103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

ทำไมเราต้องคิดเผื่อคนที่ใช้อุปกรณ์เสปคต่ำหรือใช้อินเทอร์เนตขั้นต่ำ

posted by  117 views

นักการตลาดในตอนนี้คงไม่มีใครแล้วที่จะไม่ได้ทำ Digital Production ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Website หรือ Application ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะ Native app, Facebook app หรือ Web app เองก็ตาม แต่การสร้าง Digital Asset เหล่านี้บางทีเราก็พัฒนาโดยไม่ได้คิดถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่างจนทำให้ Asset  ที่ทำมานั้นกลับไม่มีใครใช้เลย

การสร้าง Digital Asset ในยุคนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะด้วยความที่ digital นั้นเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทุกวัย ทำให้การสื่อสารผ่านช่องทาง digital นั้นกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และต้องเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา และแถมต้องสร้างประสบการณ์การใช้งานบนช่องทาง digital นี้ให้ดีที่สุดอีกด้วย ด้วยกระบวนการทำงานในปัจจุบันของแบรนด์ต่าง ๆ ทำให้นักการตลาดนั้นใช้ Agency ต่าง ๆ ที่ทำงานด้วยในการพัฒนา Digital Asset ต่าง ๆ ขึ้นมา แต่ปัญหาในหลาย ๆ ครั้งคือเมื่อ Agency ส่งมอบงานแล้ว นักการตลาดในแบรนด์เองกลับไม่ได้มีคนดูแล Digital Asset นั้นต่อ ยิ่งไปกว่านั้นคือกระบวนการคิดและผลิต Digital Asset เหล่านี้ขึ้นมาของ Agency หลาย ๆ ที่ ที่ทำให้กับนักการตลาดต้องปวดหัวคือ การการไม่ได้คิดถึงการออกแบบให้กับผู้บริโภคจริง ๆ แต่คิดเพื่อส่งมอบงานเท่านั้น และออกแบบมาทดสอบบนอุปกรณ์ที่ตัวเองใช้เท่านั้น ซึ่งไม่ได้คิดถึงและไม่ได้สนใจในหลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่ไม่ได้ใช้มือถือรุ่นล่าง ๆ หรือคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้แรง และสุดท้ายไม่ได้คิดถึงว่าถ้าไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เนตแล้วจะยังไง

Screen Shot 2560-06-16 at 10.54.01 AM

กรณีนี้มีตัวอย่างอันดีที่สามารถใช้เปรียบเทียบได้คือ Facebook เมื่อตอนที่ Facebook ออกแบบ Application ใหม่ ๆ นั้นก็ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ และทำการออกแบบ Application ตัวเองให้ใช้บน iPhone และ Android แต่ปรากฏว่าใน android เองนั้นกลับไม่ได้ทำงานได้ดีอย่างที่คิดหรือเหมือนใน iPhone ออกแบบมา สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการที่ Mark Zuckerberg เองได้เดินทางไปที่อินเดีย ตามที่ Steve Jobs ได้เคยแนะนำ และค้นพบว่ายังมีอีกหลาย ๆ คนที่อินเทอร์เนตนั้นเข้าไม่ถึง หรือไม่ได้มีมือถือที่มีความแรงหรือรุ่นใหม่ ๆ ใช้ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบริหารของ Facebook ได้ หรือเข้าได้ก็ไม่สามารถใช้ Facebook ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น Mark Zuckerberg จึงเห็นปัญหาของตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้คนที่ใช้อินเทอร์เนตความเร็วต่ำ หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เนตที่ไม่ได้มีความเร็วแรงเหล่านี้ใช้งานได้ จากโจทย์นี้ทำให้ที่สำนักงาน Facebook นั้นจะมีอยู่วันหนึ่งในอาทิตย์ในการทำงานที่อินเทอร์เนตในออฟฟิสจะมีความเร็วที่ต่ำมาก ๆ เพื่อให้พนักงานที่พัฒนา Facebook นั้นเข้าใจความรู้สึกของผู้ใช้ที่มีอินเทอร์เนตที่ช้าหรือมีอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีความเร็วแรง จนในที่สุดพนักงานสามารถออกแบบ Facebook Lite ออกมาได้

