
ในยุคที่ผู้คนหันมาเติมเต็มความสุขในชีวิตด้วยการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะน้องหมาและน้องแมว สัตว์เลี้ยงจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเพื่อนคลายเหงา แต่เจ้าของ หรือผู้เลี้ยงประคบประงม ดูแลเอาใจใส่เต็มที่ และเปย์สุดตัว! จนเกิดคำว่า “Petriarchy” หรือที่รู้จักกันว่า “ทาสหมา – ทาสแมว” ซึ่งแนวโน้มนี้ได้ผลักดันให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเติบโตเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เมื่อเจาะเข้ามา หนึ่งในนั้นคือ “Cat Economy” หรือ “เศรษฐกิจแมว” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและน่าจับตา
เจาะลึก “Cat Economy” เมื่อประชากรแมวโตมากกว่าประชากรสุนัข
ในตลาดสัตว์เลี้ยง แน่นอนว่าสัตว์เลี้ยงยอดนิยม ยังคงเป็น “น้องหมา” และ “น้องแมว” ข้อมูลจาก มาร์ส เพ็ทแคร์ ประมาณการณ์จำนวนประชากรสุนัขที่มีเจ้าของในประเทศไทย อยู่ที่กว่า 20 ล้านตัว ในขณะที่จำนวนประชากรแมวที่มีเจ้าของอยู่ที่กว่า 7 – 8 ล้านตัว
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าอัตราการเติบโตของจำนวนแมวที่มีเจ้าของ โตมากกว่าน้องหมา ดังข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) รายงานว่าในช่วงปี 2564-2567 จำนวนแมวที่เลี้ยง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 28% ต่อปี เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของสุนัขเลี้ยง ซึ่งอยู่ที่ 19% ต่อปี
ในอนาคตจึงคาดว่าสัดส่วนยอดขายอาหารแมวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับความนิยมเลี้ยงแมวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เหตุผลหลักที่ความนิยมในการเลี้ยงแมวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
- ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดเล็ก หรือพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม, อพาร์ตเมนต์
- ไม่ส่งเสียงดัง ลดปัญหาการรบกวนเพื่อนบ้าน
- ดูแลง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง และคนรุ่นใหม่ที่มีเวลาจำกัด
ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ขับเคลื่อนให้ “Cat Economy” เติบโตอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาล ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์อาหารแมว ที่เน้นคุณค่าทางโภชนการมากขึ้น, ธุรกิจบริการอย่างคาเฟ่ และโรงแรมแมว ไปจนถึงกลุ่มอุปกรณ์ และของเล่นสำหรับน้องแมว

สำรวจอินไซต์ “ทาสแมว” ชาวไทย นิยมเลี้ยงแมวไทยมากสุด – ยอมเปย์ไม่อั้น!
ผลสำรวจ Mars Global Pet Parents Survey ในประเทศไทย (กันยายน 2567) พบว่า มากกว่า 30% ของผู้เลี้ยงสัตว์มองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต โดยเฉพาะเจ้าของสัตว์เลี้ยงรุ่นใหม่ (Gen Z และ Millennials)
สายพันธุ์แมวยอดนิยมในไทย และชื่อที่คนไทยชอบเรียกน้องแมว ได้แก่
- แมวไทย เช่น สายพันธุ์วิเชียรมาศ: 30%
- แมวสายพันธุ์เปอร์เซีย: 28%
- แมวสายพันธุ์อื่นๆ กว่า 10%
- ขณะที่ชื่อแมวยอดฮิตที่คนไทยนิยมเรียก คือ ขาว, ส้ม, อ้วน, ดำ และ ถุงทอง
นอกจากนี้ยังพบ 5 เหตุผลของการเลี้ยงแมว ช่วยสร้างความสุขและด้านสุขภาพจิต
- ความสนุกและพฤติกรรมของแมวทำให้ผู้เลี้ยงเพลิดเพลินและมีความสุข: 46%
- ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล: 41%
- ทำให้บ้านรู้สึกอบอุ่นเหมือน “บ้าน”: 40%
- เจ้าของชื่นชมความรักที่ไม่มีเงื่อนไขที่แมวมอบให้: 37%
- ช่วยให้ลืมปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน: 36%

