25 แบรนด์ต้นแบบที่เข้ามาดิสรัปต์โลก เปลี่ยนชีวิต และทำเอาหลายธุรกิจต้องกระอัก

  • 1.3K
  •  
  •  
  •  
  •  

อย่าเข้าใจผิดว่า “ดิสรัปชัน” เป็นสิ่งใหม่ที่มาพร้อมกับสตาร์อัพหรือเทคโนโลยีแต่อย่างไร  หากแต่มีมานานแล้วในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ในช่วงจังหวะใดก็ตามที่มีแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งนำไอเดียใหม่ๆ มาทดสอบในตลาด และประสบความสำเร็จ โดยได้รับการยอมรับและนับถือจากกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์นั้นจึงสร้างการดิสรัปชันเกิดขึ้น

การแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันเรียกได้ว่าดุเดือดชนิดหายใจรดต้นคอกันทุกวงการ ดังนั้น การที่จะสื่อสารและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างเต็มที่ แต่ละแบรนด์จะต้องทำอะไรมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ด้วยเหตุนี้ การตลาดแบบ “Disruptive Marketing” จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทเมื่อหลายบริษัทต้องการไอเดียใหม่ ๆ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าของตัวเองให้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Nike กับความพยายามลบทัศนคติแบบเหมารวมทางเพศของแฟชั่น การปรับรูปแบบพลังงานที่ทรงพลังมหาศาลใหม่ ๆ ของ Teslaหรือแม้แต่ Netflix ที่เข้ามาเป็นผู้นำด้านสตรีมมิ่งหนังบนแอพพลิเคชัน เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการดิสรัปต์โลกคอนซูเมอร์ก็ว่าได้ และการสร้างแบรนด์ที่ทรงพลัง ไม่จำเป็นต้องมานั่งค้นหากันว่า ตอนนี้แบรนด์ของเราเหมาะที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมของมันหรือไม่ แต่การสร้างแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพคือการหาแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อทะลายกำแพงเดิม ๆ และพฤติกรรมเดิม ๆ เพื่อเติบโต โดดเด่นและแตกต่าง

และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น Marketing Oops! วันนี้ จะขอนำต้นแบบตัวอย่างของ 25 แบรนด์ที่สร้างการดิสรัปชันให้กับตลาดในวงการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และแบรนด์เหล่านี้ก็เปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของใครหลายคนไม่น้อย

#1 Tesla

ไม่ว่าผู้ก่อตั้งอย่าง Elon Musk จะทำอะไร แบรนด์ Tesla ก็ได้ชื่อว่าสร้างดิสรัปชันไปทั่ว Tesla เป็นบริษัทที่จะทำให้โลกของเทคโนโลยีก้าวไกลและยั่งยืนขึ้นไปอีกขั้น นอกจาก Tesla จะสามารถผลิตรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในระดับโลกแล้ว Tesla ยังสร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์ที่เรารู้จัก โดยการสร้างรถยนต์ที่พร้อมใช้ในอวกาศอีกด้วย

Disruptive-Brands-1-tesla

#2 Smarter

Smarter ดิสรัปต์วิถีชีวิตคนเมืองเมื่อนำอุปกรณ์ในบ้านมาเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ในยุคที่ทุกสิ่งก็เชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต (IoT) ในปี 2013 ทั้ง Isabella และ Christian Laneผู้ ร่วมก่อตั้ง Smarter ออกแบบกาต้มน้ำที่เชื่อต่อกับสัญญาณไวไฟขึ้น ด้วยนวัตกรรมนี้ การชงชาจึงเป็นเรื่องง่าย เพราะคุณสามารถสั่งให้กาต้มน้ำต้มชารอผ่านอินเทอร์เน็ตในระหว่างเดินทางกลับบ้านเลยก็ได้ ตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา Smarter ก็เปิดตัวอุปกรณ์อื่น ๆ ตามมาอีก เช่น กล้องในตู้เย็น ที่ช่วยให้คุณพ่อบ้านและแม่บ้านสามารถสั่งอาหารมาที่บ้านได้โดยตรง จากการตรวจสอบตู้เย็นทางไกล ว่ามีอะไรเหลือบ้างและขาดอะไรไปบ้างผ่านกล้องที่ติดตั้งในตู้ Smarter คลอดชุดอุปกรณ์อื่น ๆ เพิ่มอีกตามมาจากไอเดียง่าย ๆ โดยสร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโลก และการทำธุรกิจครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องระดมทุนจากนักลงทุนรายได้

