103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

7 ข้อในการเพิ่ม Conversion Rate ให้กับการตลาดคุณ

posted by  112 views

การทำการตลาดนั้นสิ่งที่จำเป็นเป็นอย่างมาก คือการที่สามารถสร้างการขายหรือลูกค้าให้เกิดขึ้นมาได้นั้นเอง ซึ่งในทางดิจติทัลแล้วเรียกการเปลี่ยนแปลงจากผู้บริโภคมาสู่ลูกค้านี้ว่า Conversion ซึ่งจะมีการวัดค่าต่าง ๆ ออกมาเป็น Conversion Rate ว่าประสิทธิภาพทางการตลาดของตัวเองนั้นดีแค่ไหน ซึ่งด้วยวิธีการวัดแบบนี้จะทำให้นักการตลาดสามารถเห็นภาพได้ว่าจุดอ่อน จุดแข็งทางการตลาดตัวเองยังอยู่ที่ตรงไหน ทำอย่างไรที่จะรีดประสิทธิภาพขึ้นมาให้ได้มากที่สุดได้

daat4

ด้วยการสร้างประสิทธิภาพทางการตลาดแบบนี้ ทำให้ค่าต่าง ๆ ที่เป็น Vanity Metric ของนักการตลาดนั้นจะไม่ถูกวัดหรือไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับว่า ที่ลงทุนไปเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้จะสามารถทำการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นด้วยวิธีการ A/B Testing หรือถ้าเข้าใจเคล็ดลับบางอย่างก็สามารถนำปรับไปใช้ได้ทันทีที่จะทำให้การเกิดการขายเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก ซึ่งในวันนี้ผมจึงมี 7 เคล็ดลับในการเพิ่ม Conversion Rate ขึ้นมาให้กับการตลาดของนักการตลาดเอง

1. ส่ง Notification ไป จงทำให้มัน click ได้ : หลายครั้งนั้น นักการตลาดส่งข้อความออกไปหากลุ่มเป้าหมายด้วย Notification ต่าง ๆ แล้วหวังว่า Notification นั้นจะสามารถกระตุ้นผู้รับสารจนทำให้เกิดความอยากได้สินค้าขึ้นมา แต่ปราฏกว่า Notification นั้นกลับกลายเป็นแค่เครื่องมือในการแจ้งข่าวนั้นเพราะไม่สามารถกดอะไรได้เลย ทำให้ผู้รับข้อความได้แต่หยุดอยู่ที่ข้อความไปเลย ดังนั้นการส่ง Notification ใด ๆ ควรทำให้เกิดการกดได้ขึ้นมาถึงหน้าเว็บไซต์หรือหน้า Application ที่ต้องการเพื่อทำให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการได้ทันทีที่ต้องการขึ้นมา

2. ลองใช้สีและไอคอนของคุณเอง : สิ่งเล็ก ๆ น้อยสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย ก็คือการที่นักการตลาดนั้นลองใช้สีและไอคอนต่าง ๆ ที่แบรนด์ตัวเองใช้ดู เพราะด้วยการใช้อะไรที่แปลกตาไป ย่อมทำให้เกิดจุดสนใจมากกว่าการใช้ไอคอนหรือสีทั่ว ๆ ไปที่ทุกคนใช้กัน ทำให้ผู้ผู้บริโภคสามารถมองข้ามไปได้ แต่การใช้สีและไอคอนตัวเองกลับสร้างความสนใจจนเกิดการกดได้มากกว่าเดิม

perfect-landing-page-design

3. อย่างลืมทำเพื่อมือถือ : ในยุคนี้ที่ผู้บริโภคนั้นใช้มือถือเป็นส่วนใหญ่ การคิดเพื่อมือถือนั้นจึงจำเป็นอย่างมาก ด้วยการที่ไม่ได้คิดเผื่อสำหรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการในมือถืออาจจะทำให้คุณพลาดกับลูกค้าหลาย ๆ คนไปได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อเข้ามาแล้วใช้บนมือถือหรือจะทำการซื้อขายบนมือถือแล้วมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ก็อาจจะทำให้ออกจากการซื้อได้เลย ทำให้คุณนั้นสูญเสีย Conversion rate ไปอย่างง่ายดาย ยิ่งถ้าคุณทำ Notification ผ่านมือถือแล้วละก็ การให้ผลการออกแบบแสดงบนมือถือได้ดีนยั้นจึงมีความจำเป็น

