103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

เมื่อการบอกข้อมูลและการถามคือจุดเริ่มต้นของ Client Brief ที่ดี

posted by  5,684 views

การทำการสื่อสารทางการตลาดหรือการสร้างสรรค์ Campaign ต่าง ๆ นั้นมีระบบการทำงานที่เป็นดัง Silo หรือขั้นตอนแบบส่งต่องานกัน ในหลาย ๆ ครั้งนั้นการที่จะสามารถทำงานให้ลุล่วงได้คือการเข้าใจปัญหาของทางฝั่งลูกค้าจากแบรนด์ว่ากำลังมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรอยู่ในการทำงาน และเอเจนซี่นั้นจะสามารถช่วยอะไรได้จากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การวางแผนการใช้สื่อ และการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดขึ้นมา ทั้งนี้ลูกค้าแบรนด์เองกับเอเจนซี่นั้นต้องมองกันเป็นดัง Partner หรือคนร่วมงาน ไม่ใช่ผู้สั่งและผู้รับคำสั่งอย่างเดียว เพื่อที่จะทำงานนั้นออกมาให้ตรงโจทย์และได้ผลมากที่สุด

การที่จะสร้างสรรค์ชิ้นงานต่าง ๆ ออกมาได้ดีนั้นกระบวนการที่สำคัญมากที่สุดคือการเข้าใจปัญหาหรืออุปสรรคของตัวเองในฝั่งลูกค้าแบรนด์เอง และการตีโจทย์หรือเข้าใจโจทย์ที่ลูกค้าอธิบายมาโดยฝั่งเอเจนซี่เอง ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับรู้ว่าตัวเองนั้นอยู่ในขั้นไหนและตรงจุดไหนของตลาด โดยไม่หลอกตัวเองว่าการตลาดที่ผ่านมานั้นดี หรือที่ทำไปนั้นดีแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผลเองนั้นอาจจะไม่ใช่เลยก็ตาม นอกจากนี้การรับรู้ว่าคู่แข่งทำอะไรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรารู้ว่า ทำไมเราถึงพลาดหรือคู่แข่งทำได้ดีมากกว่าเราได้อย่างไร

em.mathews_23-03-2015_17-43-56-e1427132846780

อย่างที่เคยได้บอกกล่าวในครั้งก่อน ๆ ไปว่า งานที่ดีที่จะเกิดขึ้นได้นั้นกระบวนการ บรีฟ นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้งานนั้นได้ดี แต่ก่อนที่จะรับบรีฟนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องรับรู้ไว้สำหรับคนทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้าแบรนด์และเอเจนซี่นั้นคือการเข้าใจในแต่ละฝ่ายซึ่งกันและกันให้เป็นอย่างดี ซึ่งในส่วนของลูกค้าแบรนด์เองนั้นต้องเข้าใจว่าทำไมเอเจนซี่ต้องถามซ้ำหรือถามซอกแซก หรือถามเยอะในรายละเอียดของข้อมูลงานต่าง ๆ นั้น เป็นการที่เอเจนซี่เก็บข้อมูลต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจในการคิดตกผลึกต่าง ๆ ของงานออกมาเป็นกลยุทธ์และคอนเซปในการสื่อสาร หรือการทำโฆษณาและชิ้นงานต่าง ๆ ออกมา ในหลาย ๆ คำถามนั้นมักจะมีคำถามที่ยิงตรง ๆ เพื่อให้ได้คำตอบตรง ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องทำซ้ำในความผิดพลาดนั้น หรือทำสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของแบรนด์นั้นออกมา ในส่วนของเอเจนซี่กระบวนการสร้างคำถามนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะในหลาย ๆ ครั้งคนทำงาน หรือคนคิดงานเองไม่ได้ไปร่วมถามคำถามด้วย ทำให้คนที่ไปถามในข้อมูลฝั่งลูกค้าเองต้องเป็นคนที่ฉลาดในการตั้งคำถามและเก็บคำถามนั้นมาให้ที่สุด เพื่อที่จะมาส่งต่อให้ทีมงานได้คิดและได้ทำงานต่อไปให้แม่นยำที่สุด

