เกาะเก้าอี้ให้แน่น เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ !! จากข่าว Pandora สู่สัญญาณเศรษฐกิจไม่สู้ดี

  • 433
  •  
  •  
  •  
  •  

Pandora

หลายคนอาจกำลังตกใจกับข่าว Pandora มีแผนจะปลดพนักงานเพิ่มอีก 1,200 คนในฝ่ายผลิต หลังจากที่ปลดไปแล้วราว 700  คนเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานผลิตของบริษัทเครื่องประดับจากยุโปรแบรนด์นี้อยู่ในเมืองไทย นั่นหมายความว่ากำลังจะมีคนไทยตกงานอีกประมาณ 1,200 คน โดย ณ​ สิ้นปี 2018 พนักงานของ Pandora ทั่วโลกมีประมาณ 32,000 คน โดยอยู่ในประเทศไทยทั้งสิ้น 14,000 คน   

แผนการลดกำลังคนดังกล่าว ปรากฏในแผนการลดต้นทุนของบริษัท อันเนื่องมาจากผลกำไรที่ลดลงอย่างมากตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 1 ของปีนี้ ​โดยผลประกอบการไตรมาสแรกของปี มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 797 ล้านโครนเดนมาร์ก ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1,159 ล้านโครนเดนมาร์ก 

ยังไม่รู้ว่าตามแผนการลดต้นทุนของ Pandora จะต้องปลดพนักงานอีกมากน้อยแค่ไหน และจะกระทบกับแรงงานไทยเพิ่มมากกว่านี้อีกหรือไม่ … แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ได้แน่ ๆ คือ นี่เป็นหนึ่งสัญญาณที่บอกว่าเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว และผลจากเศรษฐกิจโลกนี้กำลังส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม

 pandora-staff-crisis

แต่ที่สำคัญคือ Pandora ไม่ใช่บริษัทระดับโลกแห่งแรกของปีนี้ ที่ประกาศปรับลดพนักงาน และแน่นอนว่าไม่ใช่แห่งสุดท้ายของปีนี้ เช่นกัน…

4 เดือนแรก หลายธุรกิจปลดพนักงานแล้วหลายพันคน

General Motors หรือ GM ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ประกาศตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าจะปรับลดพนักงานกว่า 14,000 ตำแหน่ง หรือ 15% ของพนักงานทั้งหมดภายในปี 2019 โดยจะระงับการผลิตในโรงงานผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ 5 แห่ง และนอกทวีปอเมริกาเหนืออีก 3 แห่ง ซึ่งแผนลดคนงานดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในแผนลดค่าใช้จ่ายขององค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนปฏิรูปองค์กร GM

ต้นปี 2109 ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ Jaguar Land Rover (JLR) ซึ่งปัจจุบันมียักษ์ใหญ่สัญชาติอินเดีย คือ TATA Motors เป็นเจ้าของ ก็ได้ประกาศจะปลดพนักงานอีกกว่า 4,500 ตำแหน่ง หลังจากผลการดำเนินงานปี 2018 ขาดทุนสูงกว่า 350 ล้านปอนด์ โดยปี 2018 ปลดไปแล้ว 1,500 ตำแหน่ง

tesla model 3
ด้วยความพยายามให้ราคาถูกลง Elon Musk จึงต้องลดต้นทุนด้วยการลดพนักงานลง

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ค่ายรถไฟฟ้าอย่าง Tesla ก็ประกาศปลดพนักงาน Tesla ออกประมาณ 7% จากจำนวนพนักงานราว 45,000 คน หรือประมาณกว่า 3,100 คน  โดยให้เหตุผลว่าเพื่อลดต้นทุนในการผลิตรถยนต์รุ่น Tesla Model 3 ซึ่งถูกวางไว้ว่าจะเป็นรุ่นที่จะตั้งราคาถูกลงกว่ารุ่นท็อปและรุ่นกลางที่ออกมาก่อนหน้านี้ ในเวลาเดียวกัน Space X ก็จะลดพนักงานลง 10% จากปัจจุบันกว่า 6,000 คน 

ตามมาด้วยค่าย Ford Motors  ก็ไม่น้อยหน้า ประกาศปลดพนักงานกว่า 5,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี ทั้งนี้เพื่อปรัดลดค่าใช้จ่ายให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว​ 

ข้ามมาฝั่งญี่ปุ่น เมื่อต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ทางด้าน Sony ประเทศญี่ปุ่น ก็เพิ่งประกาศจะทยอยลดพนักงานในส่วนของธุรกิจมือถือซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 4,000 คน ให้เหลือเพียง 2,000 คน ภายในปี 2020 เนื่องจากธุรกิจมือถือของ Sony ขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนโลกที่ลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือไม่ถึง 1% ขณะที่บริษัทผลิตเครื่องใช้ร่วมชาติอย่าง Toshiba ก็ประกาศแผนปรับลดพนักงาน 7,000 คน  หรือคิดเป็น 5% จากแรงงานทั้งหมด ภายใน 5 ปีข้างหน้านับจาก ปี 2018 

sony phone

ในส่วนของบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง PepsiCo ก็มีแผนจะปรับลดพนักงาในหลายออฟฟิศหลายประเทศ โดยเป็นแผนต่อเนื่องจากตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปี 2023 ซึ่งในปี 2018 ได้ประกาศว่าจะลดพนักงานลง 1% จากทั้งหมด 110,000 คน ทั้งนี้ เป้าหมายในการปรับลดพนักงานครั้งนี้ เพื่อปรับองค์กรให้ Lean & Agile ขึ้น  

