103.58.148.118

Agency

Ξ Leave a comment

Human Wired เชื่อมโยงมนุษย์กับเทคโนโลยีอย่างไร ให้ต่อติดกับ Brand และ Consumer

posted by  1,470 views

ในโอกาสที่ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) ครบรอบ 50 ปี จึงได้จัดการประชุมสัมนาในหัวข้อ Human Wired เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่สยามพาวาลัยเธียร์เตอร์ สยามพารากอน

อ่อนอุษา ลำเลียงพล ประธานสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่า เป็นเวลากว่าร้อยปีแล้วที่โฆษณาสามารถสะท้อนให้เราได้เห็นถึงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ หรือแม้แต่การเมือง จนปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ก่อให้เกิดเป็น Human Wired ซึ่งตรงจุดน้ำทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์มากขึ้น จนเราอาจจะลืมแล้วว่ามนุษย์ยังจะต้องเชื่อมโยงกับมนุษย์ด้วย ดังนั้น คำถามก็คือเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยงานด้านโฆษณาให้เกิดการเชื่อมโยงกับผู้คนได้จริงหรือไม่ จะทำให้สังคมน่าอยู่ได้หรือไม่ ลองมาฟังทัศนะจากผู้รู้ทั้งในแวดวงเอเจนซี่และแพล็ทฟอร์มสำคัญๆ

aat 5

คริส รีทเทอร์แมนม โอกิลวี่ แอดเวอร์ เอเชีย แปซิฟิก กล่าวในหัวข้อ “ทำไมแบรนด์ยังสำคัญอยู่” ว่า ปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญจนไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ทำให้เป็นผู้ที่จะเลือกและตัดสินได้เองว่าเขาจะฟังแบรนด์หรือไม่ ซึ่งผลการศึกษานั้นค้นพบว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นมีความเชื่อถือในแบรนด์ลดลง ในขณะที่คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับแบรนด์อยู่มากทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แบรนด์จะยังมีความสำคัญอยู่หาก ทำตัวให้มีประโยชน์กับผู้บริโภค เช่นการให้ข้อมูล หรือเป็นแหล่งข้อมูลต่างๆ โดยอาจจะนำการตลาดเข้ามาช่วยแบรนด์ตรงจุดนี้ได้ และสุดท้ายแต่ว่าสำคัญมากนั่นคือ ใช้การกระทำมากกว่าการพูด คือทำให้ผู้บริโภคเห็นว่าแบรนด์ยังสำคัญต่อเขานั่นเอง

นอกจากนี้ ในปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่การสร้างแบรนด์ยุคใหม่ เป็นการตลาดที่ต้องลงมือปฏิบัติหรือที่เรียกว่า Action Branding นั่นคือ การสร้างแบรนด์จำเป็นต้องติดต่อสัมพันธ์กับคอนซูเมอร์อย่างใกล้ชิด โดยมี 3 ปัจจัยดังนี้

  1. Purpose สร้างแบรนด์จะต้องมีวัตถุประสงค์
  2. Utilities จะต้องมีความหมายต่อผู้บริโภค
  3. Content มีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดี โดยประกอบไปด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ ฉลาด มีความเฉพาะตัว สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนได้ และจะต้องใช้ได้จริงในทางปฏิบัติด้วย

ทั้งหมดนี้จะสร้างให้แบรนด์ยังคงมีความสำคัญกับผู้บริโภคได้อยู่ ทั้งในตอนนี้และอนาคตข้างหน้า

aat 3

ริวทาโร่ เซกิ จาก บริษัท เดนท์สุ ประเทศไทย ขึ้นพูดในหัวข้อที่ว่า Beyond Advertisiment หรือ   “มากกว่าโฆษณา” ว่าวันนี้คำว่า “ดิจิทัล” ไม่ใช่เรื่องพิเศษอีกต่อไป เพราะดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนไปแล้ว แต่ผู้คนยังคงเหมือนเดิม คืออยากจะทำในสิ่งที่อยากทำ อยากจะดูในสิ่งที่อยากดู เพียงแต่สื่อหรือมีเดียเปลี่ยนไป บริบทหรือ Context ต่างหากที่เปลี่ยนไป ซึ่งสามารถขับเคลื่อนผู้คนได้ และเราก็เพียงแค่นำดิจิทัลมาใช้ให้เป็นประโยชน์ให้ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้น

ดังเช่น งานโฆษณาชิ้นนี้ที่สะท้อนอีโมชั่นของผู้คนที่ยังเหมือนเดิม มีความสงสารเห็นใจเพื่อนมนุษย์ แต่ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงให้งานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แล้วผลักดันเป็นยอดขายได้อีกด้วย