Screen Shot 2559-02-06 at 11.01.16 AM

ในกระบวนการนี้เพื่อรับโจทย์จากลูกค้าแบรนด์มา และได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วทางคนที่ดูแลลูกค้านั้นจะเอาโจทย์มาคุยกับคนวางแผนให้ลูกค้านั้น เพื่อที่คนวางแผนจะทำการศึกษาแบรนด์ การตลาด กลุ่มเป้าหมาย และคู่แข่ง เพื่อที่จะเอาไปสร้างแผนการต่าง ๆ ในการบรีฟงานผู้คิดงานอย่าง Creative หรือฝั่ง Production ต่าง ๆ ต่อมา เพราะฉะนั้นด้วยขั้นตอนที่ส่งมอบแบบนี้ทำให้การทำงานในการรับโจทย์จากลูกค้าจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้คนทำงานในฝ่ายต่าง ๆ ต่อไปทำงานกันได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นไป และย่นระยะเวลาการทำงานต่าง ๆ ได้อย่างดี แถมทำชิ้นงานได้ตรงใจตามความต้องการอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อที่จะให้ทางคนวางกลยุทธ์ทำงานได้ถูก คนที่ดูแลลูกค้านั้นต้องเข้าใจว่าบางทีลูกค้าแบรนด์เองนั้นก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการคืออะไร และปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นของตัวเองนั้นคืออะไร ซึ่งเบื้องต้นนั้นคนที่ดูแลลูกค้าแบรนด์เอง สามารถทำการบ้านในการศึกษาธุรกิจลูกค้า การทำงานของลูกค้า สินค้าและกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเอง เพื่อที่จะเข้าใจว่าแบรนด์ลูกค้านั้นทำอะไร มีเป้าหมายอย่างไร และอยู่ตรงไหนของใจผู้บริโภค ซึ่งเมื่อเข้าใจตรงนี้แล้วการมาอธิบายให้คนวางแผนกลยุทธ์นั้นทำงานจะทำให้คนทำงานต่อนั้นทำงานได้ง่ายขึ้น เข้าใจมากขึ้นไปอีก และจะทำแผนได้ดีขึ้นอย่างมาก

ซึ่งในการวางแผนนี้จะทำให้เกิดบรีฟ ขั้นที่ 2 ขึ้นมาคือการได้ Creative Brief หรือบรีฟที่จะใช้ทำงานต่อไป โดยบรีฟอันนี้จะเกิดขึ้นด้วยการที่คนวางกลุยทธ์นั้นทำการศึกษาและวางแผนมาแล้วว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะสามารถแก้ด้วยกลยุทธ์อะไร และไปด้วยกลวิธีแบบไหน ซึ่งบรีฟนี้จะเป็นบรีฟที่ชี้ทางเดินและให้แรงบันดาลใจในคนคิดงานอย่าง Creative หรือ Production ต่าง ๆ ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ความสำคัญของคนวางแผนงานคือการฟันธงและคอยควบคุมทิศทางการทางของชิ้นงานนั้นออกมาว่าตรงอยู่ในโจทย์และกลยุทธ์ที่วางไว้หรือไม่ เพื่อที่จะไม่ให้งานนั้นหลุดกรอบออกไป

กระบวนการรับบรีฟที่ดีจากฝั่งคนดูแลลูกค้าเอง คือการเข้าใจในธุรกิจหรือการตลาดของลูกค้าเสียก่อน เพราะไม่มีใครเข้าใจลูกค้าว่าต้องการหรืออยากได้อะไรมากที่สุด เท่ากับคนที่คุยและอยู่กับลูกค้าโดยตรง ซึ่งเมื่อมาทำงานด้านใน คนที่จะสามารถแก้โจทย์หรือชี้ทางเดินต่อไปได้คือ คนวางแผนที่จะต้องเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้ามองไม่เห็น และเข้าใจมุมมองที่คนภายนอกมองเข้าไปว่า ว่าจะเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคได้อย่างไร ทั้งนี้เอเจนซี่และลูกค้าเองควรคุยกันโดยเปิดใจ และเข้าใจกัน พร้อมทั้งในส่วนคนรับบรีฟหรือให้บรีฟเองก็ควรจะฝึกฝนตัวเองเพื่อให้ตกผลึกในสิ่งที่จะพูดหรือถามคำถามได้ถูกต้องได้

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


four + 3 =

Recent Posts

Facebook