103.58.148.118

Exclusive

Ξ Leave a comment

คิดการตลาดแบบเด็ก ไร้กฏและกรอบ แต่ได้ผล

posted by  2,489 views

บ้านใครที่มีเด็กเล็ก ๆ นั้นย่อมเคยเจอประสบการณ์ เจ้าหนูจำไม อย่างแน่นอน และหลาย ๆ คนนั้นก็คงปวดหัว หรือต้องหาทางหลีกเลี่ยงเวลาเจอเด็ก ๆ เหล่านั้น แต่คุณรู้ไหมว่าถ้าเรามองอีกแง่มุมหนึ่ง เราอาจจะได้อะไรดี ๆ จากการพูดคุยและอยู่ร่วมกับเด็กอย่างมาก และวันนี้ผมจะมาเล่าถึงวิธีการคิดแบบทำตัวเองเป็นเด็กเจ้าคำถามนั้นเอง

having-kids-makes-you-think-about-the-world-differently-quote-1

การทำการตลาดที่ดีหลาย ๆ ครั้งนั้นเริ่มจากการตั้งคำถามที่ถูกต้อง และคิดหนทางในการหาคำตอบนั้นที่ถูกต้องที่สุด แต่หลาย ๆ ครั้งการที่จะมาให้ได้ซึ่งคำถามที่ถูกต้องและได้คำตอบที่ใช่นั้นต้องผ่านกระบวนการคิดมากมาย เพื่อที่จะได้แผนการตลาดออกมา แต่หลาย ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นนั้นคือการที่นักการตลาดนั้นมีการคิดที่ซับซ้อนอย่างมาก และทำให้การทำงานซับซ้อนขึ้นไปอีกในหลาย ๆ ขั้นตอน โดยเฉพาะเมื่อทำงานกับเอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของตนแล้วละก็ เอเจนซี่มักจะคิดงานหรือคิดคำตอบในวิธีการที่ต้องใช้งานตัวเองหรือได้ผลกำไรมากที่สุดออกมา ทั้ง ๆ ที่วิธีการนั้นอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แล้วผลสุดท้ายนั้นกลับกลายเป็นการทำงานที่ไม่เวิร์คอย่างมาก เช่นการทำ TVC หรือ การทำ Digital Video คำถามคือจำเป็นไหมที่ต้องเป็นวิดีโอ และวิดีโอจะได้ผลที่สุดไหม

screen-shot-2559-11-27-at-7-40-25-pm

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญในการทำโฆษณา ครีเอทีฟระดับโลกหลาย ๆ คน รวมทั้งนักการตลาดเก่ง ๆ นั้นมักจะมีคำพูดที่ชอบสอนว่า Think it simple นั้นคือการคิดการทำอะไรต่าง ๆ นั้นออกมาให้ง่ายที่สุด ซึ่งการคิดอะไรให้ได้ง่าย ๆ หรือ simple นั้นมีความยากมากกว่าการคิดอะไรให้ซับซ้อน เพราะเป็นการคิดที่ต้องตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้มากที่สุด จนเหลือสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นแล้วโฟกัสที่จำเป็นที่มีอยู่ให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ เราจึงได้เห็นวิธีการ Communication ของบริษัท Apple ที่เวลาโฆษณาจะสื่อสารออกมาให้ง่าย เห็นแล้วเข้าใจได้เลย ตัดความซับซ้อนในการสื่อสารในฟีเจอร์อื่น ๆ ทิ้งไปให้หมด เช่น Macbook Air ตอนเปิดตัวสื่อสารเรื่องความบาง iPhone สื่อสารเรื่องการถ่ายภาพ ทั้งนี้หลักการคิดที่ออกมาให้เป็น Simple นี้เป็นการคิดที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่าย แต่ในเด็ก ๆ ทุกคนจะมีความสามารถนี้ทั้งนั้น แล้วทำไมความสามารถในการคิดอะไรที่ง่าย ๆ นี้หายไปจากผู้ใหญ่ขึ้นมาได้

