103.58.148.118

Digital media

Ξ Leave a comment

Google เป็นมากกว่าโฆษณา และคำตอบของการทำธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน #GrowingwithGoogle

posted by  4,798 views

growing-with-google12

ในเวลาที่กำลังเกิดกระแสความอ่อนแอของ Facebook ที่กำลังทำให้นักการตลาด นักโฆษณา นักธุรกิจไทยเกิดความไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับการดำเนินธุรกิจบน Facebook  ซึ่งหลายๆธุรกิจเองก็กำลังมองหาทางออกว่าจะไปต่อกับ Facebook อย่างไรดี และมีช่องทางอื่นอีกหรือไม่ถ้าไม่ใช่ Facebook

คำตอบนั้นสามารถตอบกันได้อย่างรวดเร็วว่ามีแน่นอน เพราะออนไลน์ไม่ได้หมายถึง ‘Social’ เพียงอย่างเดียว  แต่ออนไลน์หรือดิจิทัลในวันนี้ ถ้าคุณไม่ลืม…ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราใช้เสริมศักยภาพในการทำธุรกิจได้อย่างแน่นอน

ลองทบทวนความจำกันสักนิด ว่า Google นี่แหละ ที่เสมือนเป็นถนนเส้นแรกที่สามารถทำให้ธุรกิจและลูกค้ามาเจอกัน  เสมือนเป็นการเปิดโลกทรรศน์ออนไลน์เล่มแรกของทั้งผู้ใช้งานและของธุรกิจ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทันทีที่ต้องการ ซึ่งก็เกิดจากการ ‘ค้นหา’ หรือ ‘Search’ นั่นเอง

ในความเป็นจริง สิ่งที่ Google มีให้กับการทำธุรกิจนั้น ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่ยังมี Tools อีกมากมายที่สามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจบนโลกดิจิทัล ทั้ง Google Search, Google Maps, Android Play, YouTube, Chrome, Gmail, Analytics และอื่นๆ

ในขณะที่ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” กำลังตอบคำถามคณะกรรมาธิการวุฒิสภา Congress กรณีการปกป้องข้อมูลผู้ใช้ ที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ     ทางเราได้รับเชิญให้มาร่วมงาน ‘Growing with Google’ APAC Press Event ที่สำนักงาน Google Singapore ทำให้ตระหนักชัดขึ้นว่า ทุกวันนี้ เรามัวแต่วุ่นวายอยู่กับ Facebook จนลืม Google เพื่อนรักของเราไปรึเปล่า  เรากำลังมองหากลยุทธ์ในการซื้อโฆษณา สร้างเพจ สร้างคอนเท้นท์บน Facebook จนไม่ได้สังเกตว่า  Google ยังอยู่ และทุกวันนี้ Google คือ แพลตฟอร์มที่ได้กลายเป็น ‘Growth engine’ ที่ช่วยขับเคลื่อนให้หลายๆธุรกิจได้เติบโตขึ้น

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากงานนี้ อย่างแรกเลย คือ สิ่งที่ Karim Temsamani, CEO, GoogleAsia Pacific ได้กล่าวไว้ประโยคหนึ่งว่า

“ดิจิทัล เทคโนโลยี ในวันนี้ กำลังเปิดโอกาสให้กับทุกคน ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและทำธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัดทั่วโลกจากการใช้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว    อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี กำลังช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ สร้างความสัมพันธุ์เชิงลึกระหว่างลูกค้ากับบริษัท และยังให้การเติบโตไปสู่ระบบนิเวศบนออนไลน์  ให้เกิดการ connect กันจนเกิดประโยชน์ต่อ ธุรกิจ ผู้ใช้งาน ผู้สร้างคอนเท้นท์ และนักพัฒนา  ในวันนี้คนหลายพันล้านคนสามารถค้นหาสินค้าและบริการที่ต้องการ ในขณะที่ธุรกิจเป็นล้านๆธุรกิจสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการสร้างสินค้า และทำให้ชีวิตง่ายขึ้น และธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

