครือข่ายสังคมใหม่หรือ บริการ microblogging ที่ใช้เพื่อถ่ายทอด บอกกล่าว หรือส่งข้อความถึงคนอื่นๆแบบสั้นๆ  ผู้ใช้งานสามารถส่ง หรือ ‘tweet’ ข้อความไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่ออัพเดทคนที่ติดตามเขา หรือ ‘followers’ และรับข้อความอัพเดทจากกลุ่มคนที่เขาติดตามหรือ ‘following’

แม้ Twitter ยังใช้กันในวงไม่กว้างนักหรือประมาณ 300,000 ราย ในไทย แต่ก็มีผู้เข้าใช้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และ twitter ก็ถือเป็น Social networking ใหม่ที่ต่อยอดและเชื่อมต่อกับ networking อย่าง facebook, hi5  รวมไปถึง social networking แบบเดิมๆที่ทรงพลังอย่าง webboard ใน website ยอดนิยม

twitter_101

Twitter มันคืออะไรกัน เล่นอย่างไรลูกเล่น 9 อย่างที่ต้องรู้ก่อนเล่น Twitter

วันนี้ Social networking ถูกพูดถึงมาก และถูกตั้งคำถามถึงว่า นั่นเป็น trends ที่แท้จริงใช่หรือไม่? Branding หรือ corporate ทั้งหลายต้องสนใจและเข้าร่วมในเครือข่ายเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้เกิดผลดีต่อตัวเอง?

ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่เป็น icons ในสังคมทั้งคนดังและนักการเมืองอย่าง อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ก็อยู่ในเครือข่ายสังคมนี้   ทำให้ twitter ถูกสนใจมากขึ้น จนกำลังเป็น main-stream

“Social networks เป็น long tail เป็นพลังของ individuals ที่ผู้บริหาร branding ละเลยไม่ได้” ธันยวัฒน์ ไชยตระกูล บรรณาธิการบริหารแมกกาซีน  MKT  กล่าวในงาน meeting”Thailand Twitter trends” ที่จัดขึ้นโดย Web Wednesday Thailand เมื่อ2 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีคนในสังคม online  จำนวนมากเข้าร่วม

ธันยวัฒน์ (@Mktmag)  บรรณาธิการรับเชิญในหนังสือการตลาดหลายฉบับ และเป็นอาจารย์พิเศษด้านการบริหาร brandให้ความเห็นว่า original media กำลังถูกรุกหนักจาก Social media  เพราะพื้นที่ของ social networking ขยายตัวมากขึ้น และถูกประเมินแล้วว่าไม่ใช่เรื่องของ fashion แต่เป็น trends

@mktmag

เพราะ Social networking เป็นเหมือน real time web และที่สำคัญคือใครๆก็สามารถสร้างตัวเองขึ้นมาได้ สร้าง branding ตัวเองขึ้นมาจาก nobody ให้เป็นคนที่คนรู้จักมาก หากเขารู้จักมุมหรือวิธีที่เหมาะสม ถือเป็นการเปลี่ยนรูปแบบจากเดิม ที่คนดังต้องมาจากการออกสื่อทีวี หรือวิทยุ มาก่อนเท่านั้น

เขายกตัวย่าง Sukree หรือ @sukree ใน twitter ซึ่งเป็น programmer และเป็นคนธรรมดาที่เข้า twitter ในกลุ่มแรกๆ และเป็นผู้ที่ tweet บ่อยที่สุด และมี followers จำนวนมากที่สุด ทุกคนใน social networkของไทยรู้จักเขา

หรืออย่าง Ashton Kutcher ซึ่งมีผู้ตามเขา followers ถึง 3.4 ล้านคน และเขาติดตามคนอื่น following แค่ 215 คนเท่านั้น ซึ่งตัวเลข 3.4 ล้านคนที่ติดตามเขานั้น สามารถเทียบพลังได้กับสื่อทีวีทรงอิทธิพลได้เลย

กระแสการเติบโตของ social network ได้ทำให้ branding ชั้นนำและ corporate ใหญ่เข้ามาร่วมอยู่ในสังคมนี้ด้วย อย่าง Starbucks coffee แต่สำหรับในไทย branding ที่อยู่ใน social network ยังจำกัดอยู่กับกลุ่มที่คุ้นเคยกับเครื่องมือดิจิตอลสำหรับการตลาดแล้วเท่านั้น 