4. อย่าทำ Notification แรกให้ดีเลย์ : การทำ Notification ที่ดีนั้นจะต่างจากการทำโฆษณา Pop up ที่เห็นกันตามเว็บไซต์แล้วเกิดความน่ารำคาญ แต่การทำ Notification นั้นสามารถสร้างให้เป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ได้ และเมื่อมีใครที่เข้ามาที่เว็บไซต์หรือ Application คุณ การทำให้โชว์ Notification ทันทีนั้นมีผลอย่างมากที่จะจูงใจให้ผู้ที่เข้ามายังเว็บไซต์หรือ Application นั้นเกิดการปฏิสัมพันธ์ที่เป็น Conversion ต่างๆ ขึ้นมา

5. ปล่อยให้พักหายใจระหว่าง Notification บ้าง : ผู้ที่เข้ามายัง Website หรือ Application ของคุณนั้นมีความต้องการอะไรบางอย่างและมีความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ คนเหล่านี้มาเพื่อหาข้อมูล เรียนรู้ ดูวิดีโอต่าง ๆ ก่อนที่จะทำการลงชื่อสมัครหรือซื้อใช้สินค้าและบริการต่อไป ดังนั้นนี้จึงเป็นเหคุผลสำคัญว่าทำไมคุณต้องปล่อยให้ผู้ที่เข้ามายังพื้นที่คุณนั้นมีเวลาได้พักหายใจก่อนที่จะส่ง Notification ตามเข้าไป ซึ่งก็เพราะจะทำให้ผู้บริโภคมีเวลาได้ศึกษาข้อมูล มีความสนใจเต็มที่กับเนื้อหาต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ ซึ่งการส่งข้อความไปในระหว่างนั้นจะเป็นการรบกวนจนทำให้เกิดการหนีได้

20150820164029-marketing-marketers-charts-laptop-higlight

6. มีเวลาให้อ่าน Nitification บ้าง : โดยทั่วไปแล้ว คนนั้นจะสามารถอ่านข้อความได้ประมาณ 200-400 ข้อความต่อนาที หรือประมาณ 4 คำต่อวินาที ดังนั้นถ้า Notification ของคุณมีคำต่าง ๆ รวมทั้งมี animation icon สิ่วงที่คุณควรทำคือการนับคำต่าง ๆ รวมทั้ง icon นั้นออกมาเพื่อตีเวลาว่าผู้บริโภคน่าจะใช้เวลาอ่านข้อความนี้ประมาณเท่าไหร่ และใช้เวลาเท่าไหร่ในการทำความเข้าใจ แปรผลภาพต่าง ๆ จนเกิดการกระทำต่อไปได้ขึ้นมา ด้วยการให้เวลาที่พอดีเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดการสร้าง conversion ที่ดีขึ้นมาได้

7. ทำให้ง่าย : สุดท้ายที่จะสามารถช่วย Conversion Rate ของนักการตลาดให้ดีขึ้นได้มานั้น คือการทำข้อความต่าง ๆ หรือ notification ต่าง ๆ นั้นมีความง่ายอย่างมากต่อความเข้าใจ ทำให้ผู้บริโภคที่อ่านเนื้อหาไม่ต้องประมวลผลมาก หรือตีความข้อความนั้นมาจนเกินไป แถมข้อความควรสื่อตรง ๆ และมีโฟกัสให้ดีว่าอยากจะให้ผู้บริโภคทำอะไรต่อไป ไม่จำเป็นต้องมีรายละเอียดเยอะแยะจนน่ารำคาญ ซึ่งด้วยวิธีนี้จะทำให้เกิดการสมัครหรือการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE OFFICIAL ACCOUNT แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


3 + = nine

Recent Posts

Facebook