Disruptive-Brands-2-smarter

#3 Purple

Purple ดิสรัปต์ตลาดเครื่องนอนเมื่อ Terry และ Tony Pearce สองพี่น้องที่สร้างแบรนด์ Purple ช่วยออกแบบฟูกนอนที่ช่วยซัพพอร์ทกระดูกสันหลังของผู้ใช้ ในราคาที่ใคร ๆ ก็ซื้อได้ นอกจากนวัตรกรรมที่ทำให้เกิดการดิสรัปชันในวงการอุตสาหกรรมเครื่องนอนแล้ว โมเดลธุรกิจของ Purple ยิ่งเจ๋งกว่า แทนที่จะขายใบอนุญาตในการผลิตเครื่องนอนเหล่านี้ให้ร้านค้าปลีกอื่น ๆ Purple กลับใช้โมเดลที่สื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภค นั่นหมายความว่า ลูกค้าของ Purple ไม่จำเป็นต้องสั่งสินค้าผ่านพ่อค้าคนกลางใด ๆ แต่สามารถซื้อสินค้าผ่านช่องทางของ Purpleได้ทันที และเด็ดกว่านั้นคือ ลูกค้าสามารถขอเงินคืนได้หากใช้แล้วไม่เวิร์กในช่วง 100 คืนแรก

Disruptive-Brands-3-purple

#4 Airbnb

แบรนด์ Airbnb เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สร้างการดิสรัปชันอย่างเห็นได้ชัด ด้วยบริการให้เจ้าของบ้านได้มีโอกาสเช่าบ้านหรืออพาร์ทเมนท์ที่ตัวเองมีในราคาต่ำ แพล็ตฟอร์มของ Airbnb ทำคนทั่วโลกเข้าถึงบริการนี้และมีโอกาสได้เปิดโลกใหม่ เห็นวัฒนธรรมใหม่ ๆ จากเจ้าของบ้านอีกด้วย เจ้าของบ้านและอพาร์ทเมนท์จาก 65,000 เมืองทั่วโลกใช้บริการนี้

Disruptive-Brands-4-airbnb

#5 Uber

เรียกได้ว่า Uber เข้ามาดิสรัปต์วงการเดินทางและแข่งกับขนส่งมวลชนสาธารณะเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากค่าโดยสารที่ไม่แพงแล้ว การเดินยังปลอดภัย ประหนึ่งมีคนขับเป็นของตัวเอง Uber เกิดขึ้นในยุค Gig Economy ทำให้คนขับหารายได้เสริม และผู้โดยสารที่อยากหารายได้เสริมก็ผันมาเป็นคนขับได้ และทุกอย่างผ่านแอพพลิชันทั้งหมด

Disruptive-Brands-5-uber

#6 BrewDog

BrewDog เป็นอีกแบรนด์ที่ดิสรัปต์ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปี 2007 BrewDog ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สู่ตลาดและกลยุทธ์การสื่อสารกับผู้บริโภคที่เหนือชั้น เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น

Disruptive-Brands-6-brewdog

#7 Netflix

Netflix เป็นอีกแบรนด์ในแวดวงสตรีมมิ่งหนังและรายการโทรทัศน์ที่ดิสรัปต์พฤติกรรมการชมภาพยนตร์ของคอหนัง และทำเอาโรงภาพยนตร์ทั่วโลกรายได้หดหายไปตาม ๆ กัน และหลายคนเลิกดูทีวีไปเลย ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่หลายล้านคนโหลดแอพพลิเคชั่น Netflixชนิดมีติดมือถือกันไว้เลยทีเดียว