ขณะเดียวกันผลสำรวจล่าสุดของ WHISKAS® Purr Study เกี่ยวกับพฤติกรรมและความผูกพันของผู้เลี้ยงแมวในประเทศไทย โดยสำรวจกลุ่มผู้เลี้ยงแมวในประเทศไทยกว่า 2,000 คน เมื่อเดือนมีนาคม 2569 พบว่า
- 71% ของเจ้าของแมวมองว่าแมวเป็น “สมาชิกอันเป็นที่รักของครอบครัว” แสดงถึงความผูกพันทางอารมณ์และมีแนวโน้มการให้ความสำคัญเหมือนมนุษย์ (Pet Humanization)
- 54% มองว่าแมวช่วยลดความเครียด และช่วยเยียวยาจิตใจ (สอดคล้องกับผลสำรวจ Mars Global Pet Parents Survey, Thailand ข้างต้น)
- 52% มองว่าแมวช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิต
อย่างไรก็ตามแม้จะมีความผูกพันและดูแลแมวเหมือนลูก แต่เจ้าของแมว หรือผู้เลี้ยงแมวจำนวนมากยังมีความกังวลในการเลี้ยงดูน้องแมว โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและการดูแลสุขภาพของแมวในระยะยาว ผลสำรวจพบว่า
- 60% ของผู้เลี้ยงแมวชาวไทยค้นหาคำแนะนำด้านโภชนาการผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก
- 39% รู้สึกสับสนจากกับข้อมูลที่ขัดแย้งกันจากหลายแหล่ง
- 36% ระบุว่ากังวลเกี่ยวกับสุขภาพของแมว
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดู ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ได้ประมาณการณ์ค่าเลี้ยงดูเฉลี่ยของการเลี้ยงแบบสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นน้องหมา หรือน้องแมว อยู่ที่ราว 50,500 บาทต่อตัวต่อปี เพิ่มขึ้นกว่า 22.9% จากปีก่อนที่อยู่ราว 41,100 บาทต่อตัวต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงดูแบบปล่อยอิสระแบบดั้งเดิมที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 7,910 บาทต่อตัวต่อปีถึง 6 เท่าตัว

โอกาสทอง “อาหารแมว” – “วิสกัส” เดินเกมรุกสร้างความรู้โภชนาการอาหารแมว
แน่นอนว่าการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง ย่อมผลักดันให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโตตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย ปี 2568 อยู่ที่กว่า 46,000 ล้านบาท โต 12% (YoY) หนึ่งใน Category หลักอย่าง “อาหารแมว” ขยายตัวรับแนวโน้มเศรษฐกิจแมว
เพื่อตอบรับแนวโน้ม Cat Economy และการแข่งขันในตลาดนี้ที่มีหลากหลายแบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์หมัดเด็ด มาชนะใจเหล่าพ่อแม่แมว ล่าสุด “วิสกัส” (WHISKAS®) แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารแมวในเครือมาร์ส เพ็ทแคร์ เลือกใช้กลยุทธ์ “การตลาดเชิงให้ความรู้” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ โภชนาการอาหารแมวที่ครบถ้วนและสมดุล
เมื่อมองลึกลงไปถึงกลยุทธ์นี้ เป็นการตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์อาหารแมว และ Brand Reputation ในฐานะเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารแมวระดับโลกที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 60 ปี

ดร. ซูซาน หว่าน ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ และผู้อำนวยการกลุ่มประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย มาร์ส เพ็ทแคร์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาด “วิสกัส” ในปีนี้ มุ่ง Educate ตลาดและสร้างความตระหนักรู้ด้านโภชนาการอาหารแมวให้กับคุณพ่อคุณแม่แมว เนื่องจากมองว่าการเติบโตของตลาดอาหารแมว ไม่ได้มาจากจำนวนผู้เลี้ยงน้องแมวที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากการที่ผู้เลี้ยงมีความรู้-ความเข้าใจด้านโภชนาการอาหารแมวมากขึ้นด้วยเช่นกัน
เนื่องจาก วิสกัส พบอินไซต์ของผู้เลี้ยงที่เชื่อว่าการปรุงอาหารเองให้กับน้องแมว เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว “มนุษย์” และ “แมว” มีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน ซึ่งอาหารที่คนปรุงให้น้องแมว อาจไม่ตอบโจทย์ตามหลักโภชนาการที่แมวควรได้รับอย่างเหมาะสม ดังนั้นโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับแมว ควรเป็นอาหารแมวที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นสำหรับแมวโดยเฉพาะ
“เราเห็นแนวโน้มเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นของสัตว์เลี้ยงจากทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะแมว ถูกมองว่าเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัวมากยิ่งขึ้น เมื่อความผูกพันนี้แน่นแฟ้นขึ้น ผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมากก็ยิ่งมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลแมวของตน อย่างไรก็ตามปริมาณข้อมูลจำนวนมากบนโลกออนไลน์อาจ ทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์แยกแยะได้ยากว่าแหล่งข้อมูลใดเชื่อถือได้
ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจ Pet Care ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงกว่า 455 ล้านตัวทั่วโลก พร้อมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เชิงลึก ทั้งด้านโภชนาการสำหรับสุนัขและแมว ‘มาร์ส’ มีบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าการพัฒนา การผลิต และการจำหน่ายสินค้า เรามองว่าบทบาทของเรา คือ การช่วยยกระดับความตระหนักรู้ของผู้เลี้ยงสัตว์เกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง”

