“เทรนด์สีแห่งปี 2023” สะท้อนอารมณ์หลากหลายของผู้คน “มองโลกแง่ดี-มีความหวัง แม้ต้องเผชิญความท้าทาย”

  • 69
  •  
  •  
  •  
  •  

Color Trends 2023

ดำเนินการจัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับรายงาน “เจาะเทรนด์โลก” (Trend Book) โดยนิตยสาร “คิด” Creative Thailand นิตยสารส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผลักดันเศรษฐกิจไทย ภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เพื่อนำเสนอเทรนด์ที่เกิดจากกระบวนการทำวิจัยและรวบรวมองค์ความรู้จากหลากหลายสำนักเทรนด์ทั่วโลกมานำเสนอให้กับผู้คนในทุกสาขาอาชีพ เช่น นักออกแบบ นักการตลาด นักบริหารแบรนด์ เจ้าของแบรนด์สินค้าหรือบริการ เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของพฤติกรรมผู้บริโภค

ในปีนี้มาในธีม CO-TOPIAเพื่อสื่อถึงนิยามในปี 2023 ว่าสถานะวันนี้นั้น ดีกว่าเมื่อวาน เพราะโอกาสเกิดขึ้นจากอุปสรรค เราจึงจำเป็นต้องคว้าช่วงเวลาที่จะได้สร้างประตูบานใหม่ พร้อมกับหลอมรวมโลกและผู้คนให้อยู่ร่วมกันได้ด้วยการพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อสร้างวันพรุ่งนี้ที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

หนึ่งในหัวข้อในรายงานเจาะเทรนด์โลก 2023 คือ “เทรนด์สีประจำปี 2023(Color Trend) ระบุว่าสะท้อนบรรยากาศของโลกและผู้คนที่เสมือนกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น และปรับตัวหลังจากอยู่ภายใต้ข้อจำกัดและความไม่แน่นอนมาเป็นเวลาหลายปี

ข้อมูลจาก สำนักเทรนด์ WGSN ระบุว่า สีในปี 2023 จะสื่อสารและเชื่อมโยงกับดัชนีทางอารมณ์ของผู้บริโภค หมายถึงการจัดการกับภาวะทางอารมณ์ที่หลากหลาย ดังนั้นสีสันในปีนี้จึงอยู่ในเฉดที่ให้ความรู้สึกของการมองโลกในแง่ดีและมีความหวัง ความมั่นคงและชัดเจน ในขณะที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ

การดูแลสุขภาพจิตใจจะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันใหม่ ทำให้ “กลุ่มสีแนวออร์แกนิก” ที่บ่งบอกถึงช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูและสร้างความสมดุลจะเพิ่มความสำคัญมากขึ้น พร้อมกับการกลับมาของกลุ่ม “สีเฉดเข้ม” และมีค่าความอิ่มตัวสูง สอดคล้องกับอารมณ์แห่งความหวัง เกิดเป็นรูปแบบใหม่ในการแสดงออก โดยเฉพาะด้านสื่อดิจิทัลอย่างโลกเสมือนที่มีบทบาทมากขึ้นและขยายมายังโลกจริง

เทรนด์สีแห่งปี 2023 ประกอบด้วย 7 สีดังนี้

1. Elfin Yellow: สีเหลืองอ่อน

การออกแบบภายใต้แนวคิด Minimalism ยังคงถูกจัดให้เป้นเทรนด์ระยะยาว ควบคู่กับการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ดังนั้นแนวคิดเน้นน้อยๆ ยังคงเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่เบื่อตามกระแส และต้องการเลือกใช้สินค้าที่ให้ความสบายใจมากกว่าสีสันที่ฉูดฉาด

ทำให้หมวดหมู่สีมินิมัลอย่าง Elfin Yellow เป็นเทรนด์ระยะยาว (Long-term Color) ที่ใช้ได้นาน และสีเฉดนี้มักถูกนำไปใช้เป็นสีพื้น เพื่อจับคู่กับสีอื่นมากกว่าสีขาว เนื่องจากให้อารมณ์ความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่น สบายตา ออร์แกนิก และเผยความเป็นธรรมชาติดั้งเดิมได้ดี