Google จึงสร้างระบบนิเวศน์นี้ให้ปลอดภัยที่สุด และเป็นที่วางใจ เพื่อให้บริษัทที่ใช้บริการของ Google จะสามารถเติบโตได้อย่างสร้างสรรค์    Google ทุกวันนี้ จึงกลายเป็นหนึ่งในคำตอบที่สำคัญของธุรกิจทุกขนาด ในการต่อยอดให้ธุรกิจขยายและเติบโตต่อไปได้  และนี่คือ บทสรุปจากงาน #GrowingwithGoogle APAC Press จาก Speakers ผู้บริหารระดับสูงของทาง Google และพันธมิตร

 

3 เทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ขับเคลื่อนอนาคตของ Digital Technology

โดย Karim Temsamani, CEO Google Asia Pacific

Karim มองว่า 20 ปีก่อน เราใช้คอมพิวเตอร์ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และยังนึกไม่ถึงว่าทุกวันนี้ สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นสิ่งแรกของทุกสิ่งบนอินเทอร์เน็ต  เช่นเดียวกันกับอีก 20 ปีข้างหน้า AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของเราในอนาคต

growing-with-google4

#1 Ubiquitous computing (อูบิควิตัส คอมพิวติ้ง)

คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถ ได้ยิน เห็น และโต้ตอบกับเราผ่าน AI  และด้วยความหลากหลายของอุปกรณ์ในทุกวันนี้ ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และสร้าง conversation with technology หรือสามารถทำให้เราพูดคุยกับเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว    AI จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับเราทุกคน จะช่วยให้การโต้ตอบ และการสนทนากับอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นได้อย่างทันที รวดเร็ว และมีเสถียรภาพมากขึ้น

ลองดูตัวอย่างจากวิดีโอนี้ ที่ Karim แสดงสดๆให้เห็นบนเวที กับการพูดคุยกับสมาร์ทโฟน เพื่อตอบคำถามที่เค้าสงสัย จากภาพของผลไม้ที่ AI สามารถมองออกว่า คือ ทุเรียน  และยังมีการทดสอบการพูดคุยกับสมาร์ทโฟนเป็นภาษาฝรั่งเศส และให้ Google สามารถใช้ AI ในการแปลภาษาออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้ในทันที

#2 AI จะเป็นส่วนเสริมศักยภาพในการทำธุรกิจในอนาคต

Karim เชื่อว่า AI จะสร้างแพลตฟอร์มในอนาคต และทำให้ระบบนิเวศน์ออนไลน์เติบโตได้แบบที่เรานึกภาพกันไม่ถึงเลยทีเดียว  และ สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นประสบการณ์ในการสร้าง Immersive experience  คือการสร้างประสบการณ์การจำลองสิ่งต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี AR (Augmented Reality)   ธุรกิจจะสามารถทลายกำแพงระหว่างลูกค้าและสินค้าผ่านการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า

#3 The Next Billion Users

จำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตโลกที่เราเห็นกันในหลักพันล้านคนนั้น ยังไม่เท่ากับประชากรของคนเอเชียที่กำลังเกิดใหม่  โดยเฉเพาะประชากรอินเทอร์เน็ตเกิดใหม่จากจากประเทศอินเดีย และอินโดนีเชีย ที่กำลังจะมีมากกว่าประชากรอินเทอร์เน็ตเกิดใหม่ในฝั่งยุโรป   ซึ่งปัจจุบันมากกว่า 50% ของประชากรอินเทอร์เน็ต คือ คนเอเชีย    ทำให้เห็นว่าประชากรกลุ่มนี้ในเอเชียกำลังจะเป็นคลื่นลูกใหญ่ของประชากรอินเทอร์เน็ตในอนาคต    Google เรียกประชากรกลุ่มนี้ว่า ‘The Next Billion Users’   ซึ่งก่อนหน้านี้ Google มองว่า การใช้ AI น่าจะเกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรป อเมริกา  แต่ในความเป็นจริง AI กลับทำให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนกลุ่มเอเชียง่ายขึ้นและเร็วขึ้น  Google จึงให้ความสำคัญของคนกลุ่มนี้ และอยากให้ทุกๆธุรกิจมองเห็นความสำคัญนี้เช่นกัน