เปิดตัวแคมเปญประติมากรรม “Lucky Cat” ในไทยประเทศแรกของโลก – สร้าง Engagement กับคนรุ่นใหม่
หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของกลยุทธ์สร้างความรู้-ความเข้าใจในโภชนาการแมว วิสกัสได้เปิดตัวแคมเปญประติมากรรม “Lucky Cat” สูง 10 เมตร ที่สยามสแควร์ ใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “แมวที่มีสุขภาพดี คือแมวที่โชคดี” พร้อมทั้งมีนักแสดงดูโอ้ขวัญใจมหาชนและเป็นทาสแมวตัวจริงอย่าง “มิกซ์ สหภาพ” และ “เอิร์ท พิรพัฒน์” มาร่วมสร้างสีสัน โดยจะเปิดให้เข้าชมเป็นเวลา 2 วัน (3-4 เมษายนนี้)
แคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารข้อความที่เรียบง่ายว่า โชคที่แท้จริงของแมว มาจากสุขภาพและความสุขที่เกิดจากโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการทางชีวภาพของแมว
ขณะเดียวกันยังเป็นแคมเปญที่ใช้สร้าง Brand Engagement กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบัน Gen Z และ Millennials หันมาเลี้ยงน้องแมวกันมากขึ้น

ดร. ซูซาน หว่าน ขยายความเพิ่มเติมว่า แคมเปญนี้ได้เลือกไทยเป็นประเทศแรกของโลกในการเปิดตัว เนื่องจากไทยเป็นตลาดสำคัญ อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงใหญ่ของมาร์ส เพ็ทแคร์ โดยปัจจุบันมีโรงงาน 2 แห่งในไทยที่ผลิตและส่งออกไปยังกว่า 40 ตลาดทั่วโลก ได้แก่ โรงงานที่ปากช่อง และโรงงานที่ชลบุรี ซึ่งที่ชลบุรี ยังเป็น APAC Pet Center ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เลี้ยงครบวงจร
“การเปิดตัวแคมเปญประติมากรรม WHISKAS® Lucky Cat แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการช่วยให้ผู้เลี้ยงแมวเข้าใจด้านโภชนการของแมว เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจควบคู่ไปกับการเน้นย้ำถึงความสำคัญ และคุณประโยชน์ของโภชนาการที่เชื่อถือได้บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ดังนั้นแมววิสกัสจึงเป็นแมวที่โชคดีเพราะได้รับโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุล 100% ซึ่งช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุข และอาจมีชีวิตที่โชคดีมากขึ้น”

การเติบโตของ Cat Economy ไม่ใช่เป็นเพียงกระแสชั่วคราว หากแต่เป็นเทรนด์ระยะยาวที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย สะท้อนผ่านการให้ความสำคัญต่อสัตว์เลี้ยงที่เป็นเหมือนลูก หรือสมาชิกของครอบครัว ดังนั้นแบรนด์ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง จึงไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสทางธุรกิจอันมหาศาลนี้
เช่นเดียวกับ “วิสกัส” ในฐานะแบรนด์รุ่นพี่ที่อยู่ในตลาดมายาวนาน เดินเกมรุกผ่านกลยุทธ์สร้างความรู้ด้านโภชนาการของแมว และเป็นการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันเป็น Pet Parents มากขึ้น