Disruptive-Brands-7-netflix

#8 Apple

คอมพิวเตอร์ของ Appleเคยได้ชื่อว่าเป็นอุปกรณ์ที่ราคาแพง และไม่ได้มีอะไรโดดเด่นจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่น ต่อมาในปี 2001 บริษัทได้คลอด iPodและทำให้คนทั่วโลกสามารถดาวน์โหลดเพลงและจัดการเพลงได้ตามที่ต้องการ ความสำเร็จของการเปิดตัว iPod ทำให้ Apple ก้าวไปอีกขึ้น ด้วยการเปิดตัวโทรศัพท์ที่สัมผัสหน้าจอเครื่องแรกของโลกที่ชื่อ iPhoneและยิ่งสร้างการดิสรัปชันมากขึ้นเมื่อโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่คนปกติใช้โทรออกและรับสายเข้าเท่านั้น กลายมาเป็นทีวี คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประวันขนาดเท่าฝ่ามือได้

Disruptive-Brands-8-apple

#9 Aldi

แบรนด์ Aldi สร้างการดิสรัปชันด้วยไอเดียง่าย ๆ แต่ไม่ได้ทำกันง่าย ๆ กับร้านสะดวกซื้อหรือขายของชำทั่วไป Aldi เป็นร้านขายของชำที่ต้องการดำเนินกิจการในแบบของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ได้ใจผู้บริโภคในอังกฤษไปจำนวนมาก Aldi เป็นร้านขายของกินของใช้แห่งแรกในอังกฤษที่ลดการใช้ถุงพลาสติก นอกจากสินค้าในร้าน Aldi จะได้คุณภาพและราคาไม่แพงแล้ว Aldi ยังทำให้โลกนี้สะอาดขึ้นอีกด้วย

Disruptive-Brands-9-aldi

#10 Amazon

Amazon เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่เข้ามาดิสรัปต์พฤติกรรมการช้อปปิ้งของคนทั่ว เพราะทำให้คนจำนวนมากหันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น Amazon เป็นที่รู้จักในระดับโลก และใคร ๆ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นแบรนด์ที่ดิสรัปต์โลกได้อีกเมื่อสถานที่แห่งใดก็ตามที่มีป้าย Amazon ติดอยู่ คุณแทบจะสามารถเข้าไปซื้อทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ และจบที่ Amazonได้เลย

Disruptive-Brands-10-amazon

#11 Facebook

Facebook เป็นแบรนด์ที่ดิสรัปต์วิถีการสื่อสารของคนทั่วโลกก็ว่าได้ Facebook เกิดจากไอเดียเล็ก ๆ ของนักศึกษาหนุ่มที่ชื่อ Mark Zuckerberg นักศึกษาสาขาจิตวิทยาที่ต้องการสร้างแพล็ตฟอร์มธรรมดา ๆ ให้เพื่อน ๆ ร่วมรุ่นได้ใช้ติดต่อกันออนไลน์ Zuckerbergแค่ต้องการใช้ Facebook เป็นช่องทางสื่อสารกันระหว่างนักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันกลับได้รับความนิยมทั่วโลกในภาพของโซเชียลมีเดียแพล้ตฟอร์ม

Disruptive-Brands-11-facebook

#12 HBO

ในปี 1972 ทีวีช่องหนึ่งชื่อ “Home Box Office” เป็นเพียงเคเบิลทีวีเล็ก ๆ ในเกาะแมนฮัตตัน มีรายการหนังไม่กี่เรื่อง ออกอากาศให้ผู้ชมกลุ่มเล็ก ๆ  เท่านั้นได้ชม จนกระทั่งตุลาคม 1975 ทางสถานีได้ออกอากาศคู่มวยสำคัญ “Thrilla in Malina” และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ใคร ๆ ก็อยากดูรายการผ่าน HBO ในปี 1982 สถิติบอกว่า HBO มีผู้ชมราว 9.8 ล้านคน และปีต่อ ๆ มา HBO ได้ออกอากาศหนัง เกมโชว์และรายการต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเรียกได้ว่าสร้างฐานผู้ชมได้ทั่วโลกเช่นกัน

