สร้างแบรนด์ Loyalty ในยุคของคนใช้มือถือ

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ช่วงเวลาที่ Digital นั้นมาแรงอย่างมาก และผู้คนนั้นมีตัวเลือกมากมาย คุ้นชินกับการเปลี่ยนบริการและหาบริการที่ถูกใจ หรือตัดใจจากสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายเหมือนการปัดขวาใน tinder  ซึ่งทำได้ง่ายได้ หรือการมีความสัมพันธ์หรือเลิกความสัมพันธ์ในยุคนี้ที่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วด้วยพลังของ Digital ซึ่งแต่ต่างจากในอดีตที่ต้องใช้ความพยายามและเวลาในการที่จะมีความสัมพันธ์กับใครสักคนหนึ่งและเป็นเรื่องยากที่จะเลิกความสัมพันธ์ออกไป ซึ่งทั้งนีก็มีผลมายังแบรนด์เช่นกันที่ในยุคนี้ผู้คนนั้นมีความผูกพันกับแบรนด์ที่สั้นลงอย่างมาก และทำให้หลาย ๆ แบรนด์นั้นต่างประสบปัญหานี้เช่นกัน เพราะผู้บริโภคไม่ได้เลือกแบรนด์ที่ความสัมพันธ์อีกต่อไป แต่อาจจะเลือกจากราคา สินค้าที่มีขายอยู่ตอนนั้นว่ามีสินค้าอะไรเหลือบ้าง หรือคนที่ใกล้ชิดแนะนำมา แต่ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่มาช่วยในการตัดสินใจอีกต่อไป 

ด้วยการที่เทคโนโลยีเข้ามามีผลต่อการประสบการณ์ซื้อขายอย่างมาก เทคโนโลยีเหล่านี้ยังมีมายังความสัมพันธ์ของผู้บริโภคกับแบรนด์อีกด้วย ผู้บริโภคในยุคนี้ไม่ได้มีตัวเลือกการซื้อขายที่จำกัดแบบในอดีตที่จะจำกัดด้วยจำนวนสินค้า ระยะทางในการเดินไปซื้อ ประเทศ หรือทวีปที่อาศัยอยู่ จนถึงการมีคำแนะนำจากเพื่อน ครอบครัว หรือชุมชนในการเลือกซื้อสินค้า  แต่ในตอนนี้ด้วยการมีเทคโนโลยีเข้ามา ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าจากออนไลน์ได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก มีตัวเลือกมากมายจากทั่วโลก และมีความเห็นมากมายต่าง ๆ จากทั่วโลกมาให้คำแนะนำก่อนที่จะลูกค้าหรือผู้บริโภคจะเจอแบรนด์อีก ด้วยความคิดเห็นเหล่านี้ไม่ว่าจะบวกหรือลบ ทำให้ผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อนั้นถูกชักนำหมด ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้บริษัท 3 แบบเหลือรอดอยู่เท่านั้น นั้นคือ 

1. บริษัทที่มีมีอีโก้คิดว่าไม่ต้องปรับตัวออะไรหรือคิดว่าตัวเองดีอยู่แล้ว 

2. บริษัทที่เชื่อมและพยายามจะรักษาสายสัมพันธ์กับผู้บริโภคเอาไว้ 

3. บริษัทที่อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ประเภทด้านบน. 

บริษัทในแบบที่นั้นแทบจะปรับตัวไม่ได้เลยในเวลาที่เทคโนโลยีนั้นเปลี่ยนไป หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่เกิดขึ้น แต่บริษัทในรูปแบบที่ 2 นั้นจะเป็นบริษัทที่ปรับเปลี่ยนตัวเองและครองตลาดได้่เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับแบบที่ 1 และ 3 ด้วยกัน ดังนั้นการที่สามารถจะสร้างแบรนด์และปรับเปลี่ยนได้ทันในยุคนี้คือการเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคในตลาด ซึ่งสามารถสร้างแบรนด์ด้วยการแบ่งเป็น 3 phase ด้วยกัน 

