โดนกับเขาเหมือนกัน!!! COVID-19 ฉุดทั้งรายได้และกำไร ‘CPALL’ 6 เดือนแรก ปี 63 ลดลง

  • 216
  •  
  •  
  •  
  •  

โดนพิษ COVID-19 เหมือนกัน สำหรับ ‘บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน)’ หรือ ‘CPALL’ เพราะผลประกอบการ 6 เดือนแรก ปี 2563 ที่เพิ่งประกาศมาทั้งรายได้และกำไรลดลง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 273,881 ล้านบาท ลดลง  2.8 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,532 ล้านบาท ลดลง 19.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายและบริการของทั้งธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ‘7-Eleven’ ซึ่งทำรายได้ให้บริษัท 64% จากรายได้ทั้งหมด และธุรกิจค้าส่งแบบชำเงินสดและบริการตนเองภายใต้ชื่อ ‘สยามแม็คโคร’ ที่สร้างรายได้ 36% จากรายได้ทั้งหมด ได้รับผลกระทบจากมาตราการควบคุมการระบาดของโรคจากรัฐบาล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยมาตราการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อรายได้รุนแรงมากในเดือนเมษายน และลดระดับลงในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนตามลำดับ ภายหลังจากที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด

ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2563 อยู่ที่ 128,027 ล้านบาท ลดลง 10.6 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 26,442 ล้านบาท ลดลง 14.9% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

หากเจาะมาที่ผลการดำเนินงานของ ‘7-Eleven’ อย่างเดียว พบว่า ในไตรมาสนี้มีเปิดร้านสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 106 สาขาในทุกประเภท ทั้งร้านสาขาบริษัท ร้าน store business partner (SBP) และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2563 มี‘7-Eleven’ ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 12,089 สาขา แบ่งเป็น 1. ร้านสาขาบริษัท 5,456 สาขา (คิดเป็น 45%) เป็นร้านเปิดใหม่ 55 สาขา  2. ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต 6,633 สาขา (คิดเป็น 55%) เป็นร้านเปิดใหม่ 51 สาขา

ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าและบริการในไตรมาส 2 ปี 2563 สามารถทำรายได้รวม 70,359 ล้านบาท ลดลง 17 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเท่ากับ 66,950 บาท , อัตราการเติบโตยอดขายเฉลี่ยของร้านเดิมลดลง 20.2% โดยมียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณเท่ากับ 79 บาท และจานวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 841 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ลดลง เนื่องมาจากผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของโรค COVID 19 อาทิ การจำกัดการเดินทางระหว่างจังหวัด , การขอความร่วมมือให้อยู่แต่ในที่พักอาศัย , การประกาศห้ามออกจากเคหะสถาน (Curfew) และการห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ รวมถึงการเลื่อนวันหยุดราชการในช่วงเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม ทาง CPALL ได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ ระบาดของ COVID 19 โดยนำเสนอช่องทางการขายสินค้าผ่านระบบ O2O อาทิ 7-Eleven Delivery , All Online และ 24Shopping โดยมุ่งหวังให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ รวมถึงสินค้าภายในร้าน 7-Eleven ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งบริการเดลิเวอรี่ ส่งถึงปลายทาง หรือรับสินค้าที่ร้าน ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับที่ดี แต่ก็ยังไม่ สามารถชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

สำหรับแนวโน้มธุรกิจร้านสะดวกซื้อในปี 2563 เนื่องด้วยปัจจุบันสถานการณ์ของการแพร่ระบาด COVID-19 ยังคงมีอยู่ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการประมาณการผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยบริษัทมีการติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด


  • 216
  •  
  •  
  •  
  •