103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

Co-Branding การทำแคมเปญร่วมกันที่หวังผลเพื่อผู้บริโภคให้ดีที่สุด

posted by  8,521 views

หนึ่งในเทคนิคการทำ Communication Marketing ของแบรนด์ที่ไม่ถนัดอีกเรื่องหนึ่งแต่ต้องการไปโปรโมทในอีกด้านหนึ่งเช่น แบรนด์ที่ทำบ้านแต่อยากสื่อสารในเชิงเทคโนโลยี หรือแบรนด์ที่เป็นเครื่องดื่มกีฬาอยากสื่อสารในเรื่องการแข่งกีฬาอะไรบางอย่าง คือการเข้าไปรวมจับมือกับพันธมิตรหรือแบรนด์อื่นที่ไม่ใช่คู่แข่งขันในตลาดเดียวกัน หรือเป็นกึ่ง ๆ ในสภาพที่เรียกว่ากึ่งศัตรูกึ่งมิตรหรือ Frienemy อย่างหนึ่ง  ซึ่งในความจริงนั้นเวิร์คมาก ๆ เพราะได้การทำ Co-Branidng ร่วมกัน

AAEAAQAAAAAAAAYSAAAAJGNlOTM2NTRiLTBkYTAtNDlhOC1hYzdlLTFmOWZkNmNiYzJmNw

Co-Branding ระหว่าง Apple และ Hermes

การทำกิจกรรม Co-Campaign หรือ Co-Branding ร่วมกันระหว่าง 2 แบรนด์เป็นวิธีการหนึ่ที่น่าสนใจ เพื่อโปรโมทแบรนด์ทั้งคู่ที่มีเป้าหมายร่วมกันขึ้นมา ทำให้แบรนด์ที่ทำร่วมกันทั้งคู่นั้นสามารถสร้างการรับรู้ได้มากขึ้น ข้อดีของการทำ Co-Campaign นี้คือการสามารถขยายฐานการตลาดจากแบรนด์หนึ่งไปยังอีกแบรนด์หนึ่งได้ ทำให้ได้ประโยชน์ที่ทั้งคู่ได้ร่วมกัน เช่น Starbucks กับ Anna Sui ที่แบรนด์หนึ่งเป็นแบรนด์กาแฟ กับ แบรนด์แฟชั่นนั้นมาทำงานร่วมกันจนได้ชิ้นงานทางการตลาดที่คนนั้นต้องแห่กันไปซื้อ สร้างยอดขายและการรับรู้อย่างมากมายในการตลาด ในวงการออกแบบนั้นการทำ Co-Campaign หรือ Co-Branding เช่นนี้เรามักเห็นกันประจำ เช่นการที่แบรนด์เสื้อผ้า featuring ร่วมกับแบรนด์หนังหรือการ์ตูน อย่างเช่นล่าสุดการโปรโมทภาพยนตร์ Starwars ที่มีการร่วมสร้าง Co-Branding ระหว่างแบรนด์เสื้อผ้าและการโปรโมทภาพยนตร์ Starwars ไปพร้อม ๆ กัน หรือการที่แบรนด์แฟชั่นร่วมกับศิลปินชื่อดังในการสร้างสรรค์ชุด หรือการร่วมกับแบรนด์ชื่อดังเช่นกัน อย่างเช่น H&M กับ Balmain ที่สร้างความฮือฮาที่คนสนใจอย่างมากได้

Balmain-HM-2-Vogue-18May15-pr_b_426x639

ในกระบวนการทำแบรนด์ของต่างประเทศที่เป็นการทำงานร่วมกันแบบนี้จะเห็นได้ว่าคนได้ประโยชน์นั้นคือ Consumer ที่เข้าไปเป็นลูกค้าแบรนด์ ทำให้ลูกค้าแบรนด์นั้น ๆ ได้ของดีที่น่าสะสมหรือมีคุณค่าพิเศษขึ้นมาอย่างมากมายเช่นกัน ส่วนแบรนด์ทั้งคู่นั้นต่างก็ได้ประโยชน์อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นในการขยายตลาดไปยังนักสะสมเจ้าใหม่ ของแต่ละแบรนด์ทั้งคู่ ทำให้เกิดกระแสและรายได้มหาศาบเข้ามาสู่แบรนด์ทั้งคู่ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นแบรนด์ไปด้วยในตัว ซึ่งในความจริงแล้วการทำ  Co-Branding ของแบรนด์เหล่านี้จะมีข้อตกลงการใช้งานในแต่ละแบรนด์ขึ้นกับสัญญาระหว่างแบรนด์ที่เกิดขึ้น เช่นการทำระหว่างแบรนด์มือถือที่เข้าไปขอใช้ Logo แบรนด์รถแข่งเช่นนี้ อาจจะเป็นการขอจ่ายค่าลิขสิทธิ์การใช้งาน Logo ที่เกิดขึ้นและมีข้อกำหนดโลโก้ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร โดยสิทธิทางการตลาดทั้งหมดจะเป็นของผู้จ่ายลิขสิทธ์แต่เพียงผู้เดียว หรืออาจจะเป็นการที่ร่วมลงทุนทั้งคู่ทำให้มีสิทธิในการโปรโมทหรือความเท่าเทียมกันทางการตลาดทั้งคู่นั้นเอง