เขากล่าวว่า ปัจจุบันมี branding หลายรายที่เสนอประโยชน์ให้กับ icons บางคนใน twitter ที่มี followers มากๆ เพื่อให้ icons เหล่านั้น ชักชวนหรือแนะนำด้วยการ tweet สินค้าหรือบริการออกไป 

อย่างไรก็ตาม เขามองว่า branding ที่จะทำได้ผลดีใน social network ควรเป็น brand ที่มีคนรักมากๆก่อนถึงจะได้ผล มากกว่าการมุ่งที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ tweet สินค้า บริการตัวเองออกไป เพราะหากสินค้าที่ไม่ดีจริง หรือพูดโกหก จะทำให้เกิดผลเสียต่อ branding นั้นทันทีเช่นกัน

“ทุก branding ควรเข้าร่วมใน network นี้ เพราะ customer มักจะมาจาก non customer เสมอ”

เขากล่าวด้วยว่า สิ่งที่อยู่ใน pantip.com หรือใน MSN ก็กำลังถูกถ่ายโอนมาอยู่ที่ twitter มากขึ้นด้วย

ณธิดา รัฐธนาวุฒิ @Tukko ผู้ก่อตั้ง Marketing Oops! กล่าวว่า Twitter เปิดโอกาสให้นักการตลาดและนักโฆษณาสื่อสารกับลูกค้าของตัวเองได้โดยตรง แต่ในไทยความรู้ที่จะมาประยุกต์ใช้กับแคมเปญการตลาดยังมีน้อย  และตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจำนวนมากยังไม่ถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง

@tukko

แต่อัตราการเติบโตของผู้ใช้ twitter จำนวนมากในโลกและเริ่มขยายตัวในไทย กำลังทำให้นักการตลาดและโฆษณา มองช่องทางนี้เพื่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างมีประสิทธิผล

ข้อมูลจาก Comscore ผู้นำในการรวบรวมสถิติในโลกดิจิตอล ระบุว่า จำนวนผู้ใช้ twitter มีการเติบโตขึ้นถึง 95% ในเดือนมีนาคมนี้  จาก 9.8 ล้านถึง 19.1 ล้าน และล่าสุดในเดือนกรกฎาคม มีผู้เยี่ยมชม twitter.com จำนวนมากถึง 51.6 ล้านราย

สำหรับในไทยผู้ที่เข้าใช้ twitter ยังไม่มากนัก และส่วนใหญ่เป็น generation ”y” คืออยู่ในช่วง 20-39 ปี และบางส่วนในรุ่น D (digital)  หรือคนรุ่นดิจิตอล

นอกจากนี้สถิติจาก Alexa.com ระบุว่าคนไทยให้ความนิยม twitter.com ในอันดับที่ 43 โดยวัดจากการเข้าใช้งาน

วู้ดดี้ มิลินทจินดา (@Woodytalk) พิธีกรชื่อดังและเจ้าของรายการ ‘วู้ดดี้ เกิดมาคุย’ ทางทีวีช่อง9 ที่มีเรตติ้งสูง เป็นอีกผู้หนึ่งที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ twitter ว่า เขาเริ่มใช้ twitter เมื่อกุมภาฯที่ผ่านมา และปัจจุบันมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเขาก็มี followers จำนวนมาก

@woodytalk

“Twitter เหมือนการที่เราประกาศตัวตนเราออกไป หรือระบายสิ่งต่างๆประจำวันออกไปว่าเราทำอะไร อย่างไร ซึ่งอาจจะมีคนดูหรือไม่ดู ไม่สนใจก็ได้”

เขากล่าวว่า เขาได้รับประสบการณ์ที่แปลกจาก twitterคือ ในช่วงหลายเดือนก่อน เขาได้ tweet message บ่นเรื่องคุณภาพและบริการของโทรมือถือยี่ห้อหนึ่ง อย่างต่อเนื่องว่า ทำไม”ห่วย”และแย่ได้ขนาดนี้  ซึ่ง followers ของเขาที่มีจำนวนมากก็ได้ share comment มากมาย

ต่อมามี top executive ของบริษัทโทรมือถือรายนั้น โทรเข้าหาเขาโดยตรงและเสนอว่า “Woody คุณต้องการอะไร หรือมีปัญหาอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า”

“หลังจากนั้นมือถือผมก็ใช้งานได้ดีมากๆ และผมต้องชมผ่าน tweet เลยว่าบริษัทนี้เป็นอันดับหนึ่งในใจเลย เพราะเขาติดตามสนใจใน social network และทำวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ดี”