ข่าวลดพนักงานเกิดขึ้นแม้แต่อุตสาหกรรม “ดาวรุ่ง” อย่างวงการเกม

เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา บริษัทนักพัฒนาและจำหน่ายเกมยักษ์ใหญ่จากอเมริกา ที่มีชื่อว่า Electronic Arts เจ้าของเครื่องหมายการค้าในเกมประเภทกีฬา EA Sports และเป็นเจ้าของเกมดังมากมาย อาทิ The Sims, Battle Field ฯลฯ ก็เพิ่งประกาศปลดพนักงานออก 350 คน จากพนักงานทั้งหมดกว่า 9,000 คน ขณะที่ค่ายคู่แข่งร่วมสัญชาติ อย่าง Activision-Blizzard ก็เพิ่งปลดพนักงานกว่า 800 ชีวิต ไปก่อนหน้านั้นไม่นาน

EA game
บางส่วนของเกมขึ้นชื่อของค่าย EA หนึ่งในผู้ผลิตเกมรายใหญ่ของโลก

แม้แต่สื่อออนไลน์อย่าง BuzFeed ที่มีพนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก ก็ประกาศจะปรับลดพนักงาน  โดยมีเป้าหมายจะลดพนักงานลง 200 คน ขณะที่บริษัทอย่าง Verizon Media Group เจ้าของ HuffPost Yahoo และ AOL ก็มีประกาศว่าอาจจะต้องเลิกจ้างพนักงานถึง 800 คน

นอกจากนี้ ยังมีการเลิกจ้างพนักงานในวงการสื่อต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากเมื่อช่วงต้นปี รวมถึงการตกงานของพนักงานหลายแห่งที่บริษัทต้องปิดตัวหรืออยู่ในภาวะล้มละลาย เช่น Jet Airways หรือธุรกิจรีเทลหลายแบรนด์ในอเมริกา ที่ไม่รู้ว่าจะต้องมีพนักงานตกงานอีกกี่หมื่นตำแหน่ง

กลับมาประเทศไทย เมื่อช่วงต้นปี ข่าวการปรับโครงสร้างองค์กรของ SCB ภายใต้ธีม Digital Transformation และการสร้างบรรยากาศการทำงานแบบ Agile Organization มาพร้อมกับข่าวการปรับลดจำนวนสาขา ซึ่งแฝงนัยของการปรับลดคน ทั้งนี้ เป้าหมายที่ผู้บริหาร SCB ประกาศไว้คือ ภายใน 3 ปีนี้ SCB จะลดสาขาลงเหลือ 400 สาขา จากกว่า 1,100 สาขา และลดพนักงานเหลือ 15,000 คนจาก 27,000 คนในปัจจุบัน เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามาทดแทนการทำงานของพนักงานและสาขาได้ในหลาย ๆ ส่วน

ขณะที่ข่าวการควบรวมระหว่าง ธนาคารธนชาต และ TMB ที่อาจกระทบต่อจำนวนสาขาที่ลดลง ส่งผลต่อจำนวนพนักงานที่อาจจะต้องลดลงเช่นกัน ก็เรียกได้ว่า สร้างความตื่นตระหนกให้กับพนักงานทั้ง 2 ธนาคารอยู่ไม่น้อย

เนื่องจากธุรกิจธนาคารถูกคาดหมายว่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่ถูกกระทบจากเทคโนโลยีดิสรัปชั่น (Technology Disruption) ดังนั้น คนในวงการธนาคาร จึงเรียกได้ว่า อกสั่นขวัญแขวนมาตลอดในช่วง 1-2 ปีมานี้ แม้ว่าจะมีบางธนาคาร เช่น  กสิกร และกรุงไทย จะออกมายืนกรานว่าจะไม่ปลดจำนวนพนักงาน

แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้สร้างความมั่นใจเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะยังมีอีกปัญหาหนักที่ธุรกิจธนาคารยังต้องเผชิญในปีนี้ นั่นคือ เศรษฐกิจที่ไม่ดีย่อมส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธนาคารทั้งทางตรงและทางออม​

store-closing
Photo Credit : Shutter Stock

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบางส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการประกาศแผนลดคนงานอย่างเป็นทางการ … นี่ยังไม่นับรวมวงการสื่อที่ทยอยปิดตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ และอาจจะมีตามมาอีกในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีการปิดตัวของเหล่าธุรกิจ SME ต่างๆ

อาจเรียกได้ว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีแห่งการ Lay-off พนักงานครั้งใหญ่อีกปี (ต่อเนื่องจากปี 2018) สิ่งที่ Oops! นำเสนอนี้ ไม่ได้อยากให้ทุกคนตกใจกลัว! เพียงแต่อยากบอกว่า….

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มไม่สดใส เศรษฐกิจไทยก็ยังไม่มีแสงสว่างนำทาง อะไรก็เกิดขึ้นได้กับ “เก้าอี้” และความมั่นคงในชีวิตคุณ …ฉะนั้นใครที่ยังมีงานทำ ก็จงรักงานที่ตนทำ และทำงานที่ตนรักต่อไปให้ดี และระหว่างที่ยังมีรายได้เข้ามาทุกเดือน ก็ควรหมั่นเก็บออมและลงทุน (ที่ความเสี่ยงไม่สูงมาก) เอาไว้บ้าง !!  


  • 433
  •  
  •  
  •  
  •  
Tummy
Tummy
เมื่อไหร่ที่หยุดพัฒนาตัวเอง ถึงแม้เราไม่ได้ถอยหลัง แต่โลกก็จะทิ้งเราไว้ข้างหลังและหนีห่างออกไป จนวันหนึ่งเมื่อตื่นมา เราอาจรู้สึกแปลกแยก ... มาเปิดโลกทัศน์ แล้วสนุกกับทุกความเคลื่อนไหวในโลกใบนี้ไปพร้อมกันนะคะ
CLOSE
CLOSE