Phase 1 : จับอาการของตลาดด้วยการใช้พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในการมีเทคโนโลยีใหม่ๆนี้ขึ้นมาและเข้าใจความแตกต่างของแบรนด์ตัวเองกับคู่แข่งในตลาดขึ้นมาซึ่งตัวอย่างคือการให้สิทธิพิเศษอะไรบางอย่างกับกลุ่ม Loyalty ของแบรนด์ขึ้นมาหรือเป็นที่หนึ่งในตลาดที่ Niche ที่สุดของแบรนด์นักการตลาดเองขึ้นมาด้วยการเข้าใจว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามาและจะใช้เทคโนโลยีมาเล่นกับจิตวิทยาของกลุ่มเป้าหมายอย่างไร 

Phase 2 : เข้าใจกลุ่มเป้าหมายในป้จจุบันว่าต้องการอะไรในตอนนี้ผู้บริโภคนั้นไม่ได้ซื้อสินค้าบริโภคและอุปโภคเพราะความชอบอีกต่อไปเพราะโลกนั้นเปลี่ยนไปอย่างมากการเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อการบริโภคเศรษฐกิจสังคมการเมืองทำให้มีผลต่อการคิดซื้อสินค้าของผู้บริโภคในยุคนี้ทั้งหมดยิ่งในยุคนี้ช่วงวัยไม่ได้กำหนดการบริโภคอีกต่อไปด้วยซึ่งในตอนนี้เรียกว่า Post-demographic ด้วยการเลือกสินค้าและบริการจากความเชื่อในแบรนด์ว่ามีความเชื่อในวิถีชีวิตสังคมและพฤติกรรมตรงกับความชอบของผู้บริโภคเป็นตัวกระตุ้นหลักในการบริโภคสินค้าและบริการยกตัวอย่างเช่นกาแฟว่ากาแฟคุณเป็นกาแฟที่ทำร้ายธรรมชาติไหมหรือเอาเปรียบเกษตรกรหรือไม่การเข้าใจความรู้สึกของผู้บริโภคในความชอบนั้นเป็นเรื่องสำคัญว่ามีความเชื่อทัศนคติความชอบและจิตวิทยาอย่างไรขึ้นมาแบรนด์ต้องสร้างความเชื่อจุดประสงค์ของแบรนด์ให้ตรงกับความเชื่อของกลุ่มเป้าหมายที่อยากได้ขึ้นมา 

Phase 3: แชร์ความเชื่อและอนาคตกับกลุ่มลูกค้าของตัวเองแบรนด์ที่ดีนั้นต้องแลกเปลี่ยนมุมมองของแบรนด์อนาคตของแบรนด์ร่วมกับกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าตัวเองการให้ลูกค้าตัวเองมีส่วนร่วมในอนาคตนั้นจะทำให้กลุ่มลูกค้านั้นผูกพันและทำให้ผู้บริโภครู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์มีความเป็นเจ้าของร่วมกันซึ่งทำให้เกิด Ikea Effect ของกลุ่มเป้าหมายขึ้นมาได้ 

การสร้างแบรนด์ในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะด้วยกระแสที่มาแล้วไปอย่างรวดเร็วทำให้ผู้บริโภคขาดความสัมพันธ์กับแบรนด์สิ่งที่แบรนด์ที่ดีในยุคนี้ที่อยากสร้างแบรนด์ขึ้นมาคือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคให้ใกล้ชิดที่สุดขึ้นมาและทำการพูดคุยกับรับฟังความคิดเห็นอยู่ตลอดเวลากับผู้บริโภคตลอดเวลาซึ่งจะทำให้สามารถปรับตัวได้เร็วต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี


  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Avatar
Molek
Head of Strategic Marketing ใน Integrated Service Agency ที่หนึ่ง ผู้หลงใหลในหลาย ๆ ที่มีความอยากรู้และเรียนรู้ในเรื่อง Startup, นวัตกรรม, การตลาด จากมุมมองหลาย ๆ ด้านและวัฒนธรรมของแบรนด์ต่าง ๆ