 

Google ย้ำ ทุกๆธุรกิจ จะต้องทำธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต

โดย Kevin O’Kane, Managing Director, Google Marketing Solutions, Asia-Pacific

98% ของธุรกิจในเอเชีย คือ ธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME  ซึ่งถือเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเอเชีย  การที่ธุรกิจจะเติบโตได้ ก็คือการได้พบกับลูกค้าในที่ๆพวกเขาใช้เวลามากที่สุด ซึ่งก็คือ บนออนไลน์  และรวมถึงสมาร์ทโฟน   Google ได้เห็นเทรนด์สำคัญของเอเชีย และกำลังใช้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้  เนื่องจากว่าประชากรแถบเอเซียในวันนี้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนมากกว่าทีวี   ผู้คนในเอเซียมีการใช้มือถือในการตอบสนองการใช้ชีวิต และแก้ปัญหา หาคำตอบหลายๆอย่างผ่านสมาร์ทโฟน  ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจร้านค้าที่จะนำสินค้าและบริการออกมาแสดงในเวลาที่ลูกค้ากำลังเกิดความต้องการ

การทำธุรกิจจึงต้องทำบนอินเทอร์เน็ต และไม่ใช่เพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซ  แต่เป็นเพราะอินเทอร์เน็ตเป็นสถานที่สำคัญที่ทุกๆประเภทของธุรกิจจะได้เข้าถึงลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย ในงบโฆษณาที่น้อยกว่าโฆษณาประเภทอื่นๆ

growing-with-google11

growing-with-google-13

เสริมศักยภาพให้ธุรกิจกับการทำโฆษณาผ่าน Google Ad หลากหลายช่องทางโฆษณาที่คุณเกือบลืมไปแล้ว

Search Ad — โฆษณา บน Google Search ถือเป็นสิ่งแรกที่ปฏิวัติการทำโฆษณาแบบ Direct response ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โฆษณาจะถูกแสดงก็ต่อเมื่อลูกค้ากำลังค้นหาหรือเกิดความต้องการ   Google Search จึงสามารถทำให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าในทันที และยังช่วยส่ง Traffic เข้าเว็บไซต์อีกด้วยสังเกตใช่มั้ย ว่าแม้แต่ตัวเราเอง เวลานึกถึงสิ่งใด และต้องการหาคำตอบในทันที ก็มักจะ Google กันก่อนเลย และทุกวันนี้เราทำมันบนสมาร์ทโฟน ในทุกที่ทุกเวลาที่เราต้องการ และเดี๋ยวนั้น

Google Display Network Ad — AdSense เกิดขึ้นเมื่อปี 2003 Google เปิดระบบให้เจ้าของเว็บไซต์เป็นพันธมิตร ‘Display Network’ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ ด้วยเทคโนโลยีของ Google ที่สามารถเข้าใจเนื้อหาในเว็บไซต์ และนำโฆษณาที่ตรงกับเนื้อหาไปแสดงที่เว็บไซต์ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถสร้างรายได้จาก Google ในขณะที่เปิดโอกาสให้เจ้าของแบรนด์สามารถแสดงโฆษณาในหลากหลายเนื้อหาคอนเท้นท์ด้วยเช่นกัน

AdMob — AdMob มีกระบวนการทำงานลักษณะเดียวกันกับ AdSense แตกต่างกันที่ AdMob หรือการทำโฆษณาบน Mobile Application ที่อยู่บน Google Play เจ้าของแอพพลิเคชั่นสามารถสร้างรายได้จากโฆษณาที่แสดงบนแอพฯของตนเอง และเจ้าของแบรนด์สามารถซื้อโฆษณาให้แสดงบนแอพลิเคชั่นที่อยู่บน Network ของ Google ซึ่งใช้ AI ในการประมวลผลว่าแอพฯไหน และเมื่อไหร่ที่โฆษณาควรจะแสดง