Disruptive-Brands-12-hbo

#13 McDonald’s

McDonald’s ดิสรัปต์วิถีชีวิตคนเมืองที่ต้องใช้ชีวิตให้เร็ว และแน่นอนการกินก็ต้องเร็วไปด้วย ปัจจุบัน McDonald’s มีสาขาทั่วโลก มีร้านแทบจะทุกมุมโลกที่คนยุคใหม่ใช้ชีวิตอยู่ จนทำเอาผู้เล่นรายอื่นลงมาจับตลาดนี้บ้าง และทำให้เกิดคอนเซ็ปต์ฟาสฟู้ดขึ้น แม้ “นักเก็ตไก่” ที่คุณเคยลองชิมในร้าน McDonald’s ดูแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่เบื้องหลังของมันคือการเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินของเรา

Disruptive-Brands-13-mcdonalds

#14 VISA

VISAดิสรัปต์วิถีการใช้เงินของเรามาตั้งแต่ 1958ซึ่งเป็นปีที่ Bank of Americaออกบัตรเครดิตให้ลูกค้าใช้ครั้งแรก ตอนนั้น บัตรเครดิตวีซ่ายังใช้ได้เฉพาะในแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่ปัจจุบัน บัตรที่มีเครื่องหมายวีซ่าสามารถใช้ได้กับร้านค้า โรงแรม ธนาคารและธุรกิจอื่น ๆ อีกทั่วโลก

Disruptive-Brands-14-visa

#15 Viagra

Viagra ดิสรัปต์วงการสุขภาพ เพราะสถิติบอกว่า ชายที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปกว่า 18 ล้านคนทั่วโลกมีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ และ Viagra ก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เป็นที่น่าทึ่งตรงที่ Viagra เกิดขึ้นมาเพราะความผิดพลาดจากการทดลองทางเภสัชกรรม ในช่วงที่มีการทดลองนั้น นักวิจัยได้นำสารที่ชื่อ UK-92480 ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาอาการเจ็บหน้าอกจากการลดประมาณเลือดที่จะเข้าสู่หัวใจ ช่วงที่มีการทดลองพบข้อผิดพลาดที่ว่า เลือดส่วนใหญ่ที่ไม่ไหลเข้าสู่หัวใจกลับไหลเข้าสู่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายแทน ลองจินตนาการว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเลือดไหลไปกองรวมกันที่อวัยวะเพศในปริมาณมาก ๆ

Disruptive-Brands-15-viagra

#16 Walmart

Walmart เป็นอีกแบรนด์ที่ดิสรัปต์วิถีการช้อปของกลุ่มลูกค้าแบบแมซ โดยจำหน่ายสินค้าราคาไม่แพง ซื้อหาได้ทุกที่ ทุกเวลา และด้วยสินค้าราคาที่ไม่แพง Walmart จึงกลายเป็นที่นิยมไปทั่วอเมริกา และยิ่งจัดโปรฯ ลด และแจกแถมมากเท่าไร Walmart ยิ่งเหมือนเป็นที่พึ่งของทุกครัวเรือนทั่วสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้ ปัจจุบัน นักช้อปกว่า 245 ล้านคนเข้าช้อปใน Walmart ในแต่ละสัปดาห์

Disruptive-Brands-16-walmart

#17 Virgin

Virgin ภูมิใจในตัวเองที่เป็นแบรนด์ที่สร้างการดิสรัปชันให้กับสังคม โดยทำธุรกิจมากมาย และส่วนใหญ่เจาะกลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่แมส นับตั้งแต่ธุรกิจการบิน ไปจนถึงธุรกิจบันเทิง Virgin ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ดิสรัปต์คนทุกแวดวงโดยเปิดตัวเว็บไซต์ “Virgin Disruptors” และต่อมาก็ยังเปิดตัวโครงการท่องอวกาศภายใต้ชื่อ “Virgin Galactic”

