103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

วิธีทำงานเพื่อตามโลกให้ทัน ระหว่าง Agency และ Clients เอง

posted by  6,518 views

เคยไหมที่ทำงานกับลูกค้า หรือทำงานกับเอเจนซี่มีความรู้สึกว่าจะไปไม่รอดอย่างแน่นอน ล้มลุก ขลุกขลักตลอดเส้นทางการทำงาน เพราะนั้นเป็นการมองบทบาทกันคนละแบบ และคิดกันคนละแบบรึเปล่า ทำให้ทำงานกันนั้นอาจจะไปไม่รอดได้ ลองกลับมาคิดทบทวนว่าลูกค้าเลือก Agency มาทำงานเพราะอะไรและ Agency ทำงานให้ลูกค้าเพราะอะไร

ด้วยการที่โลกมันหมุนเร็วมาก เทคโนโลยีและผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ความสัมพันธ์ของ Agency และลูกค้า นั้นต้องมีความแน่นแฟ้นและเข้าใจกันมากขึ้นในเรื่อง งบประมาณที่ใช้อย่างฉลาดขึ้น เทคโนโลยีที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับงาน ช่องทางสื่อสารที่แตกกระจายและการที่ผู้บริโภคเป็นใหญ่มากขึ้น แน่นอนนักการตลาดในแบรนด์ส่วนใหญ่อยากจะตามการตลาดที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้ทันและเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งทำให้นักการตลาดในแบรนด์นั้นต้องการ Agency ที่มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นในการทำงาน และคิดอะไรที่นอกกรอบกว่างานที่ทำ จากความต้องการเหล่านี้เองทำให้ Agency นั้นต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้แค่เสนอวิธีการสื่อสาร มาเป็นการแก้ปัญหาทางการตลาดให้ลูกค้าอีกด้วย

0f23cb2

ความท้าทายของ Agency ในงานนี้คือการหาวิธีการทำงานแบบใหม่นี้ให้เจอ ลูกค้าต้องการการตอบโจทย์ที่ครอบคลุมความต้องการทั้งหมด ไม่ใช่แค่อย่างหนึ่งอย่างใดในอดีต ซึ่ง Agency ที่มีความสามารถจะหาทางสร้างการเชื่อมต่อของงานและสามารถตอบความต้องการลูกค้าทุกอย่างได้ ตั้งแต่ Above the line, below the line จนถึง Digital เองก็ตาม ทั้งนี้ Agency นั้นต้องไม่ยึดติดกับงานที่ตัวเองถนัดหรือทำได้ แต่ต้องเริ่มคิดถึงการตอบโจทย์ลูกค้าด้วยวิธีการอื่น ๆ แล้ว ลื่นไหลไปกับความต้องการขององค์กรลูกค้าได้  ซึ่งในต่างประเทศเองนั้น OMD ของประเทศอังกฤษ ทีมที่ดู Disney ได้ทำการสร้างสิ่งที่เรียกว่า Team Orchestra โดยจะ่นั่งเป็น Business Unit ภายในและคนในทีมนั้นคือผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาที่ OMD นำมาจากบริษัทต่าง ๆ จากในเครือ Omnicom มาทำงานร่วมกันเพื่อตอบสนองความต้องการทุกอย่างของ Disney ไม่ว่าจะเป็น Digital, Shopper marketing, Experimental, Creative และ Media

Wickham Anthony ผู้เป็น MD ของ Team Orchestra ของ OMD ในการดูแล Disney

Wickham Anthony ผู้เป็น MD ของ Team Orchestra ของ OMD ในการดูแล Disney ภาพจาก www.campaignlive.co.uk

