กรณีศึกษา The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ที่โตไปพร้อมเมืองและพฤติกรรมผู้บริโภคบนพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

 

หลายครอบครัวน่าจะเคยเป็นเมื่อถึงวันหยุด มักจะมีคำถามลอยมาว่า “วันนี้ไปไหนดี” คำถามง่ายๆ ที่หาคำตอบได้ยากยิ่งกว่า เพราะสมาชิกในครอบครัวมีความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งการไปเที่ยวต่างจังหวัดรับพลังธรรมชาติ ไปดูหนัง ช้อปปิ้ง ออกกำลังกาย แต่สุดท้ายก็เลือกไปเดินศูนย์การค้า เพราะแทบจะสามารถตอบทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว และจะยิ่งดีมากถ้าศูนย์การค้าที่ไปไม่ต้องฝ่าดงรถติด

 

The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ครบจบที่ด้วยแบรนด์ดังระดับเมือง

 

หนึ่งในกรณีศึกษาของการนำธุรกิจเข้าสู่พื้นที่ศักยภาพและสร้างความผูกพันให้กับผู้คนในพื้นที่ คงต้องยกให้ “The Mall งามวงศ์วาน” ที่เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2534 และรีโนเวทสู่การเป็น “The Mall Lifestore งามวงศ์วาน” ในปี 2563 ศูนย์การค้าที่อยู่คู่กับคนในพื้นที่มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ทำให้วันนี้กลายเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทั้งดูหนังฟังเพลง จุดนัดพบ สร้าง Community เสริมด้วยคลินิกความงาม การออกกำลังกาย รวมถึงผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง

    • ฐานผู้บริโภคมีขนาดใหญ่พอสำหรับการเปิดสาขา เมื่อเจาะข้อมูลจะพบว่า พื้นที่พื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี เป็นพื้นที่อาศัยของผู้บริโภคกลุ่มเดียวกับที่เข้าไปทำงานใจกลางกรุงเทพฯ การขยายจะช่วยให้ผู้บริโภคกลุ่มเดียวกันนี้ได้รับประสบการณ์ต่อเนื่องกัน
    • พฤติกรรม Hyperlocal Lifestyle ที่ผู้คนเบื่อการเดินทางเข้าใจกลางกรุงเทพฯ ทั้งเสียเวลา เสียความรู้สึก ผู้บริโภคจึงเริ่มมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตใกล้บ้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยง ยิ่งหากในพื้นที่ใกล้บ้านที่มีร้านและบริการที่ไม่แตกต่างจากพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ จะช่วยให้ใช้ชีวิตในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
    • ยังต้องการ Human Touch แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ผู้คนยังต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะกับผู้คนด้วยกัน โดยผลสำรวจของ PwC Thailand ระบุว่า 99% ของผู้บริโภคชาวไทยยังใช้บริการร้านค้าดั้งเดิมอยู่ ขณะที่ 54% ใช้บริการรีเทลรูปแบบใหม่ เช่น แพลตฟอร์มสั่งออนไลน์และบริการส่งอาหารแบบสมาชิก

 

 

เพื่อให้เห็นภาพการวางกลยุทธ์ “Tenant Mix” ที่รวบรวมร้านค้าที่เปิดให้บริการในเมืองมาตอบสนองผู้บริโภค เพื่อให้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่ากับศูนย์การค้า ตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ร้านอาหารอย่าง KATEI SHUBU, CHAGEE, MOMO Paradise, KUMOLAB, SUSHIRO หรือแบรนด์แฟชั่นอย่าง ELLE, GENTLE WOMAN, la coq sportif, H&M, UNIQLO, PANDORA รวมไปถึงแบรนด์กีฬาและไลฟ์สไตล์อย่าง adidas, PUMA, DECATHLON, SKECHERS, MINI SO, Moshi Moshi, MUJI, Konvy, HARNN, The KLINIQUE เป็นต้น

 

ความสะดวกที่ช่วยเพิ่มความผูกพัน

 

นอกจากการเป็นศูนย์การค้าในพื้นที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน แต่ยังมีการพัฒนาศูนย์การค้าให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและเทคโนโลยี ทำให้กลายเป็นศูนย์การค้าที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน และยังช่วยสร้างความผูกพัน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการมีแบรนด์ใหญ่หรือร้านอาหารเชนใหญ่อยู่ในศูนย์การค้า ช่วยให้ใช้ชีวิตได้เหมือนการไปศูนย์การค้าใจกลางเมือง

ตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าที่สอดรับพฤติกรรมผูบริโภคยุคใหม่ ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบจากความเข้าใจวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่าง Auto Parking ที่สามารถรองรับได้กว่า 600 คัน, Valet Parking, Pet Parking, รถตู้รับ-ส่งฟรีจาก MRT สถานีกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงบริการพิเศษที่ยกระดับมาตรฐานการให้บริการทั้ง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับรถยนต์, บริการนำรถเข็นสินค้าจาก Gourmet Market ไปที่รถและบริการให้ความช่วยเหลือลูกค้าสูงวัย, สตรีมีครรภ์ หรือผู้ด้อยโอกาส

ในส่วนของร้านค้า การเปิดให้บริการในพื้นที่ The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ยังช่วยเป็นโอกาสที่ช่วยสร้างรายได้ให้ร้านค้า อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่า พื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรีมีกำลังซื้อสูง ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่อยากเดินทางไกล ที่สำคัญ The Mall Lifestore งามวงศ์วาน อยู่กับพื้นที่นี้มายาวนานทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความผูกพันของผู้คนในพื้นที่ นั่นหมายถึงโอกาสที่แบรนด์จะสามารถเข้าถึงผูคนที่มีกำลังซื้อสูงในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องยาก

