เปิดเส้นทางแนวคิด KCG ผู้ผลิต “เนย” และชีสภายใต้ Brand Allowrie และ Imperial อันดับ 1 ของเมืองไทย

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เกาะติดเส้นทางอาณาจักรเนยอันดับ 1 ของเมืองไทย KCG Corporation” ที่หลายคนรู้จักในนาม กิมจั๊วกรุ๊ป ในภาพยนตร์โฆษณาเรื่องล่าสุด “รักกันยาวๆ” ของธนาคารกรุงไทย เนื้อหาที่ถ่ายทอดคือพัฒนาการจากห้างหุ้นส่วนจำกัดที่ก่อตั้งในปี 2501 จนมาเป็น KCG Corporation บริษัทแถวหน้าในธุรกิจด้านการนำเข้าและผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเช่น เนย ชีส และขนมสำเร็จรูปรายใหญ่ระดับประเทศ

เมื่อถามว่า KCG มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร “ตง ธีระนุสรณ์กิจ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท KCG ยอมรับในวิดีโอว่าความสำเร็จทั้งหมดไม่ได้เกิดจากความมุ่งมั่นและความสามัคคีเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การมีพาร์ทเนอร์ที่ดี ซึ่งใส่ใจเหมือนเพื่อน และดูแลกันมายาวนาน

คำพูดนี้สะท้อนพลังสินเชื่อผ่อนยาวของธนาคารกรุงไทย เพราะ KCG คือหนึ่งในลูกค้าตัวจริงที่โดดเด่นเรื่องศักยภาพ สามารถตอกย้ำจุดยืนของธนาคารเรื่องพร้อมเคียงข้างต่อยอดธุรกิจได้ชัดเจน และมีส่วนเสริมให้ KCG เติบโตไม่สะดุด โดยเฉพาะในวันที่ KCG กำลังเร่งเครื่องยกระดับตัวเองเพื่อก้าวสู่ระดับโลก

โรงงานคือหัวใจ

KCG ถือเป็นบริษัทที่มีประวัติน่าสนใจเรื่องการลงทุนขยายโรงงาน ราว 14 ปีหลังจากก่อตั้ง KCG เปิดโรงงานแห่งแรกบนถนนบางนา-ตราดในปี 2515 เวลานั้นบริษัทได้รับคำปรึกษาในช่วงเริ่มการผลิตจากบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย ผู้ผลิตเนย “อลาวรี่” จนกระทั่งมีการขยายสายการผลิตไปสู่สินค้ากลุ่มคุกกี้ แยมผลไม้ และเยลลี่สำเร็จรูป หนึ่งในสินค้าเด่นคือคุกกี้เนยกล่องแดงแบรนด์อิมพีเรียลที่หลายคนคุ้นเคยดีช่วงปีใหม่หรืองานแต่งงาน

13 ปีต่อมา โรงงานแห่งที่ 2 ขนาดพื้นที่ 42 ไร่ก็เปิดทำการเพิ่มเติมในปี 2528 เป้าหมายของโรงงานใหม่คือเพื่อรองรับธุรกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผลิตบิสกิต ขนมอบ และน้ำตาลก้อน

ต่อมาปี 2555 โรงงานแห่งใหม่ก็ถูกเปิดทำการเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเนย ชีส เพื่อการขยายตลาดสู่ประเทศในกลุ่มอาเซียน พร้อมกับการสร้าง KCG Excellence Center ขึ้นมาเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงเป็นศูนย์กลาง R&D ของ KCG ด้วย จุดนี้เองถือเป็นพัฒนาการสำคัญของ KCG โดยมีกรุงไทย เข้ามาช่วยสนับสนุน ซึ่งจำเป็นต้องใช้สินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำและเงื่อนไขที่พิเศษเพื่อให้ KCG สามารถบริหารระบบการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธนาคารกรุงไทยนำเสนอโปรดักต์ “สินเชื่อ SME รักกันยาวๆ” ในโฆษณาเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ ให้สามารถกู้เงินและผ่อนได้นานสูงสุด 10 ปี  ยิ่งหากเป็นอาคารพาณิชย์จะผ่อนได้นานสูงสุด 20 ปี โดยที่ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% วงเงินสินเชื่อสูงสุด 100 ล้านบาท

