Tips & Tricks วิธีใช้ Google Trends สำรวจ Insight ผู้บริโภค ยกระดับกลยุทธ์การตลาดด้วยเครื่องมือทรงพลังใช้ง่ายแถมยังฟรี

  • 403
  •  
  •  
  •  
  •  

DANIEL CONSTANTE / Shutterstock.com

Google Trends เป็นเครื่องมือแบบฟรีของทาง Google ที่มีจุดประสงค์หลักสำคัญในการนำข้อมูลการค้นหาของผู้คนทั่วโลกที่อยู่หลังบ้านของ Google ออกมาจัดการเพื่อให้คนทั่วไปเข้าถึงได้และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในรูปแบบต่างๆโดยเฉพาะการนำมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคว่าในเวลานี้กำลังสนใจเรื่องอะไรอยู่บ้าง จากคีย์เวิร์ดต่างๆและยังสามารถกำหนดเงื่อนไขการแสดงผลเปรียบเทียบข้อมูลตาม location รวมถึงช่วงเวลารวมถึง platform ต่างๆได้ยกตัวอย่างภาพด้านล่างคือการค้นหา keyword “ทำสีผม” ในประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

จะเห็นได้ว่าการค้นหาจะพุ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน ที่เป็นช่วง “ปิดเทอม” พอดี ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลให้ แบรนด์ เอเจนซี่ หรือนักการตลาดสามารถนำไปใช้ประกอบในการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดตรงกับความต้องการได้เช่น การออกโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายควรทำในช่วงเวลาไหนเป็นต้น อย่างไรก็ตาม Google Trends ยังสามารถนำไปใช้สร้างกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพได้อีกหลายรูปแบบด้วยกัน

คาดการณ์ความต้องการของตลาด

ตัวอย่างน่าสนใจของการใช้ Google Trends วิธีหนึ่งก็คือการใช้สำรวจความต้องการของตลาด หรือคาดการณ์กำลังซื้อของผู้บริโภคได้ ยกตัวอย่างการการสำรวจตลาด “คอนโด” ในประเทศไทยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาพบว่า มีคนค้นหาคำว่า “เช่าคอนโด” มากที่สุดรองลงไปคือ “ขายคอนโด” และที่น้อยที่สุดคือ “ซื้อคอนโด” สิ่งเหล่านี้อาจสะท้อนความต้องการของตลาด โดยอาจแปลความหมายได้ว่าในช่วงเวลานี้คนมีความต้องการ “ซื้อ” คอนโดน้อยกว่าความต้องการ “เช่า” ซึ่งข้อมูลนี้ก็อาจสามารถนำไปทางกลยุทธ์ทางการตลาดต่อไปได้ ซึ่งก็สามารถลองเอาไปปรับใช้กับ Keyword อื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราดูได้

รู้จักลูกค้าด้วยการ Customer Insight

วิธีการนี้นับเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของ Google Trends ก็ว่าได้และการจะหา Customer Insight ได้เราก็ต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจ แบรนด์ของเรา หรือสินค้าและบริการของเราคืออะไรเพื่อนำมาใช้หาความสนใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าบริการของเรา และเมื่อเรานำชื่อแบรนด์ หรือ ชื่อสินค้าของเราไปค้นหาก็จะค้นพบ Customer Insight ที่น่าสนใจหลายอย่างด้วยกันตามฟังก์ชั่นต่างๆของ Google Trends เช่นการค้นหาตามพื้นที่หรือประเทศ ระบบนี้ Google Trends สามารถดู Insight ได้ไม่ว่าจะพื้นที่ไหนในโลกซึ่งหากจะค้นหาเฉพาะในประเทศไทยก็ให้กำหนดพื้นที่เฉพาะประเทศไทย นอกจากนี้ระบบยังแยกสัดส่วนการค้นหาตามจังหวัดมาได้ด้วยนั่นทำให้แบรนด์หรือนักการตลาดสามารถกำหนดกลยุทธ์เช่นการเพิ่มยอดขายในจังหวัดที่ยังมีผลการค้นหาไม่มากได้เป็นต้น

 Google Trend ยังมีระบบ ค้นหาตามช่วงเวลา ได้ตั้งแต่แบบเป็นปี เป็นเดือน เป็นวัน เป็นชั่วโมงขึ้นอยู่กับความต้องการเพื่อดูเทรนด์หรือฤดูกาลที่สินค้าเราเป็นที่ต้องการในแต่ละช่วงเวลาเพื่อนำไปกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดต่อไป  และอีกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจก็คือสามารถเลือกดูว่านิยมของ Keyword โดยแยก Platforms ได้โดย Google Trends จะสามารถแยกผลการค้นหาได้ระหว่าง Website, Youtube, ข่าว หรือ Google Shopping ได้ซึ่ง Insight นี้จะช่วยทำให้นักการตลาดสามารถพิจารณางบประมาณการตลาดในแต่ละแพลทฟอร์มได้เช่นกัน