นอกจากนี้ในฝั่งนักการตลาดลูกค้าเองก็ต้องทำงานร่วมการเงินหรือที่เรารู้จักกันว่า Procurement มากขึ้น โดยทาง procurement เองก็ต้องมองตัวเองว่าไม่ใช่นักเจรจาต่อรองเหมือนในอดีตที่เป็นมา สิ่งสำคัญในยุคนี้ที่ procurement ต้องเข้าใจคือการที่การตลาดยุคนี้ไปถึงไหนและการตลาดอนาคตจะมีทิศทางอย่างไร การที่นักการตลาด การที่นักการตลาดแบรนด์ทำงานร่วมแบบใกล้ชิดกับ procurement นั้นทำให้สามารถได้ Agency ที่จะมาทำงานได้ตรงใจมากขึ้นอย่างมาก ด้วยการจับให้ procurement มามีประสบการณ์ในการประชุมกับ Agency ต่าง ๆ ทำให้ procurement จะเห็นว่าการตลาดยุคนี้ไปไกลแค่ไหนในเรื่องเทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่จะใช้ ซึ่ง procurement จะซึมซับความซับซ้อนของงานและเห็นความสำคัญต่าง ๆ ของงานที่จะเกิดขึ้นอย่างทันที และนี่ก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาของการทำงานที่ติดในเรื่องการต่อราคาจนงานไม่ได้ทำสักที วิธีที่ Agency จะมาช่วยแบรนด์ให้ฝ่าฟัน procurement ไปได้ในงานนี้คือการที่ Agency นั้นสามารถโชว์ศักยภาพของตัวเองว่าจะมาช่วยแบรนด์ ช่วยธุรกิจของแบรนด์ และนำทางแบรนด์ให้เติบโตต่อไปได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีวิธีการให้บริษัทนั้นเห็นความสำคัญของ Agency อีกทางหนึ่งโดยการเอาผู้ถือหุ้นเข้ามาร่วมประชุมกับ Agency หรือคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทำให้สามารถรับรู้ความสามารถหรือวิธีการแก้ปัญหาของ Agency ที่จะทำงานได้ และยังเข้าใจกระบวนการทำงาน กระบวนการคิดของ Agency ที่จะออกมาด้วย

Screen Shot 2559-02-27 at 6.30.09 AM

ตอนนี้หลายแบรนด์นั้นเริ่มใช้กระบวนการความสัมพันธ์แบบนี้กับ Agency เพื่อให้ทำงานกับได้เร็วมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลง Attitute จากเป็นผู้ซื้อและคุณต้องฟังเราว่าเราอยากได้อะไร  มาเป็นคนที่อยากได้คำปรึกษาและวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ นั้นแทน ยกบทบาทให้ Agency จากเพียงเป็นคนเสนอไอเดียโฆษณาหรือ Supplier มาเป็นที่ปรึกษาในงานต่าง ๆ แทน ซึ่งในหลาย ๆ แบรนด์นั้นกลับกลายเป็นว่า Agency เฉพาะทางมีความสามารถที่จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ มากมายจนกลายเป็น Lead Communication agency แทน Agency ทั้งหมดเลยก็มี ดังเช่น  MediaCom ที่ทำงานให้ DLG จากเป็นแค่ Media Agency เท่านั้น กลับกลายว่าสามารถเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าในงาน communication strategy ได้จนตอนนี้กลายเป็น Agency สำคัญของแบรนด์แทน

Melbourne_billboards_media_graph

ในยุคนี้การที่นักการตลาดของแบรนด์และ Agency จะมีความสัมพันธ์ที่รอดกันได้ คือการต้องมีทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งคู่ในการทำงาน ต้องคิดว่าเป็นการแต่งงานร่วมกันของคู่สามีและภรรยา ถ้า Agency และนักการตลาดฝั่งแบรนด์นั้นเป็นคู่ที่แท้จริง มีความเข้าใจกัน ทำงานรวมกันและยอมรับข้อเสียของแต่ละฝั่งได้ ทุกอย่างนั้นจะหอมหวาน แต่ถ้าเอาแต่ตั้งแง่ใส่กัน หาเรื่องกัน ไม่คิดถึงกันและกันทุกอย่างจะเริ่มพังทลายทันที

ED-Digital-Maturity-Post6-Agency-Partner-Evolution

Copyright © MarketingOops.com

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ three = 12

Recent Posts

Facebook