Disruptive-Brands-17-virgin

#18 Sony

นอกจากจะดิสรัปต์วิถีการฟังเพลงและชมวิดีโอของคนในยุค 1980 แล้ว Sony ยังทำให้คนในปี 1960 ช็อกไปตาม ๆ กันเมื่อเปิดตัวทีวีสีออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ในปี 1979 เครื่อง Walkmanของ Sony ก็ทำให้การฟังเพลงของคนสมัยนั้นเปลี่ยนไปอีกด้วย เพราะการมีซาวอะเบาท์เครื่องเล็กเล่นเทปคาสเซ็ทต์ได้ในระหว่างเดินทางไปไหนมาไหนมันทำให้ชีวิตดูมีความสุขในทุกวินาที

Disruptive-Brands-18-sony

#19 Google

คงไม่ต้องสงสัยว่า Googleแทบจะอยู่ในชีวิตประจำวันของคนค่อนโลก เพราะใครที่คิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกก็ต้องมานั่งถามอากู๋  Google กันก่อน ขนาดเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องมาปรึกษาอากู๋ “Google it”ก่อนไปหาหมอกันด้วยซ้ำ Google ในปัจจุบันเป็นแบรนด์ที่ทำมากกว่าการเป็น Search Engineแต่ยังทำสมาร์ทโฟน, Virtual Assistantและปัจจุบัน Googleก็ยังให้นักพัฒนาด้านไอทีเข้ามาพัฒนาแอพพลิเคชันที่เป็น machine-learningได้เองอีกด้วย

Disruptive-Brands-19-google

#20 FedEx

FedEx ดิสรัปต์โลกโลจิสติกส์มานานมาก เมื่อ Fred Smith ซื้อบริษัทการบินแห่งหนึ่งเพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนงานด้านส่งพัสดุให้สามารถส่งได้ทั่วโลก ซึ่งสมัยก่อน การส่งพัสดุข้ามทวีปในระยะเวลาอันสั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก FedExเป็นอีกตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของชายผู้หนึ่งที่มีวิสัยทัศน์อยากจะเปลี่ยนโลก และสร้างคอนเซปต์ “express mail”ไปทั่วโลก

Disruptive-Brands-20-fedex

#21 Ford Motors

แม้ Fordจะไม่ใช่ผู้ที่ผลิตรถยนต์เป็นเจ้าแรก แต่ Ford เข้ามาดิสรัปต์และมีบทบาทอย่างมากในอุตสาหกรรมการขนส่งในปี 1913 Fordได้เปลี่ยนโลกโดยทำให้รถยนต์ราคาแพงสามารถหาซื้อได้โดยครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไป เพราะสมัยก่อน ชนชั้นสูงเท่านั้นที่จะมีรถเป็นของตัวเองได้ ผลของการจำหน่ายรถยนต์จำนวนมากให้กับผู้ซื้อชนชั้นกลางทำให้แต่ละประเทศต้องมีการสร้างโทล์เวย์ ทำทางด่วน วางแผนและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ หากไม่มี Ford ในอดีต เราอาจยังต้องเดินไปทำงานกันอยู่ทุกวันนี้ก็ได้

Disruptive-Brands-21-ford-motor

#22 Gap

ในปี 1969 Don Fisherหาซื้อกางเกงที่มีขนาดของตัวเองที่พอดีไว้ใส่ไปทำงานไม่ได้ ดังนั้นเขาก็เลยตัดสินใจตั้งบริษัทเพื่อผลิตเสื้อผ้ายีนส์ของตัวเองขึ้น โดยเสื้อผ้าเหล่านี้มีทุกสีและทุกขนาด ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศทุกวัย ที่อยากจะใส่ยีนส์ไปทำงานกันภายใต้ชื่อ Gapและต่อมา Gap ดิสรัปต์วงการค้าปลีกด้วยการผลิตสินค้าที่โฟกัสเฉพาะกลุ่มลูกค้า โดยจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงและมีให้เลือกมากมายตามความต้องการของผู้ซื้อ โลกของค้าปลีกทุกวันนี้ได้เปลี่ยนไปและ Gap ก็ยังเป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำในด้านเสื้อผ้าที่หาซื้อได้ในราคาไม่แพงอีกด้วย