นอกจากนี้สีเหลือโทน Elfin Yellow ถูกจัดเป็นหนึ่งในสีที่บ่งบอกถึงทัศนคติของความมุ่งมั่นไปสู่อนาคตที่ดีกว่า การรีเซ็ตและสร้างสิ่งใหม่หลังสงคราม หรือหลังสถานการณ์ที่วุ่นวาย เช่น การระบาดของ COVID-19

รวมทั้งวัสดุบางประเภทเมื่อนำไปรีไซเคิลจะได้เฉดสีเหลืองอ่อนคล้ายกับเฉดสีเหลือง Elfin Yellow เฉดนี้จึงกลายเป็นสีตัวแทนสำหรับงานออกแบบที่ถูกรีไซเคิลใหม่ และเหมาะแก่การนำไปรีไซเคิลได้หลายครั้ง

สำนักเทรนด์ Top Fashion ของจีน ระบุว่า สีเฉดนี้เป็นหนึ่งในอีกหลายสีที่แสดงถึงจิตวิญญาณด้านสุนทรียภาพและความผูกพัน เหมาะสำหรับการเข้าไปเติมเต็มพื้นที่ของบ้านและของใช้เบ็ดเตล็ด เพราะจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงการถูกปลอบประโลม ใช้งานสิ่งของ หรือพื้นที่นั้นได้นาน และผูกพันกับสิ่งเหล่านั้นมากขึ้น

Color Trends 2023-Elfin Yellow
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

 

2. Golden Apricot: สีส้มแอปริคอต

เฉดสีนี้ สะท้อนอารมณ์ความสุข และเชื่อมโยงการโหยหาอดีต เนื่องจากปี 2023 เป็นปีที่คนรุ่นใหม่จะก้าวข้ามอุปสรรคความคิดสร้างสรรค์จากอดีต โดยเฉพาะนวัตกรรมยุค ‘80s หรือแฟชั่นสไตล์เรโทรที่เข้ามาผสานกับความทันสมัยในยุคดิจิทัล

ทิม ไวลด์ชูต (Tim Wildschut) ศาสตรจารย์ด้านจิตวิทยาสังคมและบุคลิกภาพ เผยว่า อาการ Nostalgia เกิดจากจิตวิทยาแนวเฮโดนิสม์ (Hedonism) หลงใหลชีวิตที่มีแต่ความสุข และพยายามสร้างจิตวิทยาการใช้ชีวิตที่หลีกเลี่ยงความไม่สบายใจ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จึงเป็นที่มาของการปลดล็อกเพื่อมองหาความสุขในปี 2023 ด้วยสีเหลืองทองอมส้ม หรือสีส้มเอิร์ธโทน เฉด Golden Apricot ที่เคยเป็นที่นิยมมากในยุค ’80

สำนักเทรนด์ WGSN กล่าวว่า เฉดสี Golden Apricot จะทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตัว สดชื่น และโรแมนติกแนวใหม่ (New Romantic) ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น และสนุกสนานในเวลาเดียวกัน จึงถูกใช้เป็นเฉดสีในเครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและความมั่นใจ หรือตกแต่งผนังห้อง ช่วยสร้างความรู้สึกไม่น่าเบื่อ

นอกจากนี้ สำนักเทรนด์แฟชั่น คาดการณ์ว่าช่วงฤดูร้อนปี 2023 จะเต็มไปด้วยแฟชั่น Summer Nostalgia เฉดส้มเอิร์ธโทน, แฟชั่นสไตล์ฮิปปี้ ที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นเติบโตด้วยความสนุก อิสระ และมองโลกในแง่บวกมากขึ้น ด้วยลวยลายที่ไม่ประณีตอย่างลายมัดย้อม หรือลายกราฟิก รวมทั้งเฉดสีนี้ยังถูกใช้ในงานออกแบบที่ผสมผสานระหว่างงานคราฟต์ท้องถิ่น ความโรแมนติกยุคเรโทร และการถักทอสไตล์ฮิปปี้

Color Trends 2023-Golden Apricot
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