ทุนพร้อมธุรกิจยิ่งพร้อม

ผู้บริหาร KCG ย้ำว่าเงินทุนเหล่านี้สามารถพลิกวิกฤติและต่อยอดธุรกิจจากฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็สามารถขยายการผลิตด้วยการสร้างโรงงานและอาคาร ที่สำคัญคือกรุงไทยมีเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าอย่างดี คอยติดตามให้คำปรึกษาเป็นเพื่อนคู่คิด จนทำให้จากที่เคยเป็น SME ปัจจุบัน KCG เติบโตเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจเนยและชีสรายใหญ่ของประเทศ

เรื่องเล่าของ KCG สามารถย้ำจุดเด่นของธนาคารกรุงไทยได้ นั่นคือการไม่ได้ใส่ใจเฉพาะเรื่องการเงิน หรือการให้ลูกค้าผ่อนสินเชื่อในระยะยาวเท่านั้น แต่เน้นดูแลลูกค้าตามนโยบายที่ธนาคารกรุงไทยชูจุดยืน “เคียงข้างธุรกิจคุณ” โดยโฟกัสที่การเป็นพันธมิตรเคียงข้างประชาชนคนไทย ซึ่งหากธุรกิจมีวิกฤติ ธนาคารจะไม่ปล่อยให้ลูกค้าผจญความท้าทายเพียงลำพัง กลายเป็นความใส่ใจเหมือนเพื่อน ที่ดูแลกันยาวนานจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

สู่วิสัยทัศน์ยั่งยืน

วิสัยทัศน์ของ KCG Corporation คือ เราจะเป็นบริษัทชั้นนำ ในการเสนอผลิตภัณฑ์จากนมและอาหารรสเลิศ รวมทั้งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มุ่งมั่น เพื่อการดำเนินชีวิตที่ทันสมัย

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ KCG จะต้องสร้างสรรค์ และเลือกสินค้าที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมจากทั่วมุมโลก ควบคู่กับการผสมผสานความรู้ความเข้าใจในรสชาติแบบต้นตำรับ กับกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และได้มาตรฐานระดับสากล เป้าหมายยิ่งใหญ่เช่นนี้ต้องการแรงหนุนอื่นนอกจากบริการสินเชื่อ ซึ่งธนาคารกรุงไทยสามารถตอบโจทย์ KCG ได้ด้วยการมอบคำแนะนำเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ทำให้ KCG มีการบริหารต้นทุนของการนำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศด้วยดีมาโดยตลอด

บทสรุปของเรื่องราวจาก KCG และ ธนาคารกรุงไทย จึงเป็นกรณีศึกษายอดเยี่ยมถึงโอกาสที่ SME จะเติบโตระดับโลกได้ไม่สะดุดพร้อมกับพันธมิตร สมกับแท็คไลน์ในโฆษณาที่ว่า “พาร์ทเนอร์ที่ดี เหมือนกับเนยที่อร่อยไม่รู้ลืม”

และสำหรับคุณผู้อ่านที่อยากมีพาร์ทเนอร์ที่ดีเช่นเดียวกันนี้ ธนาคารกรุงไทยมีนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ขอเพียงเป็นผู้ประกอบการ SMEs มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจที่ขอสินเชื่อ 3 ปีขึ้นไป และมียอดขาย 100 ล้านบาท/ปีขึ้นไป หรือต้องการขอสินเชื่อไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ รวมถึงขยายกิจการ ลงทุน ซ่อมแซม ปรับปรุงสินทรัพย์ถาวรและ Permanent Trading Asset ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ sme.ktb.co.th


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
CLOSE
CLOSE