 

แคมเปญ “ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” ดึงคนกลับมา

 

นอกจากการมีแบรนด์ดังร้านค้าและบริการกว่า 400 ร้านค้า ที่หลากหลายและครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภค แต่นั่นอาจยังไม่เพียงพอ The Mall Lifestore งามวงศ์วาน พร้อมเล่นใหญ่ด้วยแคมเปญ “ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” ที่เน้นความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคมองหา พร้อมจัดต่อเนื่อง 111 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 รวมสิทธิประโยชน์กว่า 37 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

    • Lucky Draw ลุ้นรับรางวัลใหญ่ 10,000,000 M Point เมื่อช้อปทุก 1,000 บาท มีสิทธิ์ร่วมลุ้นรับรางวัลใหญ่ในรูปแบบ M Point
    • Premium Collection สุด Exclusive ประจำทุกเดือน เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้บริโภคกลับมาใช้บริการต่อเนื่อง
    • คูปองส่วนลดสูงสุด 1,100 บาท โดยผู้บริโภคสามารถรับคูปองส่วนลดสำหรับใช้จ่ายในเดือนถัดไป
    • สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก M Card โดยได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตลอดระยะเวลาแคมเปญ 111 วัน

แคมเปญ “ยิ้มใหญ่ งามวงศ์วาน” ช่วยตอกย้ำยุทธศาสตร์ One Complete Lifestyle Destination ในการสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภครู้สึกได้จริง และสร้างความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคมองหา เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความผูกพันของ The Mall Lifestore งามวงศ์วาน กับผู้คนในพื้นที่ได้อย่างสนิทแนบแน่น

 

คืนเวลาผู้บริโภคผ่านความสะดวกสบาย

 

แม้ว่าในปัจจุบันผู้บริโภคจะมองหาความคุ้มค่า แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคต้องการไม่แตกต่างจากความคุ้มค่า คือ ความสะดวกสบาย นั่นทำให้ The Mall Lifestore งามวงศ์วาน ที่อยู่บนจุดศูนย์กลางของพื้นที่ เดินทางได้สะดวก พร้อมด้วยร้านค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ช่วยให้เห็นภาพ Convenience Economy มากขึ้น

แน่นอนว่า เมื่อผู้บริโภครู้สึกมีความสุขในการเดินทางมาและช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ก็จะใช้เวลาในศูนย์การค้ามากขึ้นเพื่อรับประสบการณ์ที่หลากหลาย และหมายถึงโอกาสที่จทำให้เกิดการช้อปปิ้งมากขึ้น นำไปสู่การกลับมาใช้บริการได้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้ยิ่งช่วยตอกย้ำ พื้นที่ CBD ในโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ล้อมรอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานอย่าง โรงเรียน โรงพยาบาล เส้นทางรถไฟฟ้า ถนนหลัก และแหล่งช้อปปิ้ง ซึ่งศักยภาพของพื้นที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่ที่ศูนย์การค้าเท่านั้น เพราะรวมไปถึงร้านอาหารสตรีทฟู้ด แหล่งท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ ในพื้นที่

 

เมื่อความเป็นเมืองขยายตัวเพิ่มขึ้น

กรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงถูกปรับให้เป็นพื้นที่ CBD (Central Business District) ศูนย์กลางของธุรกิจการค้าและศูนย์กลางการช้อปปิ้ง นั่นทำให้พื้นที่พักอาศัยถูกขยายออกไปสู่พื้นที่รอบรนอกกรุงเทพฯ โดยที่จังหวัดนนทบุรี คือหนึ่งในพื้นที่ที่ความเป็นเมืองขยายตัวออกไปอย่างชัดเจน

ส่งผลให้นนทบุรีมีความเป็นเมืองแทบไม่แตกต่างจากกรุงเทพฯ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติจังหวัดนนทบุรี ระบุว่า ช่วงสิ้นเดือนธันวาคม 2567 จังหวัดนนทบุรีมีประชากรตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 1,317,919 คน แยกเป็นชาย 609,722 คน และหญิง 708,197 คน ขณะที่ข้อมูลประชากรแฝงปี 2568 ของสำนักงานสถิติจังหวัดนนทบุรีระบุมีจำนวนถึง 677,103 คน

สิ่งที่น่าสนใจคือกำลังซื้อจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นต่างหาก โดยข้อมูลของสำนักงานสถิติจังหวัดนนทบุรีรายงานว่า ปี 2566 ครัวเรือนนนทบุรีมีรายได้เฉลี่ย 36,767 บาทต่อเดือน โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 31,331 บาทต่อเดือน

 

 

สุดท้าย พื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี จะกลายเป็นหนึ่งพื้นที่สำคัญที่ความเป็นเมืองขยายตัวเข้าไปถึง ทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นสะท้อนกำลังซื้อที่สูงขึ้นตามมา จะส่งผลให้ธุรกิจรีเทลต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการเติบโตของพื้นที่และความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น การสร้างประสบการณ์ที่ให้ทั้งความคุ้มค่าและความสะดวกสบาย คือหัวใจสำคัญของการการแข่งขันในพื้นที่นี้ แลที่สำคัญการสร้างความผูกพันกับผู้คนในพื้นที่จะกลายเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้ The Mall Lifestore งามวงศ์วาน กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของพื้นที่


  •  
  •  
  •  
  •  
  •