 

3. Lime Green: สีเขียวมะนาว

ที่ผ่านมาสีเขียวนีออน เป็นเทรนด์เฉดสีเปล่งประกายในวงการนักออกแบบ โดยเฉพาะครีเอเตอร์ดิจิทัลที่สร้างสรรค์ผลงาน ขณะในปี 2023 เพื่อให้สีเขียวนีออนสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น นักออกแบบสื่อดิจิทัลมองหาสีต้นทางก่อนที่จะชุบตัวเป็นสีเรืองแสง จนได้ผลลัพธ์คือ สีเขียวมะนาว (Lime Green) ที่ลดทอนความเจิดจ้าลงมาหน่อย เพื่อทำให้ทุกคนสามารถใช้ได้

สำนักเทรนด์ WSGN กล่าวว่าเฉดสีเขียวมะนาว เป็นสีที่เชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อม และสุนทรียภาพบนโลกดิจิทัลของ Generation Z จึงได้ปรับความสดชื่นที่ดูสนุกด้วยสีเขียวมะนาวให้มีความสดใส ซาบซ่า และสีเขียวแอปเปิ้ลมิ้นท์ ซึ่งเป็นตัวแทนของสีพาสเทล ที่ให้ความอ่อนโยน และเป็นตัวแทนของการมองโลกในแง่ดี

นอกจากนี้สีเขียวมะนาว ยังเคยเป็นสีที่ถูกใช้ในงานศิลปะกราฟิตี้ยุค 90 เป็นสีที่สร้างความสดใส และขบถภายใต้ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต ที่ทั่วโลกวันนี้กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง นี่จึงทำให้สีเขียวมะนาว ถูกนำกลับมาใช้ในฐานะสีที่ทำให้ผู้คนเปิดใจ และกระตุ้นให้รู้สึกมีชีวิตชีวา

Color Trends 2023-Lime Green
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

 

4. Deep Lake: สีเขียวอมฟ้า

หลายปีที่ผ่านมา สีเขียวถูกใช้เป็นหนึ่งในสีสำหรับขับเคลื่อนความเปลียนแปลงทางสังคม เริ่มจากด้านสิ่งแวดล้อม ขยายมายังสัญลักษณ์แสดงออกถึงสิทธิมนุษยชน สิทธิในการอยู่ร่วมกันระหว่าง Generation รวมถึงการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ

ปี 2023 สีเขียวเฉด Deep Lake หรือสีเขียวอมฟ้า ซึ่งผสานเฉดสีน้ำตาล ตัวแทนของสีเอิร์ธโทนเข้าไป ทำให้สีโทนนี้เข้ากับคนทุกเพศ และใช้งานได้ในทุกกิจกรรม สื่อสารถึงพลัง ความแข็งแกร่ง และการไม่ยอมแพ้ จึงมักถูกนำไปใช้ในการออกแบบเสื้อผ้านักกีฬา

สำนักเทรนด์ WGSN ยกให้สีเขียวเฉดนี้เป็นพลังจากธรรมชาติ และน้ำทะเลที่อยู่ระหว่างสีน้ำเงินกับสีเขียว และยังเป็นเม็ดสีที่เกิดขึ้นจากการกัดกร่อนของโลหะทองแดง จึงตั้งชื่อเฉดสีนี้ว่า Verdigris ซึ่งหมายถึงสนิมสีเขียว ที่สามารถเปล่งประกายแม้จะถูกออกซิเดชันตามกาลเวลาก็ตาม สอดคล้องกับแนวคิดของ Activist ที่ตีความถึงผู้นำเยาวชนที่ไม่ยอมแพ้ เพื่อความก้าวหน้าของสังคม

ขณะที่ บริษัท Italian Bank บอกว่า สีเขียวเฉด Deep Lake จัดเป็นสีเขียวประเภท Monochromatic ที่ให้ความรู้สึกปลอบประโลม แสดงถึงความหวัง การฟื้นฟู และการเปิดใจ จึงเหมาะที่จะนำไปใช้เพื่อออกแบบพื้นที่ของบ้าน สำนักงาน และเฟอร์นิเจอร์ โดยนำแนวคิดไบโอฟิเลีย (Biophillia) ที่เน้นเรื่องธรรมชาติบำบัดมาปรับใช้ เพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา ทั้งยังดูมีความลึกลับ และหรูหราได้ในเฉดเดียว