กรณีเหมือนกับที่เขาเคยทดลองขับ new Toyota Camry  hybrid และสนใจจะจองซื้อ จึงได้ tweet message ออกไป ปรากฏว่าเขาได้รับ reply message ต่อเนื่องไปจนถึงตี 2 ในด้านที่ดีและไม่ดี ซึ่งทำให้เขาคิดว่า หากศูนย์บริการของ Toyota Thailand เข้ามาอยู่ใน network ด้วยก็น่าจะดี

เขากล่าวด้วยว่า มี branding บางราย เสนอเงินและประโยชน์ให้เขา เพื่อให้เขา tweet ข้อความชักชวนและแนะนำสินค้า ซึ่งเขายืนยันว่า หากเขาจะทำแบบนั้น ต้องเป็นการพิสูจน์ด้วยตัวเขาเองเป็นราย branding ไปว่า   สินค้านี้เขาใช้แล้วดีจริง  รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

เพราะหากเป็นสิ่งที่พูดไม่หมด หรือไม่ได้ดีจริงตาม message ที่ออกไป  ตัวเขาเองจะได้รับผลเสียหาย และขาดความน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ twitter ยังทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับคนที่รู้จักมักคุ้น ที่มักพบกันในที่ต่างๆใกล้ชิดมากขึ้น กว่าการเจอและทักทายตามปกติ

“ผมรู้จักกับคุณ พาที สารสิน ซีอีโอ นกแอร์ แต่โดยทั่วไปเพียงทักทายกันตามงานเท่านั้น แต่เพราะ twitter ทำให้ผมได้รับ tweet จากพาทีว่า เขาเห็นสิวที่หน้าผม  และสุดท้าย เขาก็ให้เลขาฯส่งครีมทาสิวมาให้กับผมถึงที่”

วู้ดดี้ บอกว่า ทุกวันนี้เขาแทบจะเลิกเล่น facebook ไปแล้ว เพราะเข้าไป activate น้อยมาก แต่กิจกรรมใSocial network หลักของเขาอยู่ที่ twitter ซึ่งถือเป็น real time web

ผู้เล่น Twitter รายหนึ่ง ให้ความเห็นว่า new media กำลังทำให้ original media ตายลงไป และในวันนี้ branding และ corporate เข้าใจและเข้ามาอยู่ใน new media มากขึ้น จาก 5 ปีก่อน ที่แม่คนในสังคม online จะคุยกันยังหาจุดลงตัวได้ยากว่า”ทำไมต้องลงโฆษณาใน website??”

อย่างไรก็ตาม กรณีของ twitter หรือ Social network เมื่อถามกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมไทย ดร.อนุภาพ ถิรลาภ ได้ให้ความเห็นว่า Social network ในไทยจะไม่ขยายตัวไปเร็วในระดับ mass ได้ง่ายๆ เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่ adopt ง่าย แต่ transfer ได้ยาก

“ผมว่ามันมีเรื่องของ emotional and passion เข้าไปอยู่มาก ซึ่งท้ายสุดแล้ว content ในแต่ละ network ก็จะแยกแยะและมีกลุ่มของตัวมันเอง”

ดร.อนุภาพ กล่าวว่า สังคมธุรกิจไทยยังมีการใช้งานรูปแบบเก่าๆจำนวนมาก เช่นยังมี Fax โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐ ทั้งที่มี แอพพลิเคชั่น Fax to e-mail หรือ e-mail to Fax มานานมากแล้ว และคนไทยที่ใช้งานคอมพิวเตอร์จำนวนมากที่ยังไม่มี e-mail address ของตัวเองด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ อาจทำให้ Social network มีพลังกันในกลุ่มของคนที่อยู่ในระนาบเดียวกัน และขยายตัวไปได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น   Webboard เหมือนสัมมนา Social network เหมือนปาร์ตี้

“เป็นไปได้ที่ Social networking และ microblogging ยอดนิยมที่กำลังแพร่หลาย อาจทำให้ Social networking ยุคเดิมเช่น webboard ในเว็บยอดนิยมอย่าง pantip ถูกดึงผู้สนใจที่เคย comment กระทู้ต่างๆไปอยู่ที่ twitter จำนวนหนึ่ง”

วันฉัตร ผดุงรัตน์ เว็บมาสเตอร์ pantip.com ชุมชนออนไลน์ใหญ่ที่สุดในประเทศ ให้ความเห็นว่า social network เป็น trend ,lifestyle และไม่เพียงแค่ fashion แน่นอน