เพิ่มประสิทธิภาพการทำ SEO

 ความสามารถโดยตรงของ Google Trends ก็คือการดึงข้อมูล Keyword การค้นหาของผู้ใช้งาน Google ในเชิงปริมาณได้ ดังนั้นก็จะทำให้เรารู้ว่า Keyword ไหนที่ผู้บริโภคใช้ในการค้นหามากที่สุดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ สินค้าและบริการของเรา และนำ Keyword นั้นมา Optimize SEO ในหน้าเว็บให้ตรง ยกตัวอย่างการเปรียบเทียบ keyword “ทำสีผม” และ “ย้อมผม” พบว่า “ย้อมผม” เป็นคีย์เวิร์ดที่คนใช้ค้นหาใน Google มากกว่า ดังนั้นจึงมีเหตุผลที่จะใช้คำว่า ย้อมผมทำ SEO ในเว็บไซต์รวมถึงในคอนเทนต์ของเรามากกว่า

 

นอกกจากนี้เลื่อนลงมาด้านล่างในส่วนของ “หัวข้อที่เกี่ยวข้อง” และ “คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง” จะพบกับคีย์เวิร์ดอื่นๆที่น่าสนใจที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงเวลาเดียวกัน ตรงนี้ก็เป็นอีกโอกาสที่จะทำให้สามารถพัฒนาคอนเทนต์เพิ่มเติมให้ตอบโจทย์กับคำค้นหาเหล่านี้ได้โดยเฉพาะอาจจะพบกับคำค้นหาที่อาจคาดไม่ถึงมาก่อน เพื่อสร้าง Traffic ให้เข้ามาสู่เว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้น เช่นการหยิบยก “สี ผม 2023” มาสร้างคอนเทนต์ใหม่เป็นต้น

เพิ่มประสิทธิภาพโฆษณา PPC บน Google

 Google Trends สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการลงโฆษณา PPC บน Google ได้ด้วยการใช้ฟิลเตอร์เพื่อดูพฤติกรรมลูกค้าที่มีต่อ ชื่อธุรกิจ สินค้าหรือบริการของเราในแต่ละ “พื้นที่” “แพลทฟอร์ม” และ “ช่วงเวลา” แบบเดียวกับเทคนิคทำ SEO และนำมาใช้การกลยุทธ์โฆษณาแบบ PPC ได้ยกตัวอย่างเช่น นำมาใช้พิจารณาช่วงเวลาการลงโฆษณา PPC หรือเลือกโฆษณาด้วย Keyword ที่ได้รับความนิยมต่างกันไปในแต่ละแพลทฟอร์มนั่นเอง

ช่วยศึกษาข้อมูลคู่แข่ง

 Google Trends ยังช่วยให้เห็นภาพได้ว่าสินค้าและบริการของเรามีเทรนด์เป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งจากตัวอย่างเป็นการค้นหาเทรนด์การค้นหาด้วย Keyword “Samsung Galaxy S23 Ultra” เปรียบเทียบกับ “Apple iPhone 14 Pro Max” ซึ่งก็มีเทรนด์การค้นหาที่เพิ่มขึ้นตรงกันกับช่วงเวลาของการเปิดตัวสินค้าในช่วงปีที่ผ่านมา

 

บ่อยครั้งข้อมูลนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักการตลาด ดังนั้น Google Trends จึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยได้มากในแง่ของการทำกลยุทธ์เพราะบางครั้งเราจะมองเห็นได้ถึงช่องว่างในการพัฒนาเพื่อการแข่งขันกับคู่แข่ง รวมไปถึงนำไปใช้วิเคราะห์ช่องทางการทำการตลาดของคู่แข่งได้ด้วยเพื่อการจัดสรรงบประมาณการตลาดของเราในช่องทางต่างๆเช่นในเว็บไซต์ หรือใน YouTube เป็นต้น

สำรวจ Trend ที่กำลังมาเพื่อทำ Real-Time Marketing

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นสำคัญของ Google Trends ก็คือ ความสามารถในการสำรวจเทรนด์การค้นหาที่กำลังมาแรงในแต่ละวันได้ในแทบ “กำลังมาแรง” ในส่วนนี้คำค้นหาที่คนค้นหามากที่สุดในแต่ละวันจะถูกนำมาจัดอันดับเรียงกัน ฟังชั้นนี้จะทำให้เรามองเห็นสิ่งที่คนกำลังสนใจได้ สามารถนำมาเลือกใช้ทำคอนเทนต์ให้ตรงกับความสนใจของผู้คน รวมไปถึงการสร้าง Content แบบ Real Time ที่ตรงกับความสนใจของคนในโลกออนไลน์เป็นต้น ความสามารถนี้ยังสามารถนำไปใช้ประกอบการทำ SEO ยกระดับ PPC รวมถึงสร้างแฮชแทกให้ตรงกับสิ่งที่ผู้คนกำลังค้นหาได้

ทั้งหมดนี้ก็คือ Tips & Tricks ในการใช้ Google Trends บางส่วนที่แบรนด์ ผู้ประกอบการณ์ หรือนักการตลาดสามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือประกอบการพิจารณากำหนดกลยุทธ์การตลาดให้มีทิศทางที่ถูกต้องได้เพราะ Google เองก็เป็นบราวเซอร์ที่มีสัดส่วนคนใช้งานมากเป็นอันดับ 1 ของโลกนั่นทำให้ข้อมูลเบื้องหลังมีความน่าเชื่อถือและทรงพลัง และที่สำคัญเป็นเครื่องมีที่ใช้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

 


  • 403
  •  
  •  
  •  
  •