YouTube — คอนเท้นท์และโฆษณาบน YouTube นอกจากนำคอนเท้นท์วิดีโอขึ้นบน YouTube แล้ว โฆษณาบน YouTube ก็ใช้ได้ผลเหมือนกัน ทั้งวิดีโอโฆษณา TrueView ที่ขึ้นก่อนคอนเท้นท์ มาพร้อมกับ Skip ad   ซึ่งนักโฆษณาจะจ่ายเงินค่าโฆษณาก็ต่อเมื่อเกิดการชมวิดีโอเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโฆษณาที่แสดงเมื่อวิดีโอถูกค้นหา และโฆษณาแบบ Bumper ad หรือ โฆษณา 6 วินาทีที่ออกแบบมาเพื่อการชมบนสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ

YouTube มีคนเข้า 1.5 พันล้านทุกเดือนทั่วโลก และมีวิดีโอเป็นพันล้านชั่วโมงที่ถูกวิวทุกวัน ทำให้คอนเท้นท์ที่ถูกสร้างขึ้น สามารถส่งต่อไปยังกลุ่มผู้ชมขนาดใหญ่ และเปลี่ยนจากจินตนาการให้กลายเป็นธุรกิจได้

Joe Andon, CEO ของ Vuly บริษัทส่งออก Trampoline เตียงผ้าสำหรับกระโดดเพื่อความสนุก และออกกำลังกาย หรืออุปกรณ์กีฬากลางแจ้งจากประเทศออสเตรเลีย เล่าให้ฟังที่งาน #GrowingwithGoogle ว่าธุรกิจของเขาได้สร้างยอดขายผ่านการสร้าง content บน YouTube ด้วยการนำรถยนต์มาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและการับน้ำหนัก ของTrampoline รุ่น Thunder วิดีโอที่ว่าถูกแชร์ออกไป จนสร้างรายได้มหาศาล ลูกค้าประทับใจกับสินค้าและบริการที่ได้รับ เกิดกระแส Word of Mouth ที่สร้างจำนวนลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น จนสามารถเติบโตธุรกิจสู่ Offline ด้วยการเปิดสโตร์เพิ่มขึ้นตามอีก 2,000 แห่ง ทั่วโลก    Joe บอกว่า ความสำเร็จในธุรกิจของเค้าเริ่มจาก YouTube และเกิดขึ้นมากกว่า 30 ครั้งใน 10 ปีที่ผ่านมา

ผู้ผลิตคอนเท้นท์ รายการต่างๆทั่วประเทศก็สร้างรายได้บน YouTube และสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ตามที่เราได้เห็นความสำเร็จนี้แล้ว จาก YouTube Creator, คนทั่วไป และนักผลิตรายการคอนเท้นท์ ที่สามารถสร้างรายได้บน YouTube ได้เป็นกอบเป็นกำ

Double Click – ระบบการซื้อโฆษณาแบบ programmatic รูปแบบการซื้อโฆษณา ที่ใช้เครื่องมือซอฟท์แวร์มาซื้อขายแทนแบบเก่าที่ใช้คนที่ต้องโทรไปจอง ต่อรองและซื้อขาย เนื่องจาก Programmatic Advertising จะครอบคลุมสื่อออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ Facebook Exchange, Google Display Network และ Mobile Ads ต่างๆ สามารถเลือกส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย และราคาที่เหมาะสมในการซื้อ

Google My Business(GMB) — การค้นหาร้านค้า และ GoogleMaps ที่ร้านค้าสามารถนำธุรกิจหรือร้านไปแสดงไว้กับ Google   โดยที่สามารถใส่โลโก้ ที่อยู่   แสดงตำแหน่งที่อยู่ของธุรกิจ ใส่เว็บไซต์ URL แจ้งเวลาเปิดปิดได้     เมื่อมีการค้นหาคำที่เกี่ยวกับธุรกิจร้านค้า   Google จะนำธุรกิจของคุณแสดงในหน้าผลการค้นหาในทันที และแสดงเหนือผลการค้นหาที่ผ่านการทำ SEO อีกด้วย โดยเฉพาะร้านค้าที่เป็นlocal หรือตั้งอยู่ในประเทศที่กำลังถูกค้นหา