Social networking  เครื่องมือใหม่ๆเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเหมือนพื้นที่ส่วนตัว เพื่ออัพเดทข้อมูลให้ผู้ตาม”follower” และรับข้อมูลอัพเดทจากคนที่เขาติดตาม”following”อยู่  ด้วยเนื้อหาที่เป็นแลกเปลี่ยน ตอบคำถามหรือประสบการณ์  เล่าสิ่งที่ได้รู้เห็นมาในวิธีการของแต่ละคน 

มองอีกด้านหนึ่ง กรณี webboard ใน website ยอดฮิต ถือเป็น Social network ยุคเริ่มแรก ที่มีการแยกหมวดหมู่ของกระทู้ที่มักขึ้นต้นด้วยคำถาม เช่น ทำไมรถที่ใช้อยู่ถึงเป็นแบบนี้? ดูหนังเรื่องนี้มารู้สึกแบบนี้ไหม?   และสมาชิกที่สนใจก็เข้าอ่านและ comment

เขาเปรียบเทียบว่า webboard เป็นการแชร์เนื้อหากันโดยตรง ส่วน Social network แบบใหม่ๆนั้น เป็นการแลกเปลี่ยน Social กัน มากกว่าที่จะตอบหรือแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างจริงจังในเนื้อหา นอกจากนี้อย่าง twitter ยังมีข้อจำกัดในการ tweet short text ที่ไม่เกิน 140 ตัวอักษร

“ผมเปรียบเทียบเองว่า Social network ยุคใหม่เหมือนปาร์ตี้ ส่วน content ใน webboard เหมือนงานสัมมนา”

ยิ่งกว่านั้น webboard อาจหลากหลายมากกว่า ตรงที่สามารถดึงคนที่ต่างรสนิยม และความชอบหรือสังคมแบบเดียวกัน มาร่วม comment ในกระทู้ของบอร์ดเดียวกันด้วย

 “ทั้ง face book , hi5 ,twitter หรือ webboard ก็คือการเชื่อมโยงกันและต่อยอดบน protocol เดิมคือ www.  ท้ายที่สุดจะไปสมดุลที่จุดๆหนึ่งว่าหน้าที่ของแต่ละอันจะไป serve ตรงไหนให้ใครบ้าง”

วันฉัตร ออกตัวว่า เขาเองไม่ได้รู้สึกว่า twitter เป็นความชื่นชอบของเขา เพราะหลังจากที่ sign up มาหลายเดือนก่อนเพื่อต้องการรู้ว่ามีเมนูอะไรให้ใช้งานได้บ้าง  ปัจจุบันเขาก็เข้าไปเปิดอ่านด้วยความถี่ 1-2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งเท่านั้น

….ซึ่งก็เป็นจริงตามที่เขากล่าว เพราะเมื่อเข้าไปอ่านtwitterของเขาที่“@wanchat”(twitter.com/wanchat)  ก็พบว่า เขา message  “learn twitter” ครั้งแรกเมื่อ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา  และมีmessage ต่อเนื่องน้อย…….

“ผมอาจจะไม่ชอบมัน หรือว่าบางทีผมก็คงแก่แล้วด้วยมั้ง   แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ดี”

เขากล่าวว่า ชุมชนออนไลน์ที่เขาเข้าร่วมทุกๆวันและบ่อยที่สุด คือใน pantown.com เพื่อการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ

อย่างไรก็ตาม Social networking แบบใหม่ เป็นสิ่งที่เขาและ brand”pantip.com” ไม่สามารถละเลยได้ โดยทีมงานของ pantip ที่ทำหน้าที่พัฒนาเนื้อหา ก็เป็นสมาชิก twitter อยู่หลายคน   และกำลังมองหาโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะนำกระทู้ที่ดีๆจาก pantip เพื่อ tweet ออกไปสู่ twitter

“กระทู้ในบอร์ดเราหลายอันดีมาก เราก็มองดูอยู่ว่าตรงนี้จะมาช่วยได้อย่างไร แต่ต้องระวังด้วย เพราะถ้า tweet บ่อย คนก็รำคาญ”

เช่นเดียวกับแนวคิดในเชิงพาณิชย์  ที่เริ่มมีการจ้างหรือวาน ให้คนที่มีคนสนใจมากหรือมี followers เยอะ พูดถึงสินค้า บริการหรือชักชวนแนะนำทาง twitter  ซึ่งหากเป็นการพูดที่เกินจริง หรือสินค้าไม่ดีจริง ก็จะเป็นผลร้ายย้อนกลับไปที่branding นั้นในตอนหลัง