tony-fadell

คำตอบว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงไม่สามารถคิดอะไรง่าย ๆ หรือขาดความคิดสร้างสรรค์ไป นั้นเป็นเพราะการเติบโตทางประสบการณ์ของผู้ใหญ่ที่สะสมมา ยิ่งโตมากยิ่งมีประสบการณ์มากในชีวิต และประสบการณ์นี้เองที่ทำให้เกิดทั้งข้อดี และข้อเสียหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน ข้อดีแน่นอนนั้นคือประสบการณ์ในชีวิตที่ทำให้เราเรียนรู้มา ทำให้สามารถแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างได้ในชีวิต แต่ประสบการณ์นี้เองก็ทำให้มีข้อเสีย เพราะด้วยประสบการณ์นั้นทำให้ผู้ใหญ่นั้นเกิดอคติ หรือการสรุปความคิดไปเลย หรือสร้างกรอบของความคิดต่าง ๆ เกิดขึ้น นอกจากนี้ประสบการณ์นั้นยังทำให้เกิดสิ่งที่เรียกความเคยชิน ซึ่งทำให้ผู้ใหญ่นั้นเมินเฉยหรือรู้สึกเฉยกับปัญหาต่าง ๆ หรือวิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้ง ๆ อาจจะมีวิธีการแก้ไขที่ง่าย ๆ อยู่ตรงหน้านั้น ประสบการณ์นั้นยังทำให้เกิดความกลัวที่จะผิดพลาด หรือการไม่กล้าเริ่มต้นทำอะไร เพราะไม่อยากทำผิดต่าง ๆ อย่างมาก ทำให้ไม่เกิดการทำอะไรที่สามารถก้าวข้ามปัญหาหรือแก้ปัญหาได้อย่างง่าย ๆ อย่างมาก

ผมเพิ่งได้อ่านบทความจาก Dave Trott ที่ได้เล่าถึงเรื่องนี้เหมือนกัน โดย Dave Trott ได้เล่าเรื่องคืนก่อนฮาโลวีนหนึ่งที่มีครอบครัวหนึ่งที่มีลูกชาย และลูกสาววัยเด็ก นั้นได้ดูโทรทัศน์ และเห็นสารคดีเรื่องความหิวโหยที่เด็กมากมายนั้นหิวโหยอยู่ ลูกชายและลูกสาวนั้นได้ถามพ่อแม่ว่าทำไมเด็กพวกนั้นถึงหิวโหย ทำไมไม่มีใครช่วย และทำอย่างไรถึงจะช่วยให้เด็กเหล่านั้นอิ่มได้ ซึ่งคำตอบที่พ่อแม่ให้คือการบริจาคอาหาร แทนที่เด็กจะประกาศของบริจาคอาหาร หรือทำโครงการบริจาคอาหารขึ้นมา เด็กทั้งคู่ในคืนฮาโลวีนนั้น ได้แต่งตัวไปทำกิจกรรม Trick & Treat ตามบ้านต่าง ๆ โดยมีรถลากเด็กไปด้วย แทนที่จะขอขนมและลูกอมกลับมา ทั้งคู่ต่างขอให้บ้านต่าง ๆ ที่ไป Trick & Treat นั้นบริจาคอาหารมาแทน ซึ่งหลาย ๆ บ้านก็ร่วมกิจกรรมและได้อาหารมากมายใส่ในรถลากเด็กนั้นมาด้วย เด็กทั้งคู่กลายเป็นเรื่องฮือฮาในหมู่บ้าน และหลังจากนั้นก็เริ่มมีสำนักข่าวมาทำข่าวจนดังไปทั่วประเทศอีกด้วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหาของมุมมองเด็ก ๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ แต่คิดให้ง่าย ปราศจากความกลัว และได้ความสำเร็จกลับมา

screen-shot-2559-11-27-at-7-30-55-pm

วิธีคิดแบบเด็ก ๆ หรือเจ้าหนูจำไมนั้นกำลังนิยมมากในยุคนี้ เพราะอย่างวิธีคิดแบบ Design Thinking นั้นก็เริ่มมาจากการคิดแบบนี้เช่นกัน และผลิตภัณฑ์กับสินค้า หรือการตลาดดี ๆ ก็เริ่มต้นจากความคิดเช่นนี้ ตอนนี้ถ้าใครมีลูกหลาน ตามบ้านก็อย่าเพิ่งรำคาญหรือหนีไป แต่ลองเรียนรู้วิธีคิดจากเด็กเหล่านี้ ไม่แน่คุณอาจจะเจอวิธีแก้ไขปัญหาดี ๆ ที่คุณมองข้ามไปเพราะประสบการณ์ก็ได้

ติดตาม MarketingOops!
Marketing Oops! มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวดิจิทัลแบบอินเทรนด์ ได้ทุกวันผ่าน LINE ID @marketingoops
เพิ่มเพื่อน

Contributor

Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง และเป็น Strategic Marketer ที่บริษัท Samart Multimedia Company ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ

User Name: Molek

FB Comments

Related Posts

Leave a Reply


+ 3 = nine

Recent Posts

Facebook