 

Google กับความตั้งใจ สร้างระบบนิเวศน์ออนไลน์เพื่อทุกคน

ปัจจุบัน Google มีพนักงานหลายพันคน ที่ร่วมกันทำงานเพื่อให้ระบบโฆษณามีความปลอดภัยและมั่นคง และยังตั้งใจเพิ่มจำนวนให้เป็นหลักหมื่นคนเพื่องานส่วนนี้ในอนาคต และเชื่อว่าการทำงานของมนุษย์ในส่วนของการกำจัดโฆษณาที่ที่เรียกว่า Bad Ads ได้ดีกว่าการใช้เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

เทคโนโลยีของ Google เองก็ช่วยกรองความรุนแรงบนแพลตฟอร์มของ Google ก่อนที่จะสร้างปัญหาหรือสร้างความเสียหาย และยังทำได้ดี ง่ายๆคือ ปัจจุบันเทคโนโลยีจะลบโฆษณาที่มีความรุนแรงจากเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ในทุกครั้งที่พบเจอ  เช่นในปี 2017 Google ได้นำโฆษณาที่รุนแรงออกจากระบบถึง 3.2 พันล้านชิ้นในเวลาประมาณ 100 ชิ้นต่อวินาที  และได้ลบโฆษณาไม่ดีจากเว็บไซต์พาร์ทเนอร์ออกจำนวน 320,000 ชิ้น  ได้บล็อกเว็บไซต์จำนวน 90,000 เว็บไซต์ และ 700,000 โมบายแอพฯที่เข้าข่ายความไม่เหมาะสม

ทั้งหมดคือการลงทุนในบุคคลากร เพื่อรักษาระบบออนไลน์นิเวศน์ ให้สนับสนุนการโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

growing-with-google6

ความรับผิดชอบที่ Google มีกับระบบนิเวศน์ออนไลน์

  • ใน 3 ปีที่ผ่านมา Google ได้ใช้เงินไปทั้งหมด 24 พันล้านให้กับนักพัฒนาระบบ และแอพพลิเคชั่น ครีเอเตอร์เจ้าของคอนเท้นท์ และสื่อในเอเชีย เพื่อให้แน่ใจว่าพันธมิตรของ Google ทั้งนักพัฒนา และเจ้าของคอนเท้นท์ได้รับประโยชน์และเจริญรุ่งเรืองจากแพลตฟอร์มของ Google จริงๆ
  • Google รับผิดชอบ และปกป้องผู้คนและธุรกิจจาก คนฉ้อโกง ที่พยายามจะหาประโยชน์จากระบบนิเวศน์ของ Google เพื่อหลอกลวงหรือทำร้ายคนบนบริการของ Google
  • Google ยึดมั่นที่จะรักษาแพลตฟอร์มให้ปลอดภัย หรือไม่แน่ไม่นอน เพราะธุรกิจของ Google ขึ้นอยู่กับความถูกต้องและความไว้วางใจ

ด้วยแพลตฟอร์ม และนวัตกรรมสามารถเกิดขึ้นที่ไหนก็ได้ ดังนั้นไม่ว่าธุรกิจใดก็สามารถสร้างธุรกิจระดับโลกได้ นี่คือสิ่งที่ Google มอง

 

เขียนโดย ณธิดา รัฐธนาวุฒิ
ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MarketingOops.com กับประสบการณ์การทำงานในแวดวง Digital มากกว่า 15 ปี ในธุรกิจคอนเทนท์ ธุรกิจออนไลน์ และการตลาดดิจิทัล

อ่านบทความ Exclusive Insider เพิ่มเติมได้ที่นี่

Copyright© MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MarketingOops.com กับประสบการณ์การทำงานในแวดวง Digital มากกว่า 15 ปี ในธุรกิจคอนเทนท์ และการตลาดดิจิทัล

User Name: Tukko Nathida

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


four + 6 =

Recent Posts

Facebook