อย่างไรก็ตาม networking ใหม่ๆมักจะกลืนเข้าหากันเอง เช่นกรณีที่ facebook พยายามเข้าไปกินส่วนแบ่ง twitter โดยมีเพิ่มเนื้อหา”คุณกำลังทำอะไร” เช่นกัน

“ระยะยาวผมมองว่า twitter น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ใช้ติดต่อหรือตามคนที่เป็น icon ของตัวเอง  ส่วนที่เป็น Social network ในกลุ่ม facebook น่าจะไปได้สวยกว่า”

นิยามแห่ง Gen.Y – Gen.D

Generation Y (Gen.Y):   เป็นแรงงานสำคัญในทุกภาคส่วนของสังคม อายุอยู่ในช่วง ปลาย 20-ช่วงปลาย 30  คนรุ่นนี้กำลังเติบโตเพื่อที่ก้าวไปแทนที่ของคน Gen.X  คน Gen.Y เติบโตมาพร้อมๆกับเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) สมัยใหม่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่เห็นชัดเจนก็คือ โทรศัพท์มือถือ Analog กับ Web 1.0 ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของการสื่อสารแบบไร้สาย คนรุ่นนี้เติบโตไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลถึงชีวิตของพวกเขา ดังนั้น คนรุ่นนี้จึงนิยมการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด มีความยืดหยุ่นสูงกว่าคนรุ่น Gen.X  ใจร้อนและเชื่อมั่นในเทคโนโลยี  ดังนั้น คนรุ่น Gen.Y  จึงเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรากฐานให้แก่สังคมในปัจจุบัน  ซึ่งต่อไปในอีก 10-20 ปีข้างหน้า พวกเขาก็จะก้าวขึ้นไปรับผิดชอบดูแลสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมา แทน Gen.X 

Generation D2.0 ( Gen.D):   คือคนที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับยุคเทคโนโลยี Digital และ web 2.0 อายุไม่เกิน 30 ปี  เป็นรุ่นต่อจาก Gen.X  จึงมีลักษณะร่วมกันหลายๆอย่าง  แต่ Gen.D เป็นพวกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่า Gen.X  นั่นคือ  ในขณะที่รุ่น  Gen.X  รับเทคโนโลยีแบบผู้ใช้ (user + consumer) เป็นส่วนมาก แต่คนรุ่น Gen.D นอกจากจะเป็นผู้ใช้แล้ว ยังเป็นผู้สร้าง หรือดัดแปลงเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองได้ด้วย จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีการสื่อสารทั้งหลายแหล่ ทั้ง Hardware และ Software คนรุ่น Gen.D จะสามารถพลิกแพลงดัดแปลงให้ตรงกับความต้องการของตัวเองได้ง่าย ทั้งนี้ เนื่องจากผลพวงของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้มีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและราคาถูกลงมาก รวมถึงการเปิดกว้างให้มีการแก้ไขดัดแปลงมากขึ้น  ประกอบกับคนรุ่น Gen.D เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น การผ่านเรียนในสถาบันการศึกษาและการแลกเปลี่ยนกันผ่าน Web2.0

คนรุ่น Gen.D นับว่ามีความสะดวกสบายกว่าคนรุ่นก่อนๆ เพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆที่สร้างความสะดวกสบายให้แก่ชีวิต เกือบจะเรียกว่าสำเร็จรูปแทบทุกอย่าง จะเอาอะไรก็มีพร้อมให้เลือกสรรได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมที่จะให้ download หรือ add to cart ได้เลยทันที

ด้วยเหตุนี้  คนรุ่น Gen.D จึงทำอะไรรวดเร็ว มุ่งผลสำเร็จแบบทันใจ ไว้วางใจให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีความเป็นตัวของตัวเองสูงจนบางครั้งถูกมองว่าแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว ขาดการปฏิสัมพันธ์กันแบบซึ่งๆหน้า เพราะคุ้นเคยกับการสื่อสารผ่านเทคโนโลยีดิจิตอลและเว็บ 2.0

บทความดีๆ จาก Telecom Journal
logo_telecomjournal

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

User Name: Marketing Oops! Admin

FB Comments

Related Posts

6 Comments

Leave a Reply


+ three = 8

Recent Posts

Facebook

PR News