Screen Shot 2560-06-16 at 10.48.40 AM

อีกตัวอย่างที่เกิดขึ้นเป็นประจำในการทำงาน Agency คือการออกแบบเว็บไซต์ ที่นักการตลาดจ้าง Agency ทำคือการไม่ได้คิดถึงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งานว่าจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเจอเว็บไซต์ที่มีความช้า หรือแสดงผลผิดเพี้ยนไป ซึ่งในยุคนี้ที่ทุกคนแข่งกันที่ Digital และมีตัวเลือกมากมาย ทำให้เว็บไซต์ไหนที่ทำออกมาช้าหรือแสดงผลไม่ดีนั้นก็จะสร้างประสบการณ์ที่แย่ต่อผู้บริโภคจนไม่อยากใช้งานได้ จนหันไปหาอะไรที่ดีกว่าแทน ซึ่งในยุคนี้หลาย ๆ คนจึงแข่งกันที่ความเร็ว โดยเฉพาะการวัดผลความเร็วในการแสดงผลของเว็บไซต์ในมือถือเองก็ตามโดยมี Tools ของ Google เองออกมาให้วัดผล นอกจากการดีไซน์เว็บไซต์ให้รวดเร็วแล้ว กลุ่มธุรกิจยุคใหม่ในตอนนี้ยังต้องคิดเหมือนการทำ application คือการทำให้เว็บไซต์นั้นสามารถทำงานได้ในความเร็วอินเทอร์เนตที่ต่ำมาก จนถึงไม่มีอินเทอร์เนตเลย ซึ่งมีวิธีการพัฒนาการเขียนโปรแกรมใหม่ ๆ มารองรับตรงนี้เพื่อตอบสนองผู้บริโภคอีกหลายล้านคนที่เข้าถึงอินเทอร์เนตในบางที่ไม่ได้

thailands-telecom-market-information-q1-2015-33-638

สุดท้ายคือการใช้ Agency แล้วจะมีปัญหาคือการที่เมื่อส่งมอลงานแล้ว Digital Asset นั้นไม่ได้เกิดการอัพเดทตามระบบปฏิบัติการณ์ที่มีการอัพเดทเสมอ ๆ เช่น iOS หรือ Android ที่มีการอัพเดทระบบปฏิบัติการบ่อยมาก แต่เมื่อให้ Agency พัฒนามาส่งงาน ก็ส่งแล้วส่งเลย ไม่มีการ Maintenance Code ต่าง ๆ ให้ทำงานได้ตลอดเวลาหรือสนใจว่าเมื่อเครื่องผู้บริโภคอัพเดทเป้นระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลย คือ App Food Delivery หรือ โรงภาพยนต์ต่าง ๆ ในประเทศไทยที่ไม่เคยมีการอัพเดทเลย และใช้งานช้ามาก หรือบางทีใช้ไม่ได้เลยก็มี ซึ่งทำให้แทนที่จะได้ผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านมือถือ กลับต้องเสียไปเพราะผู้บริโภคไม่สามารถใช้งานได้เลย

ทั้งนี้นักการตลาดที่ดี ต้องเริ่มคิดถึงการออกแบบ Digital Asset ให้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ทุกแบบได้ดี นักการตลาดที่ดีควรหาซื้อมือถือที่ราคาต่ำที่สุดมาทดสอบการใช้งาน digital asset ตัวเองว่าสามารถใช้งานได้ดีไหม หรือทดสอบกับคอมพิวเตอร์ตัวเองเมื่อเข้าอินเทอร์เนตที่ช้า แล้วยังใช้งานได้ดีไหม เพราะการตลาดยุคนี้ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและสร้างประสบการณ์ที่ดีถึงจะเอาชนะคู่แข่งได้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


three + = 9

Recent Posts

Facebook