103.58.148.118

Insight

Ξ Leave a comment

Top 10 ประเทศที่เหมาะกับการเติบโตของ “สตาร์ทอัพ” มากที่สุด

posted by  6,829 views

10. BULGALIA

Downtown_Sofia_Boby_Dimitrov_1

Startup Hub:  Sofia

Internet Coverage / Speed:  57.6% / -

Company registration fee (foreigners):  $200.0

VAT:  20.0%

Corporate income tax:  10.0%

โซเฟียเป็นเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางนัก แต่โซเฟียเป็นเมืองที่มี income tax rates ต่ำที่สุด (10%) บริษัทที่สตรองด้าน 3D Technology อย่าง VRay ก็มีจุดเริ่มต้นในเมืองโซเฟีย และบัลแกเรียยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเร็วอินเตอร์เน็ตสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ซึ่งกลายเป็น hub สำหรับสตาร์ทอัพและแหล่งการลงทุนในภาคพื้นยุโรปตะวันออก อย่าง Launchub ก็เป็นกองทุนใหญ่ที่คอยซัพพอร์ทสตาร์ทอัพในโซเฟีย

9.  EGYPT

3546908524_719f290d38_zPhoto: home-hunts.net

Startup Hub: Cairo / Alexandria

Internet Coverage / Speed: 44.1% / 2.8 Mbps

Company registration fee (foreigners): $200.0

VAT:  10.0%

Corporate income tax:  25.0%

 

8. UNITED KINGDOM

City of London

Photo: home-hunts.net

Startup Hub:  London

Internet Coverage / Speed: 87.0% / 15 Mbps

Company registration fee (foreigners): $220.0

VAT:  20.0%

Corporate income tax:  25.0%

ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2015  มีการทุบสถิติการลงทุนใน London’s digital sector ด้วยเงินจำนวน 459 ล้านปอนด์ของ Venture Capitalist Funds ซึ่งเพิ่มขึ้น 66% จากปี 2014  และดูเหมือนว่าตอนนี้ technology & innovation จะเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร 

 

7.  TUNISIA

Tunis-TunisiaPhoto: cloudfont.net

Startup Hub:  El ghazela / Tunis

Internet Coverage / Speed: 50.7% / 4.0 Mbps

Company registration fee (foreigners): $250.0

VAT:  18.0%

Corporate income tax:  30.0%

 

6.  AUSTRALIA

Sydney_skyline_at_dusk_-_Dec_2008Photo: wikipedia

Startup Hub:  Sydney / Melbourne / Bisbane

Internet Coverage / Speed: 82.3% / 6.0 Mbps

Company registration fee (foreigners): $457.0

VAT:  10.0%

Corporate income tax:  28.5%

 

5.  INDIA

Bangalore-HD-Wallpaper

Photo: epflalumni.ch

Startup Hub:  Bangalore

Internet Coverage / Speed: 25.0% / 1.0 Mbps

Company registration fee (foreigners): $400.0

VAT:  4.0%

Corporate income tax:  34.0%

ผู้จบการศึกษาด้านวิศวกรรมในอินเดียในแต่ละปีมีจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สตาร์ทอัพจำนวนมากใน Bangalore มีจุดแข็งด้าน engineering and tech development ซึ่งมีสตาร์ทอัพหน้าใหม่แจ้งเกิดมากมาย อีกทั้ง cost of living ยังถูกมากอีกด้วย 

 

4.  RUSSIA

moscow

Photo: indoamerican-news.com

Startup Hub:  Moscow

Internet Coverage / Speed: 62.0% / 8.6 Mbps

Company registration fee (foreigners): $350.0

VAT:  18.0%

Corporate income tax:  13.0%

 

3.  POLAND

GP_Krakow

Photo: magic.wizards.com

Startup Hub:   Warzar / Krakow / Poznan

Internet Coverage / Speed: 65.0% / 16.0 Mbps

Company registration fee (foreigners): $280.0

VAT:  23.0%

Corporate income tax:  19.0%

เมื่อเทียบกับประเทศในระแวกใกล้เคียงโปแลนด์สตรองกว่าด้วยตลาดภายในที่มีขนาดใหญ่ บริษัทที่ประสบความสำเร็จมากมายมีจุดเริ่มต้นในวอร์ซอ อย่างเช่น Allegro, Wirtualna Polska, Onet, LiveChat (IPO), Nasza klasa หรือแม้แต่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกอย่าง Google ก็มีแผนจะเปิด campus ที่วอร์ซอเร็วๆนี้

 

2.  MALAYSIA

kuala-lumpur-mandarian-hotel

Photo: mygoldenholidays.com

Startup Hub:   Cyberjaya / Kuala Lumpur

Internet Coverage / Speed: 67.0% / 5.0 Mbps

Company registration fee (foreigners): $350.0

VAT:  6.0%

Corporate income tax:  23.0%

มาเลเซียมี cost of living ถูกมากหากเทียบกับสิงคโปร์ แม้ใน SEA สิงคโปร์จะเป็นเมืองธุรกิจการค้าที่มีความสะดวกรอบด้าน แต่ส่วนใหญ่สตาร์ทอัพจะเริ่มธุรกิจในมาเลยเซียหรือไม่ก็ไทย  มาเลเซียเป็นทเมืองที่โดนใจเหล่าสตาร์ทอัพเพราะมี test market ที่ดี และประชากรในประเทศมีความหลากหลายบวกกับตลาดมีศักยภาพ 

 

1.  CHINA

beijing-skylinePhoto: businessinsider.com

Startup Hub:   Beijing / Shenzhen

Internet Coverage / Speed: 46.0% / 3.2 Mbps

Company registration fee (foreigners): $1.0

VAT:  17.0%

Corporate income tax:  25.0%

ในอดีตจีนไม่ได้มีนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการ แต่ด้วยเศรษฐกิจที่โตอย่างต่อเนื่องบวกกับการขยายตัวของชนชั้นกลาง จึงเริ่มมีผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือสตาร์ทอัพเกิดขึ้น และ คำว่า “Made in China” ไม่ได้หมายถึงราคาถูกและคุณภาพต่ำอีกต่อไป ซึ่งเมื่อต้นปีรัฐบาลจีนได้ใช้งบกว่า 6.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ จัดตั้งกองทุนสำหรับสตาร์ทอัพ และมีนโยบายทางการเงินที่ซัพพอร์ตและให้คำปรึกษากับสตาร์ทอัพหน้าใหม่ รวมถึงจัดประกวดแผนธุรกิจ Seedstars เพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัพ  รวมถึงมีนโยบายลดภาษีประจำปีให้สูงสุดถึง RMB9,600 (US$1,500) สำหรับสตาร์ทอัพที่เพิ่งจบการศึกษา หรือเป็นคนว่างงานมาก่อนหน้านี้

Source: Forbes

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

User Name: mellow yellow

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


six + 5 =

Recent Posts

Facebook

PR News