Disruptive-Brands-22-gap

#23 General Electric

GEเข้ามาดิสรัปต์วงการอิเล็กทรอนิกส์เพราะเป็นผู้นำในการผลิตหลอดไฟ มอเตอร์ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด หากไม่มี GE แล้ว เราอาจจะไม่เคยรู้จักคำว่าวิทยุเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ GE ยังทำการออกอากาศสัญญาณโทรทัศน์เป็นครั้งแรก และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไฟฟ้าของ GEยังทำให้เราได้รู้จักกับเครื่องยนต์เจ็ทในปี 1941 อีกด้วย หากไม่มี GE ในอดีต โลกของเราคงจะมืดไปหมดหลังพระอาทิตย์ตกดิน เพราะ GE นำทุกอย่างมาสู่โลก ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ไปจนถึงการขนส่ง และอื่น ๆ อีกมากมาย

Disruptive-Brands-23-GE

#24 Patagonia

Patagoniaไม่ได้เป็นแบรนด์ที่สร้างการดิสรัปชันโดยตรง แต่กิจกรรมที่แบรนด์ทำต่างหากที่ดิสรัปต์วิถีชีวิตผู้คน Patagoniaเป็นที่รู้จักกันว่าได้สร้างกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อเปลี่ยนโลกและผลิตสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดเสมอมา Patagoniaสร้างความแตกต่างจากบรรดาผู้เล่นในตลาดค้าปลีก เช่น พยายามบอกลูกค้าเสมอว่า อย่าซื้ออะไรที่ตัวเองไม่จำเป็นต้องใช้ และให้คิดก่อนใช้เงินซื้อสินค้าในร้านเสมอ

Disruptive-Brands-24-Patagonia

#25 IBM

IBM เป็นที่รู้จักกันทั่วอเมริกาและได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่ดิสรัปต์ไปทั่วภูมิภาคด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่เป็นนวัตกรรมมากมาย IBM เปิดตัวเทคโนโลยีสู่โลกด้วยตั้งเป้านำโซลูชันที่อัจฉริยะที่สุดมาช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ และทุกวันนี้ โซลูชัน IBM ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม นับตั้งแต่ นาโนเทคโนโลยี ไปจนถึง เมนเฟรมคอมพิวเตอร์

Disruptive-Brands-25-IBM

 

ทำไมเราต้องการ “Disruptive Marketing”

ทั้ง 25 แบรนด์เป็นตัวอย่างที่ดีของการเกิดดิสรัปชันและทำให้วิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่สร้างดิสรัปชันได้จะเห็นว่าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ และช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของใครหลาย ๆ คนง่ายขึ้น มีนวัตกรรมมากขึ้น และดีขึ้น

คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จเหมือนแบรนด์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ในความเป็นจริง นักการตลาดหรือแบรนด์ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องเอาอย่างหรือก็อปปี้กลยุทธ์ของแบรนด์ข้างต้น แต่หัวใจสำคัญคือ จะทำยังไงให้แบรนด์ของคุณหรือสินค้าของคุณโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งที่กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของคุณอยู่ และในขณะที่การสร้างความแตกต่างเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก แบรนด์ที่สร้างดิสรัปชันจะสร้างชุมชนและผู้ติดตามที่ช่วยปูทางให้แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และหากคุณกำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ให้กับบริษัท ให้ถามตัวเองก่อนเสมอว่าเราจะทำยังไงให้แตกต่างจากคู่แข่ง

 

บทความโดย Steve Harvey
จากบทความ 25 disruptive brands that changed the world you live in


  • 1.3K
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Lilly
วณิชชา สุมานัส