C&A Changing Room

ดังนั้น เราจึงไม่ควรไปกังวลกับดิจิทัล เพราะไม่ได้มาเปลี่ยนแปลงความเป็นคน แต่การสร้างสื่อดิจิทัลให้ถูกที่ถูกเวลาต่างหากที่สำคัญ นั่นคือสูตร Creative Idea X Media Idea ซึ่งจะสร้างโอกาสให้กับเราได้มาก แต่ที่สำคัญจะต้องทำให้มันง่าย และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตด้วย

aat 4

ฟู ตรูออง จาก บริษัท กูเกิ้ล ประเทศไทย กับหัวข้อ “เล่าเรื่องผ่านเทคโนโลยี” พาเราย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยมนุษย์ถ้ำ เพื่อบอกว่าการเล่าเรื่องนั้นมีมาเนิ่นนานขนาดไหน และยังบอกด้วยว่า การเล่าเรื่องไม่ได้จำกัดเพียงแค่ตัวหนังสือ แต่เป็นได้ทั้งภาพ เสียง และสีอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ นั่นหมายความว่าทุกสิ่งสามารถคือการเล่าเรื่องได้

นอกจากนี้ ฟู ยังได้แนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยในการเล่าเรื่องในปัจจุบันได้ ซึ่งเริ่มระดับของพัฒนาการที่ล้ำสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ

  • Youtube 360 องศา คือประตูสู่ VR
  • Cardbord ที่มีราคาถูกมาก ซึ่งปัจจุบันได้นำมาใช้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญเพื่อการศึกษาในหลายประเทศ
  • DayDream เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราฝันกลางวันได้ตามชื่อทีเดียว คล้ายกับ Cardbord แต่มันทำให้เราสามารถฝังตัวเองลงไปในเรื่องราวนั้นๆ ได้เลย

  • Tango เป็นอีกก้าวต่อไป มันคือสภาพเสมือนจริงที่เข้ามา เป็นอะไรที่มากกว่า Cardbord ซึ่งปัจจุบันมีโฆษณาที่ใช้เทคโนโลยีนั้นบ้างแล้ว โดยเฉพาะพวกรีเทลล์

  • Tilt brush เทคโนโลยีที่ทำให้การวาดระบายสีเป็น 3 มิติได้ แล้วยังทำให้คนวาดเข้าไปอยู่ในนั้นได้ด้วย ในมุมต่างๆ ซึ่งจุดนี้ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์งานให้กับลูกค้าได้ด้วย

และทั้งหมดนี้จะช่วยสร้าง Brand Experience ให้เกิดขึ้นกับลูกค้าของคุณได้

aat 1

อริยะ พนมยงศ์ จากบริษัท ไลน์ ประเทศไทย มาพูดในหัวข้อ “หยุดให้สนใจผ่านแชท” ว่า อย่างที่ทราบว่าตอนนี้มือถือคือทุกอย่าง ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นว่าทุกคอนเทนต์ชิฟไปทางออนไลน์หมด ไม่ว่าจะ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านข่าว ฯลฯ ซึ่งทำให้ทุกวันนี้ Line มี Line TV มี Line Today เพราะเราตั้งใจที่จะใส่ทุกอย่างอยู่ใน Line อยู่ในแอพฯ เดียว โดยที่ user ไม่จำเป็นต้องมีแอพฯ มากมายบรรจุในมือถือ เพราะความจริงแล้วปกติแอพฯ ที่ใช้บ่อยสุดก็มีเพียงไม่กี่แอพฯ เท่านั้น

ดังนั้น เราจึงได้สร้างพาร์ทเนอร์ร่วมมือกับหลายฝ่าย เช่น ท่านไม่ต้องเรียกรถ Uber ผ่านแอพฯ Uber แต่สามารถเรียกได้เลยผ่าน Line เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้นกับ Line Finance กับความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ท่านไม่ต้องโหลดแอพฯ แบงกกิ้งมาใช้ เพียงแค่ใช้ Line แอพฯ เดียวแต่ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินได้แล้ว

สิ่งสำคัญที่เราทำทั้งหมดนั่นคือการ นำ Offline มาสู่ Online เรียกว่า O2O นั่นเอง ทั้งสองโลกนี้ไม่สามารถแยกกันอออกได้ แต่ควรที่จะเชื่อมโยงเข้าหากัน แล้วจะทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายกว่าที่คิด.

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

เดินทางสายนักข่าวมากว่าสิบปีก่อนจะมาหลงใหลในงานดิจิตอล แต่งตัวฟรุ้งฟริ้งเคลิบเคลิ้มดนตรีร็อค

User Name: pigabyte

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


two + = 10

Recent Posts

Facebook

PR News