ประกาศแล้ว Daimler ค่ายรถหรูจากเยอรมนี ร่วมทุน Geely ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน พัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ smart

  • 92
  •  
  •  
  •  
  •  

daimler

วันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา กลุ่ม Daimler ได้ออกประกาศแจ้งนักลงทุนถึงการร่วมทุนข้ามโลกระหว่างกลุ่ม Daimler AG เจ้าของแบรนด์รถหรูสัญชาติเยอรมนีอย่าง Mercedes-Benz กับ Zhejiang Geely Holding บริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติจีน และเป็นเจ้าของแบรนด์รถหรูอย่าง Volvo ขณะที่ผู้ก่อตั้ง Geely ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Daimler AG อีกด้วย โดยทั้งสองยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์โลกได้ตกลงที่จะพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ smart เพื่อลุยตลาดจีนและรุกตลาดโลก

แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า Daimler AG และ Geely Holding ได้ร่วมลงทุนกันในสัดส่วน 50:50 เพื่อลุยพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ “smart” ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่รองรับการใช้งานของคนเมืองยุคดิจิทัล โดยเป็นแบรนด์ในกลุ่ม Daimler ที่มีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ จากความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ในอนาคต ประเทศจีนจะกลายเป็นฐานการผลิต smart มีหน้าที่ผลิตเพื่อขายในประเทศจีนและส่งออกไปขายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีการวางแผนว่า smart รุ่นใหม่ จะเป็นถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยการดูแลด้านดีไซน์และสไตล์ของรถจะมาจากทีมงานฝั่ง Mercedes-Benz ส่วนงานด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์เป็นหน้าที่ของ Geely โดยรถ smart โฉมใหม่นี้ถูกกำหนด “จุดยืนทางการตลาด (Market Positioning)” เป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มออกขายในปี 2022

smart-daimler-ev

ปัจจุบัน smart มีลูกค้าอยู่ประมาณ 2.2 ล้านคน โดยโรงงานผลิต smart อยู่ที่เมือง Hambach ประเทศเยอรมนี ซึ่งในอนาคตหลังจากที่ smart ย้ายไปตั้งฐานการผลิตที่ประเทศจีน โรงงานแห่งนี้ก็จะทำหน้าที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ Compact EV ภายใต้แบรนด์ EQ ซึ่งเป็นแบรนด์ย่อยของ Mercedes-Benz ที่ทำหน้าที่ผลิตเกี่ยวกับระบบอัจฉริยะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ดี การร่วมทุนดังกล่าวยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งจะมีการสรุปอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังมีที่จะแผนร่วมทุนสร้างแพลตฟอร์มบริการเรียกรถระดับพรีเมี่ยม (Premium Ride Hailing Service) ในประเทศจีน โดยอยู่ภายใต้การทำสัญญาระหว่างบริษัทในเครือ ได้แก่ Daimler Mobility Services และ Geely Technology Group

ทั้งนี้ การประกาศร่วมทุนกับกลุ่ม Geely ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงประมาณ 1 เดือนหลังการประกาศร่วมทุนกับค่ายรถหรูที่เป็นเพื่อนร่วมชาติและเป็นคู่แข่งตลอดกาลอย่างกลุ่ม BMW ซึ่งมูลค่าการร่วมทุนสูงถึง 1,000 ล้านยูโร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มเพื่อรองรับเทรนด์ในการให้บริการสำหรับ Urban Mobility ทั้งเรื่องของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า, รถไร้คนขับ และบริการ on-demand mobility หรือแพลตฟอร์มสำหรับ Car Sharing และ Ride Hailing Service

การร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในโลกธุรกิจนั้น ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เพราะคู่แข่งที่แท้จริงและน่ากลัวยิ่งกว่าสำหรับโลกธุรกิจวันนี้ คือ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!! 


  • 92
  •  
  •  
  •  
  •  
Tummy
Tummy
เมื่อไหร่ที่หยุดพัฒนาตัวเอง ถึงแม้เราไม่ได้ถอยหลัง แต่โลกก็จะทิ้งเราไว้ข้างหลังและหนีห่างออกไป จนวันหนึ่งเมื่อตื่นมา เราอาจรู้สึกแปลกแยก ... มาเปิดโลกทัศน์ แล้วสนุกกับทุกความเคลื่อนไหวในโลกใบนี้ไปพร้อมกันนะคะ
Top