‘CEO เสียวหมี่’ เผยถึงกลยุทธ์และเส้นทางสู่ความสำเร็จของแบรนด์ในทศวรรษหน้า

  • 711
  •  
  •  
  •  
  •  

‘เสียวหมี่’ (Xiaomi) เป็นแบรนด์ที่ถือว่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและเพิ่งจะครบรอบ 10 ปีของการดำเนินธุรกิจไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งในโอกาสดังกล่าว ‘เหลย จุน’ ผู้ก่อตั้ง ประธานบริหารและ CEO ของเสียวหมี่ ได้ประกาศถึงกลยุทธ์และเส้นทางที่จะพาเสียวหมี่สู่ความสำเร็จหมี่ในอีก 10 ปีข้างหน้า ได้แก่ ‘สมาร์ทโฟน x AIoT’ , ‘แนวทาง 3 ประการ’ และ ‘การกลับมาเป็นสตาร์ทอัพอีกครั้ง’

ประการแรก การอัพเกรดกลยุทธ์หลักสู่การเป็น “สมาร์ทโฟน x AIoT”

เหลย จุน บอกว่า ความฝันของเสียวหมี่ตั้งแต่แรกเริ่มคือ “การสร้างโทรศัพท์ที่ดีที่สุดในโลก และจำหน่ายในราคาเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อให้ทุกคนสามารถซื้อได้” และในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาธุรกิจสมาร์ทโฟนเป็นหัวใจหลักของเสียวหมี่ โดยเมื่อการเชื่อมต่ออัจฉริยะผสานเข้ากับชีวิตของเรามากขึ้น ด้วยกลยุทธ์หลัก “สมาร์ทโฟน x AIoT” จะมาช่วยเสริมสร้างผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยธุรกิจ AIoT จะช่วยทำให้ธุรกิจสมาร์ทโฟนขยายไปสู่การมีแอปพลิเคชันที่มากขึ้น ชนะใจผู้ใช้มากขึ้น และในที่สุดก็สร้างความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจให้กับโมเดลทางธุรกิจของเรา สิ่งนี้จะช่วยให้ทุกคนในโลกมีชีวิตที่ดีขึ้นผ่านเทคโนโลยีและทำให้เราเป็นผู้นำทางวิถีชีวิตในอนาคตอย่างแท้จริง

ประการที่สอง “แนวทาง 3 ประการ” ที่จะยึดมั่นในทศวรรษหน้า

1.เราจะไม่หยุดที่จะคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมและนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดให้กับทุกคน

2.เราจะยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราส่วนราคาต่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

3.เราจะพยายามสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด

 

ผู้ก่อตั้ง และ CEO เสียวหมี่ เชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การแสวงหานวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสามารถในการแข่งขันของเสียวหมี่เสมอ รวมไปถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในราคาที่เข้าถึงได้และเป็นจริง จึงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้เสมอในทุกวงจรของเศรษฐกิจ และหลักการทั้งสามนี้รับประกันถึงการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเป็นประกาศของเสียวหมี่สำหรับทศวรรษหน้า

ประการที่สาม การกลับมาเป็นสตาร์ทอัพอีกครั้งผ่านโครงการพาร์ทเนอร์ชิพ (Partnership Program) และสร้าง “ผู้ประกอบการแห่งทศวรรษใหม่” (New Decade Entrepreneur Program)

นับตั้งแต่วันแรก เสียวหมี่ได้สร้างวัฒนธรรมสตาร์ทอัพและพาร์ทเนอร์ชิพ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเราได้ดึงดูดผู้มีความสามารถจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดทีมสตาร์ทอัพที่ขยันขันแข็งและมีความสามารถสูง กระตุ้นการเติบโตอย่างรวดเร็วของเราพร้อมกับความสำเร็จที่โดดเด่นตลอดมา

ในทศวรรษที่กำลังจะมาถึงนี้ เสียวหมี่จะกลายเป็นสตาร์ทอัพอีกครั้งและจะยังคงดึงเอาผู้มีความสามารถเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่ง ด้วยความเป็นเจ้าของที่แข็งแกร่งและความรู้สึกถึงความทุ่มเทนี้ โดยโครงการพาร์ทเนอร์ชิพใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงเป็นการตัดสินใจในระดับองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมและค่านิยมของบริษัท ตลอดจนแนวคิดทางอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

นอกจากโครงการพาร์ทเนอร์ชิพแล้วยังได้ริเริ่ม “โครงการผู้ประกอบการแห่งทศวรรษใหม่” เพื่อนร่วมงานที่มีความสามารถสูง มีศักยภาพและผลงานดีที่สุดจำนวน 100 คนซึ่งเป็นตัวแทนของพันธกิจ วิสัยทัศน์และค่านิยมหลักของเสียวหมี่จะได้รับการคัดเลือกและให้รางวัลเป็นแพ็คเกจสำหรับผู้ประกอบการรุ่นแรก ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่มุ่งกระตุ้นให้พวกเขาอุทิศตนด้วยจิตวิญญาณของผู้ประกอบการและนำพาบริษัทสู่ระดับใหม่ในทศวรรษหน้า

ตามสุภาษิตที่ว่า “ถ้าอยากไปเร็ว ให้ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปไกล ให้ไปด้วยกัน”  

สุดท้าย ผู้ก่อตั้ง และ CEO เสียวหมี่ มั่นใจว่า เส้นทางแห่งความสำเร็จในอนาคตของเสียวหมี่จะเกิดจากความสามารถใหม่ ๆ ขององค์กร

 


  • 711
  •  
  •  
  •  
  •