Color Trends 2023-Depp Lake
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

 

5. Scarlet Sage: สีแดงก่ำ

สีแดงก่ำเฉด Scarlet Sage พัฒนามาจากกลุ่มสี Artisanal Red ในปี 2022 โดยคาดว่าเฉด Scarlet Sage จะเป็นเฉดสีหลักในฤดูร้อนปี 2023 ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ปรารถนาการกระตุ้นอารมณ์ด้วยสีสัน การเติมพลัง และความหลงใหล

นอกจากนี้กลุ่มสีแดงนี้ ยังเป็นสีที่ถูกใช้เชื่อมโยงกับมรดกทางความคิด และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ  และยังเป็นตัวกลางที่ใช้ในการสื่อสารทั้งการออกแบบภายนอก-ภายในอาคาร เพื่อสร้างแรงดึงดูด และโครงสร้างเฉพาะตัวไม่ต่างจากงานศิลปะ ซึ่งเฉดสีนี้คาดว่าจะได้รับความนิยมในภูมิภาคละตินอเมริกา

Color Trends 2023-Scarlet Sage
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

 

6. Phlox: สีม่วงเข้ม

สีม่วงมีบทบาทสำคัญในเทรนด์อย่างต่อเนื่องในช่วง 2 – 3 ปีมานี้ สำหรับ สีม่วงเฉด Phlox ถูกนิยามใหม่ด้วยแนวคิดดิจิทัล ข้อมูลจากสำนักเทรนด์ NellyRodi ระบุความเชื่อมโยงของกลุ่มสีม่วง Phlox กับโลก Metaverse หรือโลกเสมือนจริงที่ถูกสร้างขึ้นแบบเหนือจริงแบบ 100% ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางใหม่ของการปฏิสัมพันธ์ เครือข่ายทางการค้า และรูปแบบงานช่างฝีมือดิจิทัล ซึ่งปราศจากวัสดุจริง พร้อมแนวคิดในการเป็นเจ้าของ เช่น NFT Collection

Color Trends 2023-Phlox
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

 

7. Moonless Night: สีดำเทา

สีดำจัดอยู่ในกลุ่มสีคลาสสิกที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ และมักเป็นตัวแทนของความลึกลับ ความเย้ายวน ความหรูหรา และให้ความรู้สึกชัดเจน ตรงไปตรงมา

สีดำเฉด Moonless Night ในช่วงปี 2023 สื่อสารถึงพลังและความชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าท่ามกลางปัญหา โดยเฉดสีนี้มักถูกนำไปใช้ในแคมเปญเพื่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น แคมเปญเชิงสังคม แคมเปญด้านสิทธิความเท่าเทียม แคมเปญด้านสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในคำอธิบายจาก NellyRodi กล่าวว่า 86% ของผู้บริโภคให้ความเห็นว่าซีอีโอจำเป็นต้องสื่อสารอย่างชัดเจน ระดมกำลัง และดำเนินการในประเด็นพื้นฐานทางสังคม

สอดคล้องกับ 9 ใน 10 ของผู้บริโภค Gen Z เชื่อว่าบริษัทต่างๆ ต้องมีความรับผิดชอบในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และสังคม เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะยกระดับไปสู่แบรนด์ที่มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น มีพันธสัญญา และมีความชัดเจนในวิสัยทัศน์ด้านการดำเนินธุรกิจ

Color Trends 2023-Moonless Night
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand
Color Trends-2023
Photo Credit: เจาะเทรนด์โลก โดยนิตยสารคิด Creative Thailand

  • 69
  •  
  •  
  •  
  •  
WP
อยู่ในแวดวงนิตยสารธุรกิจการตลาดกว่าสิบปี สนุกและชอบติตตามเทรนด์ ไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ และอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตลาดและดิจิทัลร่วมกันนะคะ