Starbucks-China-Anna-Sui-KV2-r-q100-m111111-800x600

ในประเทศไทยนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่เกิดการทำ Co-Marketing หรือ Co-Branding แบบนี้หลาย ๆ ครั้ง คือการที่นักการตลาดของแบรนด์หรือผู้บริหารของแบรนด์ไม่เข้าใจในการทำ Co-Branding  นั้น ๆ ทำให้เกิดการชิงดีชิงเด่นของแบรนด์ หรือไม่เข้าใจในการทำการตลาดหรือการทำ Communication ในยุคนี้ที่เป็น Consumer Centric ทำให้สนแต่ว่าแบรนด์ตัวเองจะได้อะไรอย่างมากแทน ยิ่งกว่านั้นบางแบรนด์ที่ Co-Campaign แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ที่ขอถูกใช้ชื่อทางการทำการตลาดกลับเรียกร้องชื่อเสียงหรือหวังให้กิจกรรมทางการตลาดที่ออกไปโดยแบรนด์ที่ออกงบประมาณในการทำนั้นเป็นของตัวเองซะอีก นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการวางโลโก้ ใครจะเด่นกว่าใตร หรือใครจะมาก่อนใคร โดยแต่ละแบรนด์ก็ต้องการให้ตัวเองเด่นกว่าคนอื่นทั้งนั้น ยิ่งร่วมมือหลาย ๆ แบรนด์ กลับกลายเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก การที่นักการตลาดหรือคนทำ Campaign ต้องมาเจออะไรเช่นนี้ ทำให้เกิดภาวะที่ต้องมาสู้ศึกภายในที่มีเป้าหมายเดียวกันแทน ทำให้กิจกรรมทางการตลาดที่จะเอาเวลาไปทำอะไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กลับต้องมานั่งแก้ไขปัญหาความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของแบรนด์หรือนักการตลาดที่หวังแต่ว่าตัวเองจะได้อะไร แต่ไม่ได้ร่วมมืออะไรในการทำงานเลย ซึ่งเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นได้เสมอสำหรับนักการตลาดที่ต้องเจอคนที่มีวิศัยทัศน์ที่ไม่ไกลพอที่จะเห็นผลในระยะยาวร่วมกัน

mcdonald-comparative-analysis-17-638

การทำ Co-Branding หรือเป็น Partner กันในการทำ Campaign นั้นเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ที่ต้องให้เกียรติกันและกัน ที่จะทำให้แคมเปญนั้นออกมาดีที่สุดสำหรับ 2 ฝ่ายและตกลงกันในความร่วมมือพื้นฐานที่แต่ละฝ่ายจะได้ไป โดยไม่เอาเปรียบอีกแบรนด์หรือคนที่ต้องลงแรงจนมากเกินไป ซึ่งก็เหมือนการหา Partner ทางธุรกิจที่จะทำงานร่วมกันที่ต้องหาคนที่ไม่เอาเปรียบ ไม่หวังผลประโยชน์หรือเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองมากเกินไปเช่นนั้น ซึ่งหากได้ Partnet ที่ดีในการทำงานหรือการทำการตลาดแล้ว Campaign ที่ออกมานั้นจะสามารถสร้างกระแสที่ดีและทำให้เกิดความต้องการอย่างสูงภายในสังคมได้เช่นกัน

cobranding-nike-versace-rim-porsche-nike-apple

ทั้งนี้การทำ Co-Branding หรือเป็น Partner ทางการตลาดนั้นเป็นวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจในการทำการตลาดเช่นกัน ซึ่งหากสามารถสร้าง Partner ที่ดีได้ ย่อมทำให้แบรนด์นั้นเติบโตอย่างยืนยาวต่อไปได้ เพราะมีกระแสของแบรนด์ทั้งคู่หล่อเลี้ยงความต้องการได้ตลอดไป

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


two + = 8

Recent Posts

Facebook